“มิสเตอร์คอนดอม” ห่วงวัยว้าวุ่นติดซิฟิลิสเพิ่มระนาว แนะเด็กสอนเด็กจะได้ผล

    • Author, ชัยยศ ยงค์เจริญชัย
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

"ทุกอย่างในโลกนี้สนใจเรื่องเพศหมด ก้อนหินเท่านั้นที่ไม่สนใจ" มีชัย วีระไวทยะ ชายสูงวัยที่ดูอ่อนกว่าอายุจริง 78 ปี และครั้งหนึ่งชื่อของเขาถูกใช้เรียกแทน "ถุงยางอนามัย" กล่าวกับ บีบีซีไทย

"เราจะเน้นว่าความสนใจในเรื่องเพศ เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลก เกิดมาได้รับความสนใจหรือถูกฝังความสนใจเรื่องเพศไว้ เพราะฉะนั้นดูแลมันให้ดี อย่าเป็นทาสมันให้เป็นนายมัน อย่าให้มันมาบริหารชีวิตเรา เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง"

มีชัย หรือที่รู้จักกันทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกว่า "มิสเตอร์คอนดอม" หรือ "ราชาแห่งถุงยาง" ผู้บุกเบิกและแนะนำให้ประเทศไทยได้รู้จักกับถุงยางอนามัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 ในยุคที่เริ่มรณรงค์การวางแผนครอบครัว เขาสร้างความเข้าใจให้คนไทยหันมาใช้ถุงยางอนามัยกันมากถึง 90 % ในขณะนั้น

ทว่า ผ่านไป 4 ทศวรรษ การใช้ถุงยางอนามัยในหมู่คนรุ่นใหม่ดูเหมือนจะลดลง สวนทางกับการแพร่ระบาดของโรคซิฟิลิส และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

กล้าปลอดภัย อายติดโรค

พนักงานของร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในย่านสุขุมวิทซอย 12 บอกกับบีบีซีไทยว่าลูกค้าวัยรุ่นที่เข้ามาในร้านมักจะมีอาการเคอะเขิน เมื่อต้องหยิบจับสินค้าประเภทถุงยางอนามัยหรือสารหล่อลื่น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นผู้ชายที่บางรายถึงกับเดินออกจากร้าน โดยไม่ซื้อสินค้าชนิดนั้น ต่างกับลูกค้าที่เป็นผู้หญิงที่จะมีความกล้ามากกว่า

แต่มีชัยเห็นว่าทัศนคติเช่นนี้ไม่ถูกต้อง

"มาอายได้ไง นี่มันช่วยชีวิตเราไว้นะ ทำให้คนไทยไม่ตาย อาจจะเป็นพ่อแม่เราด้วยซ้ำนะ ที่มีชีวิตอยู่กับเราเพราะใช้ถุงยาง เราต้องดูว่าถุงยางมันมีประโยชน์ มันช่วยประหยัดชีวิต และช่วยชีวิตคนไทยไปกว่า 10 ล้านคนต่อปี แล้วเราจะมาอายมันได้ยังไง นี่มันช่วยทำให้คนไทยได้อยู่ต่อในประเทศไทยมากกว่า 10 ล้านคน เพราะฉะนั้นควรจะรักมัน ควรจะนับถือมัน ไม่ใช่มาอาย"

รายงานการเฝ้าระวังโรคประจำปี 2560 ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แสดงให้เห็นว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งในไทย และกราฟแสดงจำนวนผู้ติดเชื้อโรคซิฟิลิสนั้นพุ่งขึ้นอย่างน่าตกใจ สาเหตุหนึ่งเกิดจากผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อ เนื่องจากไม่เคยผ่านการตรวจคัดกรองโรคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเยาวชน อายุตั้งแต่ 15 - 24 ปี

ในขณะที่กลุ่มคนหนุ่มสาวกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงหลัก แต่กลุ่มเสี่ยงใหม่ที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าคือกลุ่มประชากรที่มีอายุน้อยกว่านั้น โดยกรมควบคุมโรคพบว่าพฤติกรรมการใช้ถุงยางอนามัยลดลง สวนทางกับพฤติกรรมของหนุ่มสาวยุคปัจจุบัน ที่มีเพศสัมพันธ์กันมากขึ้น และเริ่มมีเพศสัมพันธ์ขณะมีอายุน้อยกว่าเดิมคือ 13 - 15 ปี

โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้การเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีแนวโน้มสูงขึ้นคือ การใช้ถุงยางอนามัยในกลุ่มวัยรุ่นลดลง รายงานของกรมควบคุมโรคชี้ว่าช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ.2561 มีผู้ซื้อถุงยาง 35.4 ล้านชิ้น ลดลง 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560

ผู้บุกเบิกกระแสเซฟเซ็กส์ในไทย

เมื่อมองย้อนกลับไปในสังคมไทยเมื่อ 45 ปีที่แล้ว จะเห็นได้ว่าความรู้เรื่องเพศศึกษาในสังคมไทยยังมีอยู่อย่างจำกัด ด้วยเหตุผลทาง วัฒนธรรมและความเชื่อแบบเดิม ทำให้การพูดคุยเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้อย่างเป็นปกติ

"เพศมันเสียหายเหรอ ถ้าไม่มีเพศสัมพันธ์เนี่ยเราไม่เกิดมานะ เราเกิดมาเพราะมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ถูกต้อง และเวลาที่ถูกต้อง มันต้องเลือกให้ถูกเท่านั้นเอง ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไรเลย" มีชัยกล่าว

นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 ที่มีการก่อตั้งสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนขึ้น โดยมีเป้าหมายลดการเกิดของประชากร ที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นทุกปี มีชัยได้สร้างกระแสความตื่นตัวในการใช้ถุงยางอนามัย จนคำว่า "ถุงมีชัย" กลายเป็นคำฮิตติดหู

เขายังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์เรื่องการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย หลังไทยเริ่มได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ในช่วงปี 2533

มีชัยเริ่มแจกถุงยางอนามัยในทุกจุด ทั้งในปั๊มน้ำมัน ทางด่วน บนรถประจำทาง หรือธนาคาร โดยมีคำชี้แจงเรื่องโรคเอดส์ อย่างละเอียดแนบไปด้วย

"เราแจกถุงยางให้คนดู เขาก็เกิดความตื่นตัว สนับสนุนด้วย แล้วก็หัวเราะบ้าง อายบ้าง แต่ทำให้เกิดปฏิกริยาขึ้น เราก็เลยมองว่าถุงยางนี่เป็นสัญลักษณ์ที่ดี เราถึงแจกถุงยางให้เด็กเป่าเป็นลูกโป่งเล่น หรือจะเอามาทำเป็นหนังสติ๊กรัดผมก็ได้ แล้วก็ใช้ขัดรองเท้า" เขาย้อนถึงความพยายามในการทำให้การสัมผัสถุงยางอนามัย เป็นเรื่องปกติ และพยายามปรับทัศนคติของคนไทยให้เห็นว่าการใช้ถุงยางไม่ใช่เรื่องต้องห้าม

รัฐบาลในอดีตให้ความร่วมมือ

มีชัยเห็นว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้การรณรงค์ในอดีตประสบผลสำเร็จ คือแรงสนับสนุนจากรัฐบาล

"เราคาดว่าจะมี 2-4 ล้านคนที่จะติดเชื้อเอดส์และเสียชีวิตในปี 2533 เราก็จัดการรณรงค์อย่างหนักหน่วง จนในที่สุดในรัฐบาล คุณอานันท์ ปันยารชุน ก็เอาด้วย และได้สั่งการให้มีการรณรงค์เผยแพร่ผ่านสื่อที่หลากหลายเพื่อช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้ และความเข้าใจกับประชาชน"

"ก็เริ่มไปได้อย่างดี ทำให้การใช้ถุงยางเพิ่มขึ้น 90% เพิ่มขึ้น ทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ผู้ขายบริการทางเพศหรือคนทั่วไป เพราะเข้าใจเรื่องเอดส์" มีชัย อธิบาย

มีชัยอธิบายเพิ่มเติมว่าการกลับมาระบาดของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นกับกลุ่มของชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย หรือกลุ่มคนที่ทำงานในสถานบริการเพียงอย่างเดียว แต่เกิดในหมู่เยาวชนและมีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ เยาวชนเหล่านี้ขาดความรู้ เพราะไม่มีการบรรจุเรื่องเพศศึกษาในหลักสูตรการเรียน ทำให้ไม่มีการเรียนการสอนอย่างจริงจัง

ติดอาวุธให้เยาวชน

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในงานคุมกำเนิดและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาแทบทั้งชีวิต มีชัยเห็นว่าเยาวชนคือผู้ที่จะสื่อผ่าน ความรู้ระหว่างกันได้ดีที่สุด

"เท่าที่ผมได้สังเกตการณ์ดูแล้วจากประสบการณ์คือ เด็กอธิบายให้กับเด็กดีที่สุด พ่อแม่ก็อย่าขวางก็แล้วกัน พ่อแม่อาจมีหนังสือให้ลูกอ่านบ้าง แต่อ่านอย่างเดียวมันไม่พอ มันต้องมีการคุยกัน แต่เด็กกับเด็กจะช่วยอธิบายให้กันได้ดีที่สุด

มีชัยสร้างตัวอย่างด้วยการฝึกให้เด็กนักเรียนในโรงเรียน "มีชัยพัฒนา" ที่เขาตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2552 ได้รับความรู้เรื่องเพศศึกษาอย่างถูกต้องและทำให้เรื่องการใช้ถุงยางอนามันไม่ใช่เรื่องที่น่าอับอาย

น.ส.กุสุมา บุตรพรม อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนมีชัยพัฒนา บอกกับบีบีซีไทยว่า เคยอายกับการต้องคุย เรื่องเพศศึกษาหรือต้องสัมผัสกับถุงยางอนามัย เพราะได้รับการปลูกฝังจากทางบ้านว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ผิด และไม่ควรทำ

"ส่วนตัวแล้วคิดว่าเรื่องของเพศสัมพันธ์หรือเรื่องของเพศเป็นเรื่องที่เราทุกคนห้ามตัวเองไม่ได้ คือมันเป็นเรื่องของธรรมชาติค่ะ แต่ก่อนหนูก็รู้สึกอาย รู้สึกไม่กล้าจับถุงยางอนามัยเพราะว่ารู้สึกว่าจากการที่เขาเล่ามาเนี่ยถุงยางอนามัยมันเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ แต่ในปัจจุบันเราได้เรียนรู้ เรามีความรู้และความเข้าใจ ทำให้สามารถนำความรู้ตรงนี้ไปช่วยสอนเพื่อน ๆ ในโรงเรียน หรือภายในชุมชนได้" กุสุมากล่าว

มีชัย ซึ่งได้สร้างโอกาสให้เยาวชนนับร้อยคนได้มีความรู้ในเรื่องเพศสัมพันธ์ ตั้งความหวังว่ารัฐบาลที่จะเข้ามารับหน้าที่จะเอาจริง เอาจังกับเรื่องนี้เช่นรัฐบาลในอดีต เขาเองพร้อมสนับสนุนทรัพยากรที่มีอยู่และร่วมมือติดอาวุธเรื่องเพศศึกษาให้เยาวชนไทยทุกคน