พายุปาบึก: รู้อะไรแล้วบ้างเกี่ยวกับพายุนอกฤดูมรสุมรุนแรงที่สุดพัดถล่มอ่าวไทย

ที่มาของภาพ, Nation Photo
"ปาบึก" พายุโซนร้อนนอกฤดูคาดหมายว่าขึ้นบกที่ชายฝั่งทางตะวันออกของด้ามขวานไทยแล้วในเวลา 12.45 น. ซึ่งเร็วกว่าที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ โดยประเมินกันว่าเป็นพายุมีความรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 50 ปี ขณะนี้ดูเหมือนความเร็วลมใกล้จุดศูนย์กลางจะลดลงเล็กน้อยหลังจากก่อนหน้านี้มีการรายงานว่ามีความเร็วสูงถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 18 ระบุว่า พายุลูกนี้ที่ขึ้นฝั่ง อ. ปากพนัง จ. นครศรีธรรมราช มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางขณะนี้ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งไม่ต่างจากความรุนแรงของพายุแฮร์เรียตที่มีความเร็วลมใกล้จุดศูนย์กลาง 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่พัดถล่มแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ. นครศรีธรรมราช เมื่อ 57 ปีที่แล้วไม่มากนัก
ในวันพฤหัสบดีที่ 3 ที่ผ่านมาทางการสั่งอพยพประชาชนกว่า 3 หมื่นคน ใน 6 อำเภอติดชายทะเล ประกอบด้วย อำเภอเมือง ท่าศาลา สิชล ขนอม ปากพนัง และ หัวไทร และกระจายประชาชนไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวของแต่ละอำเภอ กว่า 40 จุดแล้ว
เมื่อวานนี้ (3 ม.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ประชุมวิดีโอทางไกลกับผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ และ 2 จังหวัดภาคกลางตอนล่าง เพื่อรับเหตุ โดยสั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงพร้อมช่วยเหลือประชาชน ด้าน กองทัพเรือได้ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุภัยพิบัติโดยหมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล เพื่อให้พร้อมในการออกเรือที่ฐานทัพเรือสัตหีบ

ที่มาของภาพ, Nation Photo
สายการบินยกเลิกเที่ยวบิน
สายการบินบางกอกแอร์เวย์สประกาศยกเลิกทุกเที่ยวบินที่เข้าและออกจากท่าอากาศยานเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานีแล้ว ส่วนในวันที่ 4 ม.ค. จะติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด หากมีการเปลี่ยนแปลง สายการบินฯจะแจ้งให้ทราบต่อไป ล่าสุด สายการบินนกแอร์ ประกาศยกเลิกเที่ยวบินกรุงเทพมหานคร - นครศรีธรรมราช ทั้งหมด 8 เที่ยวบิน เพื่อความปลอดภัย
ขณะที่เว็บไซต์ข่าวสด รายงานโดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายสุขสวัสดิ์ สุขวรรณโณ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เมื่อวานนี้ ว่าได้ประกาศให้สายการบิน นกแอร์ ไทยแอร์เอเชีย และไทยไลอ้อนแอร์ งดบินเข้าและออกมายังสนามบินนครศรีธรรมราชแล้ว เพื่อความปลอดภัย
เรือนำเที่ยวขนาดใหญ่ในภูเก็ตพรุ่งนี้เดินเรือปกติ
ด้านเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ตามประกาศแนะนำให้ 3-5 ม.ค ไม่ให้เรือออกจากฝั่ง เรือเล็กห้ามเด็ดขาด แต่เรือใหญ่ขนาดเกิน 12 เมตร ยังคงออกตามปกติ เพราะทั้งวันนี้ฝนไม่ตก ลมยังไม่แรง แต่ถ้าพรุ่งนี้ฝนตกหนัก และเจ้าหน้าที่ที่ท่าเรือพิจารณาว่าอันตราย จะห้ามโดยเด็ดขาด ส่วนวันนี้ เรือนำเที่ยวขนาดใหญ่ออกตามปกติ
ส่วนที่จังหวัดปัตตานี ชาวประมงต่างนำเรือเข้าเทียบท่าเพื่อความปลอดภัย

ที่มาของภาพ, Reuters
ฝั่งอ่าวไทยยุติเดินเรือชั่วคราว
นายปรีชารัตน์ แจ้งอักษร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย บอกกับบีบีซีไทยว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและ ปภ. เตรียมจัดตั้งศูนย์อพยพและศูนย์สั่งการจำนวน 4 จุดบนเกาะเพื่ออำนวยสะดวกในกรณีฉุกเฉินให้กับคนบนเกาะกว่า 2 แสนคน ณ ขณะนี้ สถานการณ์ยังปกติ และคาดว่าไม่น่าเป็นห่วง เพราะหลังจากการติดตามรายงานพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ทราบว่า พายุลูกนี้เปลี่ยนทิศทางไม่พัดผ่านเกาะสมุยแล้ว
นายปรีชารัตน์ กล่าวว่า เพื่อความปลอดภัย บริษัทเดินเรือรายใหญ่ คือ ซี ทราน ยุติการให้บริการแล้วเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ในขณะที่บริษัทอีกแห่งคือ ราชาเฟอรียังคงให้บริการจนถึงเที่ยวสุดท้ายของวันนี้ ก่อนที่จะหยุดการให้บริการ 2 วัน
"ขณะนี้ต้องดูสถานการณ์ไปก่อน เพื่อไม่ให้กระทบกับเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เพราะถือว่ารายได้หลักของเกาะ" นายปรีชารัตน์กล่าว
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์
นักท่องเที่ยวหลายพันยังอยู่เกาะเต่า
ด้านนายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า กล่าวกับบีบีซีไทยเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์พายุลูกนี้ ว่า ได้จัดประชุมชุดทหาร ปลัดอำเภอ และกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้งหมด เพื่อลงไปดูพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่เกาะเต่า
นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า ระบุว่า มีความเสี่ยงในสามเรื่อง คือ 1. น้ำท่วมฉับพลันระบายไม่ทัน ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ดูในส่วนของร่องน้ำที่เกิดปัญหาแล้ว 2. ดินถล่ม ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาถ้าฝนไม่ตกแรง และ 3. คลื่น ซึ่งถ้าคลื่นแรงมาก เรือประมงทั้งหมดคงต้องแล่นขึ้นชายหาด
ทั้งนี้ ปัจจุบันยังมีนักท่องเที่ยวในเกาะ 8,000-10,000 คน ที่ยังไม่เร่งกลับและมีแผนที่จะอยู่ที่เกาะเต่าต่อไป แต่ถ้าลมแรงอาจต้องขอความช่วยเหลือจากบนฝั่ง เช่น หากไม่มีเรือเดินทางเป็นเวลาสองถึงสามวัน อาจต้องขอเรือเพื่อส่ง เสบียง ขึ้นเกาะ
อย่างไรก็ตามก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่ง จากเกาะเต่า เกาะสมุยและเกาะพงัน ที่หวั่นวิตกกับเหตุการณ์ดังกล่าว ทยอยเดินทางออกจากเกาะเข้าฝั่งเพื่อความปลอดภัยแล้ว

คาดขึ้นฝั่งเย็นวันนี้
นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวในแถลงการณ์ฉบับที่ 18 ว่า พายุโซนร้อนปาบึก (PABUK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง ที่มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช แล้วเมื่อช่วง 12.45 น. ซึ่งเร็วกว่าที่คาดการณ์ก่อนหน้าที่ทีว่าจะขึ้นฝั่งในเวลาราว 15.00-16.30 น. และจะส่งผลกระทบต่อภาคใต้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 5 ม.ค. ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง โดยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ที่มาของภาพ, กรมอุตุนิยมวิทยา
ที่ไหนเสี่ยงภัยบ้าง
สำหรับพื้นที่เสียงภัยนั้น กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ในช่วงวันที่ 4-5 ม.ค. นี้บริเวณภาคใต้จะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง
"พายุปาบึก"จะเป็นไต้ฝุ่นได้หรือไม่
หลายฝ่ายมีความกังวลเกี่ยวกับความรุนแรงของพายุลูกนี้ว่าจะสร้างความเสียหายรุนแรงมากกว่าพายุครั้งก่อน ๆ รวมทั้งมีคำถามว่า "พายุปาบึกจะพัฒนากำลังเป็นไต้ผุ่นได้หรือไม่"
น.ส.จันจุดา พรศรี หัวหน้าเวรพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา บอกกับบีบีซีไทยว่า หากพิจารณาจากข้อมูลการเฝ้าระวังสภาพภูมิอากาศเป็นระยะเวลา 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา ถือว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย ประกอบกับภูมิประเทศที่พายุปาบึกจะเคลื่อนตัวผ่านเข้าสู่อ่าวไทย ไม่ได้เป็นปัจจัยในการเสริมกำลังของพายุลูกนี้
ปัจจัยแรกคือ พื้นที่ของอ่าวไทยเป็นพื้นที่แคบกว่าพื้นที่ในทะเลจีนใต้ ส่วนปัจจัยที่สอง คือ ระดับความลึกของบริเวณอ่าวไทยที่ค่อนข้างตื้นกว่า จึงไม่ได้เป็นปัจจัยเสริมกำลังให้พายุลูกนี้
เมื่อสอบถามว่า เป็นเรื่องปกติหรือไม่ที่พายุรุนแรงจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว เพราะปกติแล้วพายุหมุนเขตร้อนจะพบเห็นได้มาในช่วงฤดูฝนหรือประมาณเดือน พ.ค. - พ.ย. นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการรายนี้อธิบายว่า การเกิดพายุหมุนในเขตร้อนในช่วงฤดูหนาวสามารถเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ เพราะในฤดูหนาวมักมี หย่อมความกดอากาศต่ำ พาดผ่านทะเลจีนใต้และเกาะบอร์เนียวอยู่แล้ว แต่สำหรับปีนี้ที่ทำให้หย่อมความกดอากาศต่ำดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นเป็นพายุหมุนในเขตร้อนได้ ก็เนื่องจากว่า มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนมีความอ่อนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา
เธอบอกว่า ปรากฏการณ์เช่นนี้ ส่งสัญญาณมาแล้ว 2-3 ปีที่ผ่านมา
ย้อนอดีตพายุร้ายแรงในไทย
สำหรับพายุหมุนเขตร้อนที่มีอิทธิพลต่อลักษณะอากาศในประเทศไทยส่วนใหญ่มักมาจากทะเลจีนใต้ โดยปกติจะเข้ามาประมาณประมาณเดือน พ.ค. - พ.ย. ของทุกปี จากข้อมูลของเว็บไซต์ "สารานุกรมไทย สำหรับเยาวชน ระบุว่า มีพายุเขตร้อน 2 ลูกที่พัดผ่านอ่าวไทย ที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตประชาชน
- พายุแฮร์เรียต: ถือเป็นพายุเขตร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นลูกแรก นับตั้งแต่ 2494 ที่มีการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับพายุอย่างเป็นทางการ พายุนี้เเรกเริ่มก่อตัวจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงในทะเลจีนใต้ ใกล้ปลายแหลมญวน เมื่อ 24 ต.ค. 2505 จากนั้นค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก เข้าสู่อ่าวไทย พร้อมกันนั้น พายุนี้ได้พัฒนาตัวมีกำลังแรงขึ้น เป็นพายุดีเปรสชันอยู่ทางทิศตะวันออกของ จ. สงขลาประมาณ 200 กิโลเมตร ในตอนเช้า ของวันที่ 25 ต.ค. ปีนั้น ก่อนค่อยๆ เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และทวีกำลังแรงเพิ่มขึ้นเป็นพายุเขตร้อน เมื่อขึ้นฝั่งบริเวณแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ในเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันเดียวกัน โดยความเร็วลมสูงสุดสูงถึง 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การพัดถล่มครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 900 คน
- พายุไต้ฝุ่นเกย์: ถือเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกแรกของประเทศไทย เริ่มก่อตัวเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2532 บริเวณตอนใต้ของอ่าวไทย เดิมพายุลูกนี้ มีทิศทางมุ่งเข้าหาฝั่ง ของจ.นครศรีธรรมราช ต่อมา ในตอนเช้าของวันที่ 3 พ.ย. ปีเดียวกัน พายุนี้ได้ทวีกำลังแรงขึ้นจนถึงระดับพายุไต้ฝุ่น และเปลี่ยนทิศทางไปทางเหนือ พายุไต้ฝุ่นเกย์ เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เรือขุดเจาะชื่อ "ซีเครสต์" (Sea Crest) พลิกคว่ำ มีเจ้าหน้าที่ประจำเรือเสียชีวิต 91 คน โดยพายุได้ทวีกำลังแรงเพิ่มขึ้น โดยมีอัตราเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางพายุถึง 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยจุดที่พายุลูกนี้ขึ้นฝั่งคือบริเวณรอยต่อระหว่าง อ.ปะทิว และ อ. ท่าแซะ จ. ชุมพร ในช่วงเวลาประมาณ 10.30 น. ของวันที่ 1 พ.ย. 2532 เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 500 คน และสูญหายอีกกว่า 400 คน ทรัพย์สินทางราชการและเอกชนเสียหายมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท
ประเภทของพายุมีอะไรบ้าง
พายุหมุนเขตร้อน (tropical storm) มีชื่อเรียกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิด เช่น พายุที่ก่อตัวในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทะเลแคริบเบียน และอ่าวเม็กซิโก เรียกว่า "เฮอร์ริเคน" (hurricane) หากเกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้เรียกว่า "ไต้ฝุ่น" (typhoon) ถ้าเกิดขึ้นในมหาสมุทรอินเดียเรียกว่า "ไซโคลน" (cyclone) บางครั้งก็เรียกพายุไซโคลนที่เกิดขึ้นในทวีปออสเตรเลียว่า "วิลลี-วิลลี" (Willy-Willy)
























