โปรดเกล้าฯ ถอดยศ นายกองใหญ่ ทักษิณ ชินวัตร

มีพระราชโองการ พระราชทานพระราชานุญาต ถอดยศ นายกองใหญ่ "ทักษิณ ชินวัตร" หลังจากวันที่ 30 มี.ค.ที่ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากอดีตนายกรัฐมนตรีไปแล้ว เพราะพฤติการณ์กระทำไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

วันนี้ 8 เม.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ว่า ประกาศ พระราชโองการ พระราชทานพระราชานุญาตถอดยศกองอาสารักษาดินแดน โดยมีใจความว่า

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ตามที่ทรงมีพระราชโองการทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา นายทักษิณ ชินวัตร ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเอง พิพากษาถึงที่สุดแล้วให้ลงโทษจำคุก และยังมีข้อหาฐานอื่นๆ อีกหลายคดี อีกทั้งได้หลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพฤติการณ์การกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ประกาศลงวันที่ 30 มีนาคม 2562 แล้วนั้น

บัดนี้ กระทรวงมหาดไทยขอพระราชทานถอดยศกองอาสารักษาดินแดน นายทักษิณ ชินวัตร ออกเสียจากยศ นายกองใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2562 เนื่องจากมีการกระทำความผิด ศาลพิพากษาถึงที่สุดลงโทษจำคุก และเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาแล้วหลบหนีไป ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติยศและเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ.2497

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตถอดยศกองอาสารักษาดินแดน นายทักษิณ ชินวัตร ออกเสียจากยศ นายกองใหญ่

ประกาศ ณ วันที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน

เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศเรื่อง เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายหน้า และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลอื่น เนื่องจากนายทักษิณ ชินวัตร ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำารงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาถึงที่สุดลงโทษจำคุก และยังมีข้อหาฐานอื่น ๆ อีกหลายคดี

อีกทั้งได้หลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพฤติการณ์การกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ชั้นปฐมดิเรกคุณาภรณ์ และเหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่ 1 ของนายทักษิณ ชินวัตร

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม พุทธศักราช 2562

ประกาศ ณ วันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน

ริบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น

ก่อนหน้านี้ นายทักษิณ เพิ่งถูกริบคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาวที่ได้รับในปี 2534 โดย พล.อ. พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเตรียมทหาร มีมติถอดชื่อนายทักษิณ ออกจากการเป็นศิษย์เก่าดีเด่นและเรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาวดังกล่าวว่า ถือเป็นมติที่ประชุมคณะกรรมการศิษย์เก่า ร.ร.เตรียมทหาร มีผู้แทนจากรุ่นต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการ ถือเป็นเรื่องภายใน ซึ่งรางวัลนี้เป็นรางวัลเกียรติยศ ผู้รับก็ต้องรักษาเกียรตินั้นไว้ ถ้ามีข้อมูลในทางใดที่ผู้รับไม่สามารถรักษาเกียรติไว้ได้ ก็ต้องเรียกคืน

เมื่อถามถึงสาเหตุในการเรียกคืนรางวัล พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า สื่อมวลชนและคนไทยอาจทราบข้อมูลตรงนั้นอยู่จากโลกโซเชียลในหลายแห่ง แต่สิ่งที่รบกวนจรรยาบรรณและหลักนิยมของทหาร คือการใดก็ตามที่เป็นการจาบจ้วงไม่รู้ที่สูงที่ต่ำ ตรงนั้นก็ถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจ

"เราไม่เคยคิดดึงฟ้าต่ำ เรามีแต่ยกฟ้าสูง"

นายทักษิณ เพิ่งให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย ในช่วงหลังจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่เกาะฮ่องกง ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีฉลองมงคลสมรสของ น.ส.แพทองธาร หรือ 'อุ๊งอิ๊ง' ชินวัตร และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชเชษฐภคินีของในหลวงรัชกาลที่ 10 เสด็จร่วมงานด้วย

บีบีซีไทย ได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องที่พรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งถูกมองว่า เป็นพรรคที่นายทักษิณให้การสนับสนุน ได้เสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา จนส่งผลให้รัชกาลที่ 10 ทรงมีพระราชโองการในค่ำวันเดียวกันว่า "การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมือง ไม่ว่าจะโดยทางใดก็ตาม... ถือเป็นการกระทำที่มิบังควร ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง" และ "พระบรมวงศ์ราชวงศ์อยู่เหนือการเมือง" และส่งผลให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคไทยรักษาชาติเมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา

นายทักษิณ ปฏิเสธกับบีบีซีไทยว่า "ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง" กับกระบวนการเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ

"เป็นเรื่องของพรรค ไม่ใช่ของผม ผมอยู่เมืองนอกในฐานะผู้สังเกตการณ์ เป็นกองเชียร์เฉย ๆ" นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของไทย กล่าว

แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ฝ่ายที่เห็นไม่ตรงกับนายทักษิณมองว่าเป็นการกระทำในลักษณะ "ดึงฟ้าต่ำ"

"เราไม่เคยคิดดึงฟ้าต่ำ เรามีแต่ยกฟ้าสูง แต่บังเอิญว่ามันเป็นเรื่องที่ท่านทรงสละ ต้องมองให้ดีว่าท่านรักบ้านเมือง รักประชาชน ท่านอยากทรงเสียสละที่จะมาทำงานให้บ้านเมือง ในเมื่อว่าพระเจ้าอยู่หัวท่านบอกว่าไม่ได้ ไม่ได้ก็ท่านก็จบ ไม่ได้ ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น อย่าไปคิดว่าดึงฟ้าต่ำ คนที่ดึงฟ้าต่ำจริง ๆ ไม่ใช่ผมหรอก ผมมีแต่ยกย่องเทิดทูน แน่นอน" นายทักษิณ กล่าว