You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เลือกตั้ง 2562 : นักวิชาการด้านการเมืองชี้ เพลงหนักแผ่นดิน คือบทเพลงสร้างวาทกรรมแห่งความแตกแยก
เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แนะนำให้ฟังเพลงหนักแผ่นดิน กระแสในสื่อโซเชียลดังกระหึ่มจนทำให้ #หนักแผ่นดิน พุ่งทะยานไต่อันดับต้น ๆ ของทวิตเตอร์เมืองไทย
ขณะที่นักวิชาการประวัติศาสตร์การเมืองชี้การแนะนำคนไทยไปฟังเพลงดังกล่าว เป็น วาทกรรมแห่งการสร้างความแตกแยกทางการเมือง พร้อมเสนอแนะกองทัพอธิบายประชาชนถึงความจำเป็นของการใช้งบประมาณและการเกณฑ์ทหารเป็นการตัดสินใจ น่าจะเป็นหนทางการสื่อสารที่เหมาะสมกว่า
ดร. บุญเกียรติ การะเวกพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง บอกบีบีซีไทย ว่า เพลงหนักแผ่นดิน เป็นส่วนหนึ่งของสงครามความคิด ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งในขณะนั้นสังคมไทย มีการต่อสู้ทางความคิดทั้งฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย บทเพลงดังกล่าวสร้างวาระกรรมแห่งความแตกแยก ซึ่งผลสุดท้ายแล้ว เพลงหนักแผ่นดินจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของความรุนแรงระหว่างคนไทยด้วยกันเอง ในช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ
"เพราะบทเพลงทำให้มีผลทางจิตใจให้กลายเป็นศัตรูทางการเมือง เพลงแบบนี้ เป็นเครื่องมือทางการเมืองในยุคสมัยหนึ่ง การหยิบยกเพลงนี้ขึ้นมา ก็อาจจะนำไปสู่ความแตกแยกทางการเมือง และกลายมาเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้ ดั้งนั้น ควรจะโต้แย้งด้วยเหตุและผล"
นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์การเมืองรายนี้เสนอว่า สิ่งที่ พล.อ. อภิรัชต์ควรอธิบายให้ประชาชนเห็นถึงความจำเป็นของกองทัพในการคงหรือใช้งบประมาณทางทหารมากกว่า การตอบโต้ตอบโต้ด้วยการแนะนำให้ไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน
ผศ. พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การกลับมาของเพลงหนักแผ่นดินคือภาพสะท้อนของกระแสขวาจัดในสังคมไทย เพลงนี้เดิมใช้ในการขับไล่ กีดกัน และสร้างความรู้สึกให้มองว่าพวกคอมมิวนิสต์ไม่ใช่ไทย เป็นพวกอันธพาล คอยจะทำลายชาติ สถาบันกษัตริย์ และความเป็นไทย (ประเพณีไทย)
พูดอีกแบบเพลงนี้คือเพลงที่ใช้ฆ่าศัตรู ใครถูกไล่ให้ไปฟังก็คือศัตรู วิธีที่ไล่คนไปฟังเพลงแบบนี้นับว่าเก่ามาก เป็นวิธีเล่นการเมืองแบบสร้างให้เกิดศัตรู เพราะเป็นอันตรายต่อคนในสังคมที่ต้องการความสมานฉันท์และร่วมเดินไปข้างหน้าด้วยกัน
#หนักแผ่นดิน ติดอันดับ 1 ทวิตเตอร์เทรนด์
คำอธิบายของ ดร. บุญเกียรติ ต่อเรื่องดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ. อภิรัชต์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า "ก็ให้ไปฟังเพลงหนักแผ่นดินไง" ภายหลังถูกถามถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย และหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคฯ กล่าวปราศรัยเสนอนโยบายตัดงบกลาโหม 10% และยกเลิกการเกณฑ์ทหาร
ก่อนหน้านั้น ผู้สื่อข่าวก็ได้พยายามสอบถาม พล.อ. อภิรัชต์ถึงดูแลสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงหาเสียงขณะนี้ แต่ พล.อ. อภิรัชต์ก็ย้อนถามกลับว่า "เพลงอะไรที่กำลังฮิตตอนนี้ ก็เพลงหนักแผ่นดินไง"
เขากล่าวภายหลังการเป็นประธานพิธีวันคล้ายวันสถาปนา กอ.รมน. ครบรอบ 11 ปี ประจำปี 2562 เพื่อระลึกถึงความสำคัญและเกิดความภาคภูมิใจในเกียรติประวัติความเป็นมา รวมทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อองค์กร โดยมีผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผู้แทนจากส่วนราชการ ผู้บังคับบัญชาของกอ.รมน. ข้าราชการ กอ.รมน. และมวลชน กอ.รมน.
และขณะนี้ #หนักแผ่นดิน ติดแฮชแทกอันดับหนึ่งภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว
สั่งเปิดเพลง มาร์ชกองทัพบก-หนักแผ่นดิน ทุกวัน
ในเวลาต่อมา พล.อ.อภิรัชต์ ได้สั่งการให้กรมกิจการพลเรือนทหารบก นำเพลงแนวปลุกใจทหาร เช่น เพลงมาร์ชกองทัพบก เพลงหนักแผ่นดิน เป็นต้น ไปเปิดในสถานีวิทยุกองทัพบกที่มีกว่า 160 สถานีทั่วประเทศทุกวัน ยกเว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ในรายการ "ทบ.เพื่อประชาชน" และเวลา 12.00 น. ในรายการ รู้รักสามัคคีทำความดีเพื่อแผ่นดิน พร้อมทั้งเชื่อมต่อกับเสียงตามสายภายในกองทัพบกด้วย โดยเฉพาะในช่วงเวลา 12.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังพลอยู่ระหว่างพักกลางวัน
โดยอธิบายถึงจุดประสงค์ในการดำเนินการดังกล่าวก็เพื่อให้ทหารทุกคนตระหนักในการทำหน้าที่ของตัวเอง สำนึกต่อความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง เพราะที่ผ่านมามีบางฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์แล้วนำข้อมูลที่บิดเบือนมาโจมตี เพื่อสร้างความเข้าใจผิดกับการปฏิบัติงานของรัฐบาล และกองทัพ ดังนั้นหน่วยงานต้องชี้แจงผ่านสื่อในสังกัด และหน่วยงานของตนเองอย่างรวดเร็ว
กองทัพควรวางตัวเป็นกลางทางการเมือง
ดร. บุญเกียรติ ยังเสนอแนะเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเป็นห้วงเวลาของการหาเสียงระหว่างพรรคการเมืองและ เป็นการต่อสู้กันในเชิงนโยบายที่แตกต่างกันเพื่อให้เป็นตัวเลือกของประชาชนและขึ้นสู่อำนาจ
"การต่อสู้ทางการเมือง ในเชิงนโยบาย คนอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ไม่ใช่การ สร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในคนไทยด้วยกัน" เขากล่าว
ขณะที่ นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเลขานุการประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงในช่วงปีหน้า 2519 มองว่า คำพูดดังกล่าวของ พล.อ. อภิรัชต์อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่อาจจะรุนแรงก็ได้
"ไม่เหมาะไม่ควร เพราะทหารควรจะวางตัวเป็นการกลางทางการเมือง" เขากล่าว
หากย้อนไปดูตอนที่เพลงหนักแผ่นดินในอดีต เป็นยุคปี 2519 เพลงดังกล่าวได้รับการเผยแพร่อย่างแพร่หลาย ผ่านเครือข่ายสถานีวิทยุยานเกาะ ซึ่งทำให้นำไปสู่การล้อมปราบนักศึกษาและปราบปรามประชาชน
นักกิจกรรมทางการเมืองรายนี้มองว่า นี่เหมือนกับว่าจะข่มขู่ประชาชน แม้ว่าประเทศจะกำลังก้าวไปสู่การเลือกตั้ง
เนื้อหาเพลง "หนักแผ่นดิน" เป็นอย่างไร
สำหรับเพลงหนักแผ่นดินนี้ ประพันธ์คำร้องโดย พ.อ. บุญส่ง หักฤทธิ์ศึก ขับร้องโดย สันติ ลุนเผ่ และศิริจันทร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นเพลงที่แต่งเมื่อ พ.ศ. 2518 ใช้เปิดออกอากาศทางสถานีวิทยุ จ.ส. กรมการสื่อสารทหารบก กองทัพบก ในการต่อสู้ทางการเมืองกับขบวนการคอมมิวนิสต์ ในช่วง พ.ศ. 2518-2523 มีเนื้อหาดังนี้