ผลการเลือกตั้ง 2562 : กกต. มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ในที่สุด วันนี้ (11 เม.ย.) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเอกฉันท์ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตีความใช้สูตรของ คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดสรร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อให้พรรคเล็กได้ 1 คน ไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมีให้ได้สิทธิ์ได้ ส.ส. ได้หรือไม่ ชี้เป็นวิธีเดียวทำให้จัดสรรครบ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อครบ 150 คน
ในเอกสารชี้แจงของ สำนักงาน กกต. ระบุว่า กกต. พิจารณาเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคพึงมี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 แล้ว โดยมี กกต.ทั้ง 7 คนมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า กกต.จะคำนวณหาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ซึ่งจะมีผลทำให้พรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส.ที่จะพึงมีได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส.ส. 1 คน ได้รับการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 หรือไม่
โดย กกต. พิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้วมีความเห็น แม้การคำนวณหา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อตามมาตรา 91 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญ ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. แล้ว จะมีหลายพรรคการเมืองที่มีผลการคำนวณจำนวน ส.ส.จะพึงมีได้เบื้องต้นต่ำกว่า 1 คน สามารถได้รับการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน และสามารถจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้ครบ 150 คน ซึ่งสอดคล้องกับความของ กรธ. ก็ตาม
แต่การคำนวณตามมาตรา 128 (5) ดังกล่าวมีผลขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 91(2)(4) เนื่องจากมีผลทำให้พรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส.จะพึงมีได้ต่ำกว่า 1 คน สามารถได้รับการจัดสรรให้มี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน จึงอาจทำให้พรรคการเมืองบางพรรค มีจำนวน ส.ส.เกินกว่าจำนวน ส.ส.ที่จะพึงมีได้ ซึ่งต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญตาม 91 (4) แต่หากคำนวณหาจำนวนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 จะไม่สามารถจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้ครบ 150 คน
อีกทั้งหากไม่นำจำนวนส.ส.ที่จะพึงได้ต่ำกว่า 1คน ไปคิดคำนวณต่อตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 128(5) ก็ไม่สามารถคิดคำนวณจัดสรรได้ครบ 150 คนเช่นกัน จึงไม่มีวิธีการใดที่จะนำมาคิดคำนวณให้มีจำนวน ส.ส.ได้ 150 คนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา83 ได้

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
กกต.จึงเห็นว่าเป็นปัญหาเรื่องของอำนาจหน้าที่จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 (1)และ(2) และพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 วรรค (1) และ (2) ว่าเมื่อ กกต. จะคำนวณหาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อตามวิธีการดังกล่าวแล้ว ไม่มีวิธีใดที่จะทำให้ได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อครบ 150 คน ดังนั้น กกต.จะคำนวณตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 วรรคสาม ประกอบมาตรา 128 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ซึ่งการคิดคำนวณดังกล่าวอาจทำให้พรรคการเมืองบางพรรคที่มีจำนวนส.ส.ที่จะพึงมีได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต่อ ส.ส. 1 คน กกต.จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่และการดำเนินการดังกล่าวชอบด้วยรัฐธรรมนูญตามมาตรา 91 หรือไม่
ด้านนายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ได้รับคำร้องจากกกต.แล้วเมื่อช่วงเย็น คาดว่าจะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญหลังสงกรานต์
ต้องเผชิญแรงกดดันจากสังคมอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. รวมทั้ง เรื่องการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อนี้ ก็กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของภาคประชาสังคมถึงความไม่ชัดเจนของ กกต. จนทำให้บางส่วนตัดสินใจออกมารวบรวมรายชื่อเพื่อถอดถอน กกต. ทั้งโลกออนไลน์และตามสถานบันการศึกษาชั้นนำ
เช่น ในวันที่ 10 เม.ย. สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) พร้อมด้วยสมาชิกแถลงถึงการฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จากการดำเนินการเลือกตั้งของ กกต. ที่มีนายอิทธิพร เมื่อวันที่ 24 มี.ค. เกิดความผิดปกติจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม เช่น การจัดส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตและนอกราชอาณาจักรผิดพลาด

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
นอกจากนี้ยังมีผู้ยื่นคำร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองพิจารณาว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะอีกด้วย โดย พล.อ.วิทวัส รัชตะนันท์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ต้องดูข้อเท็จจริงก่อนว่าเหตุผลในคำร้องที่ยื่นให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะคืออะไร แต่ส่วนตัวว่า ต้องไว้วางใจการทำหน้าที่ของ กกต. เพราะกว่าจะได้มาจากการสรรหา การตรวจสอบคุณสมบัติต่างๆตามกฏหมาย มีกระบวนการหลายขั้นตอน โดยเห็นว่าตามข้อเท็จจริงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.มีหน่วยเลือกตั้งกว่า 90,000 หน่วย คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งกว่า 6 แสนคน ดังนั้นจึงต้องเข้าใจการทำงานของคน 6 แสนคนด้วยว่าอาจจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้บ้างหรือไม่ โดยคำร้องของผู้ร้องนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร
ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินจะสามารถพิจารณาว่าจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองตามคำร้องหรือไม่นั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินจะไม่เร่งรัดพิจารณา เพราะต้องฟังคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่คาดว่าจะพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 9 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ กกต.จะประกาศรับรองผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 95
เคยชี้แจงเหตุแห่งการไม่เปิดเผย เพราะข้อมูลยังไม่ชัดเจน
นายปกรณ์ มหรรณพ กรรมการ กกต. แถลงเคยแถลงข่าว เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า ข้อมูลผู้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และจำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขต ยังไม่เป็นที่ยุติ อีกทั้งยังไม่แน่ว่าจะเกิดกรณีมีพรรคการเมืองได้ ส.ส. แบบแบ่งเขตเกินกว่าจำนวน ส.ส. พึงมี หรือโอเวอร์แฮงค์ ตามที่มีการพูดกันหรือไม่ เพราะขณะนี้มีผู้สมัคร ส.ส. ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 66 เขต ถูกร้องเรียน จากเรื่องร้องเรียนทั้งหมดเกือบ 300 เรื่อง
"ข้อมูลยังไม่ชัดเจน ท่านสมมติไม่ได้นะ เพราะเราต้องเลือกตั้งใหม่ 6 หน่วย และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีก 66 เขตนี้ ผู้ชนะจะถูกเพิกถอนหรือไม่ ถ้าถูกเพิกถอนจะเปลี่ยนแปลงคะแนนจำนวนมากเลย" และ "6 หน่วยอาจคะแนนน้อย แต่ที่ใหญ่ที่สุดคือ 66 เขตที่ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดถูกร้องเรียน นี่คือสิ่งที่อาจต้องนำไปประกอบ" นายปกรณ์กล่าว
ที่มา: กกต. ข้อมูล ณ วันที่ 25 มี.ค. 2562 เวลา 15.00 น.
กรรมการ กกต. รายนี้บอกต่อไปว่า ได้สั่งการให้สำนักงาน กกต. ศึกษาทุกรูปแบบเผื่อเอาไว้แล้ว ยืนยันว่า "ไม่มีสูตร" มีแต่ "วิธีคำนวณ" ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 และ 129 กำหนดไว้
"เราให้สำนักงานคิดแล้ว แต่เราเชิญ กรธ. (กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ) มาดูว่าสอดคล้องกันหรือไม่ เพื่อความรอบคอบ ก่อนให้ กกต. พิจารณา" กรรมการ กกต. กล่าว

เขายังฝากถึงบรรดานักคณิตศาสตร์การเมืองว่า "อย่าตีความรายคำ ขอให้ตีความตามบรรทัด ให้จบกระแสความแล้วจะเข้าใจ" อยางไรก็ตาม กกต. ต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้ได้อย่างน้อย 333 เขต หรือคิดเป็นร้อยละ 95 ของสภาฯ ก่อนวันที่ 9 พ.ค. ซึ่งต้องมีพระราชพิธีเปิดประชุมรัฐสภา
วันที่ 5 เม.ย. ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสัปดาห์ที่กรรมการ กกต. มาพบปะสื่อมวลชนและเปิดแถลงข่าวด้วยตนเอง ท่ามกลางความเคลื่อนไหวจากนิสิตนักศึกษาและประชาชนทั่วประเทศ ในการล่ารายชื่อเสนอถอนถอน 7 กกต. ออกจากตำแหน่ง หรือกดดันให้ลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการจัดการเลือกตั้ง วันที่ 24 มี.ค. ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องความไม่โปร่งใส ซึ่งนอกจากนายปกรณ์ ยังมีนายฐิติเชษฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต. ร่วมนั่งหน้าโพเดียมแถลงข่าวด้วย

ที่มาของภาพ, STR/BBC Thai
นายปกรณ์ยืนยันว่า "ไม่เสียกำลังใจ" ในเมื่อสมัครใจมาเป็นบุคคลสาธารณะก็ต้องพร้อมต่อการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ การเรียกร้องให้ถอดถอนหรือลาออก เป็นสิทธิ เรารับฟัง แต่หน้าที่เราต้องทำให้สุจริตเที่ยงธรรม
"เมื่อถึงวันนั้นเราก็จะมาพิจารณากัน แต่วันนี้เราต้องทำหน้าที่ให้สำเร็จก่อน" นายปกรณ์ระบุ

























