เลือกตั้ง 2562 : ความในใจ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ "เวลาเราต่อสู้กับนักเลือกตั้ง จึงถูกเหมารวมว่าไม่เป็นประชาธิปไตย"
- Author, เรื่องโดย หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- Role, วิดีโอโดย วสวัตติ์ ลุขะรัง ผู้สื่อข่าววิดีโอ
การเกิดขึ้นและดำรงอยู่คู่การเมืองไทยมายาวนานถึง 73 ปี ของพรรคประชาธิปัตย์ ก่อให้เกิดภาพลักษณ์-ภาพจำด้วย 3 คำจำกัดความคือ "พรรคเก่าแก่-ฝ่ายค้าน-วาทศิลป์"
จุดก่อเกิดพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2489 เป็นไปเพื่อคานอำนาจของ ปรีดี พนมยงค์ ผู้นำคณะราษฎร และนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 จึงคล้ายถูกปลูกฝังแนวคิด "อนุรักษ์นิยม" ตั้งแต่ยุคก่อตั้ง แม้คำประกาศอุดมการณ์ของพรรคจะยืนอยู่ภายใต้หลัก "เสรีประชาธิปไตย" ก็ตาม
จากบทบาทแรกทางการเมืองในฐานะ "ฝ่ายค้าน" ของรัฐบาลปรีดี พรรคประชาธิปัตย์เติบโตจากการทำหน้าที่ฝ่ายค้านเป็นส่วนใหญ่ในห้วง 7 ทศวรรษที่ผ่านมา และยังไม่เคยสัมผัสชัยชนะในสมรภูมิเลือกตั้งเลยใน 2 ทศวรรษหลังมานี้
ภาพ ส.ส. ยืนอภิปรายอย่างฉะฉานกลางสภาฯ โดยยกสารพัดหลักการและเหตุผล จึงเป็นภาพคุ้นตาประชาชน พร้อมกับประโยคคุ้นหูที่ว่า "ประชาธิปัตย์ยึดมั่นประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา" ซึ่งหลุดจากปากแกนนำคนสำคัญของพรรค ก่อนถูกท้าทายด้วยภาพจำใหม่ "บอยคอตเลือกตั้ง" ในปี 2549 และ 2557 ซึ่งจบลงด้วยการรัฐประหารทั้ง 2 ครั้ง

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
สายตาจากภายนอก ทำให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ครองเก้าอี้มายาวนานเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์พรรค รู้สึกถึงความ "ไม่เป็นธรรม" เขายืนกรานกับบีบีซีไทยว่า พรรคของเขาเป็น "สถาบันการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย" และยังเป็น "รัฐบาลที่กอบกู้วิกฤตประเทศมาหลายครั้ง"
ต่อสู้กับนักเลือกตั้ง ไม่เท่ากับปฏิเสธประชาธิปไตย
แต่ถึงกระนั้น อภิสิทธิ์ ยอมรับว่าสังคมอาจกังขากับบทบาทประชาธิปัตย์ในห้วง 10 ปีหลังมานี้
"เวลาเราต่อสู้กับคนที่มาจากการเลือกตั้ง หลายคนก็จะไปเหมารวมว่าเท่ากับว่ามันไม่เป็นประชาธิปไตย แต่จริง ๆ แล้วคำว่าเสรีนิยมประชาธิปไตยมันกินความมากกว่าคำว่ามาจากการเลือกตั้ง มันหมายถึงการเคารพเสียงข้างน้อย หมายถึงการใช้อำนาจอย่างมีขอบเขตจำกัด" อภิสิทธิ์ กล่าว

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
ทว่าเมื่อ พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม คนรุ่นใหม่ของพรรค และหลานชายของหัวหน้าพรรค พูดว่าประชาธิปัตย์เป็นพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย กลับก่อให้เกิดความรู้สึก "คล้อยตาม-ชวนเชื่อ" ได้มากกว่าเวลาฟัง อภิสิทธิ์ พูดคำเดียวกัน ซึ่งเจ้าตัวคาดว่าอาจเป็นเพราะไอติมคือคนหน้าใหม่-คนที่ไม่เคยร่วมฉาก "ขัดแย้ง" มาก่อน
ไม่ชูธงแก้ รธน. เพราะไม่อยากเพิ่มความขัดแย้ง
ในปี 2559 อภิสิทธิ์ ทิ้งคำสำคัญทางการเมืองด้วยการประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ที่จัดทำขึ้นในยุคหลังรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
มาถึงปี 2562 เขากลับไม่ใช้เวทีเลือกตั้งยืนยันความคิดดั้งเดิม วาระแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ไม่ถูกบรรจุเป็นนโยบายหาเสียงของประชาธิปัตย์แบบพรรคคู่แข่งขัน ด้วยเหตุผลที่ว่าสภาฯ ไม่มีอำนาจเต็มในการไล่รื้อรัฐธรรมนูญ เพราะต้องอาศัยเสียงของวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. อีกทั้งไม่ต้องการเพิ่มความขัดแย้งในสังคม แต่ขอรอให้มีฉันทามติจากสังคมก่อน

ที่มาของภาพ, Getty Images
"ไม่ได้เกี่ยวกับการเป็นหัวหอกหรือไม่เป็นหัวหอก แต่จะไม่ไปชูธงเรื่องนี้เพื่อไปทะเลาะกับใคร" และ "เราต้องการแก้จริง ไม่ได้ต้องการที่จะหาเสียง"
ปัดออกนโยบายซื้อใจฐานเสียง "ผู้นำประชานิยม"
ส่วนชุดนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมไว้ช่วงชิงชัยชนะในสมรภูมิเลือกตั้ง 2562 มุ่งให้น้ำหนักกับการสร้าง "รัฐสวัสดิการ" เช่น นโยบาย "เกิดปั๊บได้สิทธิ์รับเงินแสน" ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ร้อนถึง อภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นอดีตอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ ต้องแจกแจงอย่างแข็งขันว่านี่คือการลงทุนในอนาคตและมีผลวิจัยรองรับ จึง "ไม่ใช่การแจกเงินในลักษณะที่ทำให้เกิดบุญคุณแบบประชานิยม"
พูดได้หรือไม่ว่าประชาธิปัตย์พยายามปรับตัว ออกนโยบายที่ตอบสนองกับกลุ่มคนที่เคยเลือก "ผู้นำประชานิยม" มาก่อน?

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์
"ผมคงไม่ได้มองว่าเป็นการขยับเพื่อไปแข่งกับประชานิยม เท่ากับมองว่ามันเป็นความจำเป็นในการที่จะแก้ปัญหาของประเทศในสถานการณ์อย่างนี้" เขาตอบ และย้ำว่า ชุดนโยบายของประชาธิปัตย์เกิดขึ้นคนละฐานความคิดกับ "ประชานิยมแบบนายห้างตาดูไบห่อ" และ "รัฐสวัสดิการตามอำเภอใจผู้มีอำนาจยุคปัจจุบัน"
มั่นใจในความบริสุทธิ์ใจ แม้ถูกตั้งฉายา "นายกฯ มือเปื้อนเลือด"
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ อภิสิทธิ์ เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเขาเคยทำหน้าที่นี้มาแล้วนาน 2 ปี 7 เดือน หลังเกิดเหตุ "พลิกขั้วการเมือง" เมื่อปี 2551
เขามักกล่าวถึงผลงาน "พาประเทศไทยออกจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก" (จุดเริ่มต้นมาจากการล้มละลายของบริษัท เลห์แมน บราเธอร์ส วานิชธนกิจรายใหญ่ของสหรัฐฯ เมื่อ ก.ย. 2551) ด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจอยู่เนือง ๆ และมาถึงวันนี้เขาบอกว่ายัง "มีความตั้งใจ มีประสบการณ์ และมีไฟในการพาประเทศชาติให้หลุดพ้นจากสภาวะปัจจุบัน"
แต่นั่นอาจยังไม่เพียงพอที่ประชาชนทุกภาคส่วนจะมอบโอกาสให้เขากลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัย โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่นิยมชมชอบในตัว อภิสิทธิ์ ที่มักมองเห็นเขาเพียงด้านเดียวในภาพ "นายกฯ มือเปื้อนเลือด" จากกรณีสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553

ที่มาของภาพ, Getty Images
อดีตนายกฯ คนที่ 27 ยืนยันว่า เขาไม่เคยปิดกั้นการตรวจสอบ และบัดนี้ไม่ว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาล ก็ได้วินิจฉัยไปแล้ว "ในทางกลับกันก็มีคนอีกกลุ่มกลับมาตำหนิว่าผมไม่เด็ดขาด ไม่ใช้ความเด็ดขาดเหี้ยมเกรียมในการปราบปรามประชาชนด้วยซ้ำ ผมก็ยืนยันว่าสิ่งที่เราได้ทำในวันนั้นได้ทำตามกฎหมาย และมีเป้าหมายชัดเจนในการหลีกเลี่ยงความสูญเสีย และก็ยืนยันว่าความสูญเสียจะไม่เกิดถ้าการชุมนุมในขณะนั้นเป็นการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ"
ฉายาติดตัว-ภาพลักษณ์บาดใจที่ได้มาระหว่างเป็นประมุขฝ่ายบริหาร น่าจะเป็นสิ่งรบกวนจิตใจของ อภิสิทธิ์ ไม่น้อย และทำให้เขายากจะไปต่อในทางการเมือง แต่เจ้าตัวแสดงความมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจ และความตั้งใจที่ดีในขณะนั้น
"แน่นอนว่าเราเสียใจต่อเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น และก็พยายามเยียวยา พยายามบอกว่าเราต้องคิดค้นหาวิธีการเพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีก"
อยู่ไม่ได้ถ้าเป็น "พรรคต่ำร้อย"
อภิสิทธิ์ ในวัย 55 ปี มีชื่อเป็น "นายกฯ ในบัญชี" ของพรรคประชาธิปัตย์ หลังเขาชนะคู่แข่งขันอีก 2 คนในศึกหยั่งเสียงขั้นต้น (ไพรมารี) เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค เมื่อ พ.ย. 2561 จึงสามารถรักษาสถานะ "หัวขบวน ปชป." ได้ต่อเนื่องเป็นเวลา 14 ปี
ท่ามกลางสถานการณ์ในพรรคที่เปลี่ยนแปลงไป จากกรณีอดีต ส.ส. อย่างน้อย 15 คนถูก "ดูด" ไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น แต่ อภิสิทธิ์ กลับแสดงความมั่นใจว่า "จะสามารถรักษาที่นั่งเดิมเป็นคะแนนของเราได้ ไม่ได้กระทบกระเทือน" และจะไม่พาประชาธิปัตย์เข้าสู่ภาวะ "พรรคต่ำร้อย"
"มีคนมาสบประมาทว่าประชาธิปัตย์จะต่ำร้อย ผมก็ยืนยันว่าไม่ต่ำร้อย และผมเป็นหัวหน้าองค์กร ถ้ามันต่ำร้อย ผมก็บอกว่าผมไม่ควรจะเป็นหัวหน้าองค์กรต่อ ก็ตอบกันง่าย ๆ อย่างนี้" อภิสิทธิ์ ระบุ
เดิมพันของพรรคคือการได้ ส.ส. ทะลุ "ร้อยเสียง" หลังเคยตกที่นั่ง "พรรคต่ำร้อย" ครั้งสุดท้ายในการเลือกตั้งปี 2548 ส่วนเดิมพันของหัวหน้าพรรคคือการไม่หวนกลับไปทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ เป็นครั้งที่ 4
หมายเหตุ : ติดตามรายงานพิเศษชุด "เลือกตั้ง 2562 : 5 คำถามแทงใจผู้นำพรรคการเมือง กับ 5 คำตอบโดนใจผู้อ่านบีบีซีไทย" ได้ทางยูทิวบ์ BBC News ไทย เราจะอัพเดทวิดีโอใหม่ ๆ ทุกวันอังคารและพุธ


คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562










