ร.10 โปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องขัง ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2562 เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

โดยมีเนื้อหาว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริเห็นว่าในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นับเป็นอภิลักขิตกาลสำคัญ เพื่อเป็นการแสดงพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป

พ.ร.ฎ. พระราชทานอภัยโทษฉบับนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ 21 เม.ย. 2562 แต่เพิ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันนี้ (3 พ.ค.) และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (4 พ.ค.) โดยมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ

พ.ต.อ. ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า พ.ร.ฎ. อภัยโทษที่ออกมา เป็นการดำเนินการตามโบราณราชประเพณีเนื่องในโอกาสมหามงคล โดยถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ ซึ่งมีสาระสำคัญ 2 ส่วนคือ ให้ปล่อยตัวเลย และให้ลดโทษแก่ผู้ต้องขังตามลำดับชั้น

อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวต่อว่า การปล่อยผู้ต้องขังจะเกิดขึ้นภายใน 120 วันนับจาก พ.ร.ฎ. มีผลใช้บังคับ โดยมีคณะกรรมการชุดหนึ่งเป็นผู้พิจารณา ประกอบด้วยผู้แทน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย อัยการ, ผู้พิพากษา, ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นก่อนส่งเรื่องให้ศาลออกหมายปล่อยต่อไป

นักโทษเด็ดขาดที่ได้รับพระราชทานปล่อยตัวไป

1. มีโทษจำคุกตามกำหนดโทษที่ต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกิน 1 ปี

2. มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้

  • ตาบอดทั้ง 2 ข้าง, มือหรือเท้าด้วนทั้ง 2 ข้าง
  • ป่วยด้วยโรคเรื้อน, ไตวายเรื้อรัง, มะเร็ง, เอดส์ ซึ่งทางราชการได้ทำการรักษามาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน และไม่สามารถรักษาในเรือนจำให้หายได้ และได้รับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี
  • ป่วยด้วยโรคมะเร็ง/เอดส์ระยะสุดท้าย และไม่สามารถรักษาในเรือนจำให้หายได้
  • หญิงที่ต้องโทษจำคุกครั้งแรก และได้รับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 2 ของโทษตามกำหนดโทษ
  • อายุไม่ต่ำกว่า 60 ปีบริบูรณ์ และมีโทษจำคุกตามกำหนดโทษที่ต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกิน 3 ปี หรือเป็นคนที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป
  • เป็นผู้ต้องโทษจำคุกครั้งแรก และมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ และได้รับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 2 ของโทษตามกำหนดโทษ
  • เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยม และมีโทษจำคุกตามกำหนดโทษที่ต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกิน 2 ปี

ที่มา : บีบีซีไทยสรุปจาก พ.ร.ฎ. พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2562 มาตรา 6 โดยกำหนดเวลาต่าง ๆ ให้ นับถึงวันที่ พ.ร.ฎ. ฉบับนี้มีผลใช้บังคับ

ทนายพันธมิตรคาด 5 แกนนำได้รับอานิสงส์ เว้นสนธิ

นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) กล่าวกับบีบีซีไทยว่า พ.ร.ฎ. พระราชทานอภัยโทษ ที่ออกมา ส่งผลให้แกนนำ พธม. 6 คน ที่ถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุกคนละ 8 เดือน ในคดีร่วมกันบุกรุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล ระหว่างวันที่ 26 ส.ค.-3 ธ.ค. 2551 ได้รับการอภัยโทษ โดยนายสุวัตรคาดว่า แกนนำทั้งหมดจะได้รับการปล่อยตัวพรุ่งนี้ (4 พ.ค.) ยกเว้นนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในกรณีทำรายงานการประชุมของบริษัทเป็นเท็จเพื่อขออนุมัติเงินกู้จากธนาคารกรุงไทย ซึ่งไม่เข้าเกณฑ์การได้รับอภัยโทษตาม พ.ร.ฎ. ฉบับนี้ แต่คาดว่าจะได้รับการลดโทษ เนื่องจากขณะนี้นายสนธิเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม และมีอายุเกิน 70 ปี ซึ่งจะทำให้นายสนธิเหลือโทษจำคุกอีกประมาณ 10 ปี

นายสุวัตรระบุว่า แกนนำ พธม. ที่คาดว่าจะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ได้แก่ พล.ต. จำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสุริยะใส กตะศิลา

คาดกำนันเป๊าะ-บิ๊กกรุงไทย-ชูชีพ พ้นการคุมประพฤติ

ขณะที่ผู้ต้องโทษอีกกลุ่มที่ให้ได้รับพระราชทานปล่อยตัวตาม พ.ร.ฎ. นี้ในมาตรา 5 คือกลุ่มผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ บีบีซีไทยเข้าใจว่า ผู้ต้องราชทัณฑ์กลุ่มนี้คือกลุ่มที่ได้รับการอนุมัติ "พักโทษ" กรณีมีเหตุพิเศษ เนื่องจากได้รับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของโทษตามคำพิพากษา, เป็นนักโทษสูงอายุที่มีอายุเกินกว่า 70 ปี และเป็นผู้เจ็บป่วยร้ายแรงเรื้อรัง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

สำหรับนักโทษมีชื่อเสียงที่อยู่ในกลุ่มนี้ อาทิ

  • นายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ วัย 81 ปี ถูกศาลพิพากษาคดีทุจริตซื้อที่ดินเขาไม้แก้วเมื่อปี 2535 และคดีจ้างวานฆ่านายประยูร สิทธิโชติ หรือกำนันยูร เมื่อปี 2546 รวมโทษจำคุก 28 ปี 4 เดือน แต่ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษหลายครั้ง ก่อนได้รับการอนุมัติพักการลงโทษเมื่อปี 2559
  • อดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย 3 คน ประกอบด้วย ร.ท. สุชาย เชาว์วิศิษฐ อดีตประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย และนายมัชฌิมา กุญชร ณ อยุธยา อดีตกรรมการบอร์ดกรุงไทย ถูกศาลพิพากษาจำคุกคนละ 18 ปี คดีทุจริตอนุมัติเงินกู้ให้บริษัทในเครือกฤษดานคร แต่ได้รับอนุมัติพักการลงโทษ เมื่อ ม.ค. 2562
  • นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ อดีต รมว. เกษตรและสหกรณ์ และนายวิทยา เทียนทอง อดีตเลขานุการ รมว. เกษตรฯ ถูกศาลพิพากษาให้จำคุกคนละ 6 ปี คดีทุจริตประมูลจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ มูลค่า 300 ล้านบาท ได้รับการพักโทษช่วงกลางปี 2561

ก่อนหน้านี้เมื่อ 11 ธ.ค. 2559 ในหลวง ร. 10 ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ พ.ร.ฎ. พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2559 มาแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องในโอกาสแรกนับแต่ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. 2559