ธนาธร ลั่น “ความอดทนของคนมีขีดจำกัด” ประกาศฟ้องกลับ หลัง คสช. หมดอำนาจ

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/BBC Thai
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
4 ชั่วโมง หลังเข้าให้ถ้อยคำและชี้แจงข้อกล่าวหาปมถือหุ้นบริษัทสื่อ ต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่ออันดับที่ 1 ของพรรค เตรียมฟ้องดำเนินคดีกลับ "คนที่ตัดสินคดีโดยไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ"
ในเวลา 1 ปีเศษหลังก่อตั้ง "พรรคสีส้ม" นายธนาธร แกนนำ และพรรค อนค. ถูกตั้งข้อหา/แจ้งข้อกล่าวหารวม 16 คดี ซึ่งหัวหน้า อนค. บอกว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ "ผมอารมณ์เสียมาก"
ในจำนวนนี้เป็นคดี/ข้อกล่าวหาของนายธนาธรเองอย่างน้อย 6 คดี แบ่งเป็นคดีอาญา 3 คดี และคดี/ข้อหาการเมืองอีก 4 คดี แต่ กกต. ยกคำร้องไป 1 คดี โดย "ขาประจำ" ที่ร้องทุกข์กล่าวโทษนายธนาธรในคดีอาญาคือ พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ นายทหาร ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คสช. ส่วน "นักร้องคดีการเมือง" คือ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai
นายธนาธรบอกว่า รู้สึกเสียใจที่ต้องเอาเวลาเตรียมพร้อมในการทำหน้าที่ ส.ส. และแก้ปัญหาให้ประชาชน มาต่อสู้ทางกฎหมาย พร้อมระบุว่า อนค. มีรายชื่อว่าที่ ส.ส. พรรคการเมืองอื่นไม่ต่ำกว่า 30 คนที่มีปัญหากรณีถือครองหุ้นบริษัทสื่อเช่นกัน และมีหลักฐานหลายกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เอาเรื่องเท็จมาฟ้องร้อง จึงขอสงวนสิทธิในการปกป้องชื่อเสียงของตัวเอง
"ความอดทนของคนมีขีดจำกัด ก็ถ้าจะเดินหน้าอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ก็เอากันอย่างนี้ ที่ผ่านมา ผมได้ต่อสู้โดยสันติมาตลอด แต่ช่องว่างของสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันกับความอดทน มันใกล้ขึ้นมาเรื่อย ๆ" นายธนาธรกล่าว

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai
เขาบอกด้วยว่า จะรอให้ คสช. หมดอำนาจ แล้วจะฟ้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งมีอายุความ 15 ปี
"คนตัดสินคดีผมโดยไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ผมจะปกป้องสิทธิของตัวเอง อีกไม่นาน คสช. จะหมดอำนาจ คุณไม่มีทางชนะประชาชน เวลาอยู่ข้างประชาชน" หัวหน้า อนค. กล่าวด้วยน้ำเสียงอันดัง
ที่มา : บีบีซีไทยรวบรวม
ท่าทีแข็งกร้าวของหัวหน้า อนค. ที่แสดงออกต่อสาธารณะเกิดขึ้นหลังเขาเข้าแก้ข้อกล่าวหาต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของ กกต. ที่มี พ.ต.ท. ปรีชา นาเมืองรักษ์ เป็นประธาน โดยมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ อนค. และอดีตอาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม. ธรรมศาสตร์ ร่วมด้วย
กกต. มีมติเมื่อ 23 เม.ย. แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายธนาธร หลังพบว่ามีหลักฐานเบื้องต้นฟังได้ว่าเขาเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จำนวน 675,000 หุ้น ภายหลังมีผู้ร้องว่าการถือหุ้นดังกล่าวเข้าข่ายเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.
ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มาตรา 98(3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42(3) กำหนดห้ามมิให้ผู้สมัคร ส.ส. "เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ"
กกต. กำหนดให้นายธนาธรเข้าชี้แจงข้อกล่าวหาภายใน 7 วันนับจากได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งวันสุดท้ายก็คือวันพรุ่งนี้ (1 พ.ค.)

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai
ชี้คดีหุ้นมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองมาก
ตลอดเวลา 4 ชั่วโมง ที่ 2 แกนนำ อนค. เผชิญหน้ากับคณะกรรมการสืบสวนฯ นายธนาธรยอมรับว่าบางช่วงเป็นไปอย่างตึงเครียดและบางช่วงผ่อนคลาย ส่วนตัวเขารู้สึกว่าคดีนี้มี "มูลเหตุจูงใจทางการเมืองมาก" เพราะแม้แต่คำถามพื้นฐานที่ได้ถามต่อคณะกรรมการสืบสวนฯ ก็ไม่สามารถตอบได้ว่าตนผิดกฎหมายตรงไหน และคำชี้แจงที่ทำมา มีข้อสงสัยตรงไหนบ้าง
ขณะที่นายปิยบุตรกล่าวเสริมว่า ขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาของ กกต. มีปัญหา และไม่ชอบด้วยการพิจารณาของกฎหมาย เนื่องจาก กกต. ไม่เคยเปิดโอกาสให้นายธนาธรมาชี้แจงเลย มีเพียงการส่งเอกสารไปที่บ้านนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธร ในวันที่ 22 เม.ย. เวลา 13.45 น. และให้มารดาของนายธนาธรมาชี้แจงเวลา 10.30 น. ของวันเดียวกันซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เท่ากับ กกต. พิจารณาตามคำร้องที่คัดลอกข่าวมาจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งเท่านั้น การแจ้งข้อกล่าวหาจึงมีปัญหาอย่างยิ่ง นายธนาธรจึงขอสงวนสิทธิดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต่อไป ซึ่งโทษสูงสุดคือจำคุก
"ถ้าตรวจสอบจาก บอจ. (สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น) แล้วบอกว่าผิด ก็ถือว่าการแจ้งข้อกล่าวหามีปัญหา และถ้าบานปลายจนนำไปสู่การถอนชื่อนายธนาธร หรือออกใบส้ม ขอถามว่า กกต. ทั้ง 7 คนรับผิดชอบไหวหรือไม่ กกต. อย่ากลัวแรงกดดัน เพราะความยุติธรรมและกฎหมายจะคุ้มครองท่านเอง คสช. เดี๋ยวก็ไปแล้ว" เลขาธิการ อนค. กล่าว
การเดินทางเข้าแก้ข้อกล่าวหาของนายธนาธรในครั้งนี้มีว่าที่ ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส. ของพรรครวม 90 ชีวิต ร่วมให้กำลังใจ พวกเขาพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อที่สั่งทำเป็นพิเศษ มีข้อความว่า "เราคือผู้แทนราษฎร เรามาจากประชาชน"
ในเวลาไล่เลี่ยกัน เสียงตะโกน "ธนาธรสู้ ๆ" และ "อนาคตใหม่สู้ ๆ" ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ที่โถงชั้น 1 ของศูนย์ราชการอาคารบี จากบรรดาประชาชนผู้สนับสนุนพรรคการเมืองอายุ 1 ปีเศษ

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai
ธนาธรยื่นหลักฐาน 26 รายการแก้ข้อกล่าวหาปมถือหุ้นสื่อ
นอกจากเตรียมตัวมาตอบข้อซักถามของ กกต. นายธนาธรยังเตรียมหลักฐานรวม 26 รายการ มายืนยันข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย อาทิ ตราสารโอนหุ้น, โนตารี, ใบหุ้น, เช็คชำระค่าหุ้น, สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ไม่เว้นกระทั่งใบสั่งฐานขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งได้ระหว่างตีรถกลับจากบุรีรัมย์-กรุงเทพฯ เมื่อ 8 ม.ค. วันที่เขาโอนหุ้นให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา
ก่อนเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา นายธนาธรบอกกับสื่อมวลชนว่า "สบายใจมากครับ เชื่อมั่นมาก ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่เชื่อมั่น มั่นใจกับพยานหลักฐาน เพราะคนที่ตั้งคำถามกับเราไม่เคยมีพยานหลักฐานใดมาแสดงได้ มีแต่ข้อกล่าวหา"

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai
เขากล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือพยายามหยิบเอาประเด็นเล็กน้อยมาตั้งคำถาม ทำให้สังคมเข้าใจผิด และ "เป็นกระแสที่ถูกปลุกขึ้นโดยไม่มีพยานหลักฐานใดที่จะมาหักล้างต่อสิ่งที่เคยชี้แจงต่อสาธารณชนไปแล้ว" พร้อมโยนคำถามกลับไปว่าทำไมการโอนหุ้นของเขาจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ม.ค. ไม่ได้ "การตั้งคำถามว่าทำไมต้องโอนหุ้นวันที่ 8 ม.ค. ไร้สาระมาก"
อนค. มั่นใจ ธนาธร ได้เข้าสภาฯ พร้อมลูกพรรค
สิ่ง "เลวร้ายที่สุด" ที่อาจเกิดขึ้นจากกรณี "หุ้นร้อน" ในมือนายธนาธร คือการถูก กกต. สั่งเพิกถอนสิทธิการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 1 ปี หรือ "แจกใบส้ม" ทว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่แกนนำ อนค. ประเมินว่าจะเกิดขึ้น พวกเขาไม่เคยจินตนาการว่าหัวหน้าพรรคจะ "ไม่ได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯ"
นายธนาธรแสดงความเชื่อมั่นว่า อนค. จะได้รับการประกาศรับรอง ส.ส. วันที่ 9 พ.ค.
ไม่ต่างจากนายปิยบุตรที่กล่าวกับว่าที่ ส.ส. อนค. ว่า มั่นใจเต็มร้อยว่า ส.ส. อนค. ทั้ง 88 คนจะได้ไปทำหน้าที่ในสภา "พวกเราได้คะแนนมา 6.2 ล้านเสียง และเป็นตัวแทนของประชาชนชาวไทย ดังนั้นไม่มีอะไรจะขัดขวางเจตจำนงของประชาชนได้"
เขาย้ำด้วยว่า นายธนาธรจะได้เป็น "เสาหลักในสภาฯ" เข้าไปผลักดันสิ่งที่ อนค. ได้หาเสียงเอาไว้ แม้ก่อนหน้านี้ น.ส. พรรณิการ์ วานิช โฆษก อนค. เคยหลุดปากบอกว่านายธนาธร "ยินดีทำหน้าที่อยู่นอกสภาฯ" ในกรณีได้ใบส้ม
ขณะที่รองหัวหน้า อนค. อีก 2 คน ทั้ง พล.ท. พงศกร รอดชมภู และนายชำนาญ จันทร์เรือง กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ในทางกฎหมายและข้อเท็จจริงแล้ว "เป็นไปไม่ได้" ที่นายธนาธรจะถูกแจกใบส้ม แต่การเมืองปัจจุบันยอมรับว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้
"หากไม่มีธนาธร ก็ยังมีปิยบุตร ไม่มีปิยบุตรก็มีพรรณิการ์ ไม่มีพรรณิการ์ก็มี อ. จุ้ย (กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ) ไม่มี อ. จุ้ย ก็มีชำนาญ" นายชำนาญรระบุ
"เรามั่นใจว่าคุณธนาธรจะไม่มีความผิด หาก กกต. ยึดมั่นหลักกฎหมายเคร่งครัด แต่ถ้ามีความผิดปกติเกิดขึ้น ก็อาจจะมีผลกระทบต่อการเมือง" พล.ท. พงศกรกล่าว
ขู่ "นักร้อง" ถ้าร้องเท็จติดคุกแน่
นอกจากกรณีหุ้นของนายธนาธร ว่าที่ ส.ส. อนค. รวม 11 ชีวิต ก็ถูกยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบกรณีถือครองหุ้นในบริษัทสื่อเช่นกัน เกี่ยวกับเรื่องนี้หัวหน้า อนค. บอกว่า พรรคมีข้อมูลอยู่ในมือว่ามีว่าที่ ส.ส. พรรคอื่นถือหุ้นในลักษณะเดียวกัน ถ้าใช้บรรทัดฐานนี้ ส.ส. ก็หายไปกันหมด
ขณะที่เลขาธิการ อนค. แจกแจงว่า หลายบริษัทที่ว่าที่ ส.ส. อนค. ถือหุ้นได้ปิดกิจการไปแล้ว ล้มหายตายจากไปแล้ว จึงขอเตือนบรรดา "นักร้อง" ว่าถ้าร้องเป็นเท็จ มีโทษตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ม. 143 มีโทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
ลำดับความเป็นมาปม "หุ้นร้อน" ในมือธนาธร
- 22 มี.ค. : สำนักข่าวอิศราเผยแพร่รายงาน "'ธนาธร-เมีย' โอน บ.วี-ลัค มีเดีย 900,000 หุ้น ให้แม่ ก่อนเลือกตั้ง 3 วัน" โดยพบว่า นายธนาธร และนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา ได้โอนหุ้นจำนวน 9 แสนหุ้น มูลค่า 9 ล้านบาท (นายธนาธรถือ 675,000 หุ้นคิดเป็น 15% และนางรวิพรรณถือ 225,000 หุ้น คือเป็น 5%) ให้กับนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา ในวันที่ 21 มี.ค. 2562 หรือ 3 วันก่อนการเลือกตั้ง
- 23 มี.ค. : นายธนาธรนำตราสารโอนหุ้น ลงวันที่ 8 ม.ค. 2562 ขึ้นแสดงบนเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ของเขา เพื่อยันว่า "ได้โอนหุ้นไปตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา 1 เดือนก่อนยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นทุกท่านจึงไม่ต้องกังวลว่าเราจะมีปัญหาทางกฎหมายในเรื่องนี้..." ขณะที่การสมัคร ส.ส. ของเขาเกิดขึ้นเมื่อ 6 ก.พ. 2562

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคอนาคตใหม่
- 25 มี.ค. : นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้วินิจฉัยคุณสมบัติของนายธนาธร
- 27 มี.ค. : สำนักข่าวอิศราตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า มีการแจ้งโอนหุ้นของนายธนาธรเมื่อ 21 มี.ค. 2562 ไม่ตรงกับตราสารหุ้นที่นายธนาธรเปิดเผยต่อสาธารณะ อีกทั้งยังพบว่าการประชุมผู้ถือหุ้น 19 มี.ค. 2562 มีกรรมการ/ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม จำนวน 10 คน ทั้งที่น่าจะเหลือ 8 คน เนื่องจากนายธนาธรและภรรยาขายหุ้นออกไปแล้ว
- 29 มี.ค. : นายธนาธรเปิดแถลงข่าวอีกครั้ง ยืนยันขายหุ้นให้มารดาตั้งแต่ 8 ม.ค. ก่อนบริษัทปิดกิจการ เพราะได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป พร้อมนำสื่อมวลชนไปยังบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 7 บนอาคารไทยซัมมิท เพื่อแสดงให้เห็นว่าบริษัทแห่งนี้ปิดกิจการไปแล้ว
- 2 เม.ย. : นายธนาธรออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก โดยในจำนวนนี้ได้ชี้แจงเรื่องผู้ถือหุ้น 10 คน ว่าเป็นเพราะมารดาได้โอนหุ้นให้หลาน 2 คน ตั้งแต่ 14 ม.ค. 2562 ทำให้การประชุม 19 มี.ค. มีผู้ถือหุ้นคงเหลือจำนวน 10 คน ส่วนตัวยืนยันไม่ได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นด้วย และ "มิได้มีพฤติการณ์ 'ส่อพิรุธ' ดังที่สื่อมวลชนบางฉบับพยายามชี้นำ"
- 4 เม.ย. : นายธนาธรให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าเมื่อขายหุ้นไปแล้ว ทางบริษัทและมารดาจะไปทำอะไร "ไม่รู้เรื่องด้วย" และ "ไม่มีความเกี่ยวข้อง ก็ให้เป็นไปตามเอกสาร"
- 4 เม.ย. : กกต. มีมติตั้งคณะกรรมการช่วยตรวจสอบสำนวนเพื่อดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวน กรณีการกล่าวหานายธนาธรว่ามีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ เนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทสื่อ โดยมีนายวินัย ดำรงค์มงคลกุล เป็นประธาน
- 5 เม.ย. : นายศรีสุวรรณ จรรยา เข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อ กกต. กรณียื่นร้องให้สอบสวนและวินิจฉัยเพื่อส่งให้ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งของนายธนาธร หลังพบพิรุธว่าการโอนหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย "อาจเป็นการอำพรางนิติกรรม"
- 22 เม.ย. : ประชุมคณะกรรมการช่วยตรวจสอบสำนวนฯ เพื่อสรุปความเห็นเสนอต่อ กกต.
- 22 เม.ย. : นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค. เปิดแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด ขณะที่ฝ่ายกฎหมาย อนค. เข้ายื่นเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ กกต.
- 23 เม.ย. : นายศรีสุวรรณเข้ายื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ต่อ กกต. โดยระบุว่าเลขาธิการ อนค. เข้าข่าย "สร้างหลักฐานเท็จ" ระหว่างเปิดแถลงข่าว แล้วนำใบเสร็จอีซี่พาส เวลา 14.57 น. ของวันที่ 8 ม.ค. มาแสดง เพื่อยืนยันว่านายธนาธรมาจัดการโอนหุ้นที่ กทม. จริง โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปได้อย่างไรทีจะใช้เวลาเพียง 1 ชม. เดินทางด้วยรถจากบุรีรัมย์มาถึง กทม.
- 23 เม.ย. : กกต. มีมติแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายธนาธร กรณีถือครองหุ้นบริษัทสื่อ โดยให้ชี้แจงข้อกล่าวหาได้ภายใน 7 วันนับจากได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา
- 25 เม.ย. : นายธนาธรเดินทางกลับจากต่างประเทศโดยมีผู้สนับสนุนไปรอให้กำลังใจที่สนามบิน เขายังแสดงความมั่นใจว่าจะชี้แจงข้อกล่าวหาได้ชัดเจน และเห็นว่า กกต. ไม่อาจแจก "ใบส้ม" เขาได้
ที่มา : บีบีซีไทยสรุปข้อมูลจากสำนักข่าวอิศรา และคำชี้แจงของนายธนาธรผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคอนาคตใหม่








