แรงงานไทยในอิสราเอล: นายกฯ เผย "กำลังหาทางช่วย" หลังคนงานไทยเสียชีวิตกว่า 170 คน ในอิสราเอลในรอบ 6 ปี

รายงานข่าวสืบสวนสอบสวนของบีบีซีไทยพบเรื่องราวการถูกเอาเปรียบ และละเมิดสิทธิ์ ในหมู่คนงานไทยที่เดินทางไปทำงานในภาคเกษตรของอิสราเอล โดยแรงงานหลายคนบอกบีบีซีว่าได้รับค่าตอบแทนต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด มีสภาพการทำงานไม่ตรงตามสัญญา และมีสภาพที่อยู่อาศัยไม่ถูก สุขลักษณะ โดยในรอบ 6 ปี มีแรงงานไทยเสียชีวิตไปกว่า 170 คน
หลังประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบ (คสช.) แถลงในเรื่องนี้ว่า ทางทูตแรงงาน และกระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานเรื่องนี้อยู่
"เราจำเป็นต้องดูคนงานไทยที่ทำงานอย่างถูกต้อง ส่วนคนงานที่ไปทำงานแบบไม่ถูกต้องก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าทำงานแบบไม่ถูกต้องหากเกิดปัญหา อะไรขึ้นมา ก็ช่วยยากเหมือนกรณีเกาหลีใต้" พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล
ทุก ๆ ปี จะมีแรงงานไทยราว 5,000 คน สมัครไปทำงานด้านเกษตรตามโครงการความร่วมมือไทย - อิสราเอลเพื่อการจัดหางาน (Thailand - Israel Cooperation on the Placement of Workers หรือ TIC) ที่เริ่มมาตั้งแต่ปลายปี 2012 จนถึงปัจจุบันมีแรงงานไทยอยู่ในอิสราเอลกว่า 25,000 คน แรงงานที่บีบีซีพูดคุยด้วยทั้งหมดเป็นแรงงานที่เดินทางไปทำงานภายใต้ TIC
"ผมก็เห็นใจคนไทย ที่ไปทำงานต่างประเทศ ก็ต้องติดตาม กำกับดูแลให้กระทรวงแรงงานย้ำเตือนในเรื่องของบริษัทต่างๆ ที่เอาคนไปทำงานต่างประเทศมีการหลอกลวงไปหรือไม่ บางที่ไปแล้วทำงานไม่ถูกต้องตามกฏหมายมันจะได้อย่างไร แล้วก็เดือดร้อนมาแบบนี้ มันเสียโอกาสและทำให้แรงงานไทยไม่ได้รับความไว้วางใจ ก็ขอให้ทำให้ดี ก็ต้องใช้บทบาทความสัมพันธ์ด้านต่างประเทศในการหารือร่วมกัน"
ยศ (นามสมมุติ) เป็นแรงงานไทยคนหนึ่งที่บีบีซีไทยคุยด้วย เขาเคยทำงานในฟาร์มวัวและสวนพริกในโมชาฟพาราน เล่าว่า เขาเดินทางไปทำงาน ในอิสราเอล ได้ประมาณปีเศษเพราะต้องการสร้างบ้าน ซื้อที่ดินและหวังจะกลับไปทำเศรษฐกิจพอเพียง อย่างไรก็ดี เมื่อมาถึงอิสราเอลแล้วพบว่า สภาพการทำงาน ที่อยู่อาศัย และรายได้ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
ยศเล่าว่าเขาต้องตื่นไปทำงานตั้งแต่หกโมงเช้า เพราะงานเริ่มตั้งแต่หกโมงครึ่ง เขาทานข้าวเช้าตอนเก้าโมง และทำงานต่อ ก่อนจะกลับไปยังที่พักในเวลา ประมาณบ่ายสองโมง จากนั้นสี่โมงเย็นเขาต้องลงมือบรรจุพริก ทำไปเรื่อยจนถึงสามทุ่ม แล้วถึงได้กลับมาหุงหาอาหารทานข้าวเย็นเสร็จราวสี่ทุ่ม หรือห้าทุ่ม แล้วจึงเข้านอน และต้องตื่นอีกทีในเวลาตีห้าของวันรุ่งขึ้น
"หน้าร้อนก็ร้อนจัด ทำงานเหนื่อยครับ หน้าหนาวก็ลำบากครับ หนาวเกิน ถ้าถามว่าอยู่ได้มั้ย ก็อยู่ได้ครับ แต่มันหนาว ไม่ค่อยอยากจะทำงาน มือชาหมด เก็บพริกเนี่ย ถามว่าเหนื่อยมั้ย มันก็เหนื่อย บางทีคิด นั่งท้อเหมือนกันครับ นั่งคนเดียว นั่งท้อคิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว"
"ผมฝันมามาก ฝันว่าจะได้เงินเดือนละหกหรือเจ็ดหมื่นบาท แต่เอาเข้าจริง ผมส่งเงินกลับบ้านได้แค่ครึ่งหนึ่ง" ยศบอก

ยศ ซึ่งมีบ้านเกิดอยู่ในภาคอีสานบอกอีกว่าที่พักของเขานั้นอยู่ในสภาพไม่ถูกสุขลักษณะ แม้จะทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแต่ก็มีบางคืนที่เขาหลับไม่ลง เพราะในที่พักนั้นมีทั้งเสียงแมลงสาบ เสียงหนู "ผมกลัวมันมากัดสายไฟและเสื้อผ้าด้วย"
ยศเชื่อว่าการที่นายจ้างเดิมของเขาสามารถปฏิบัติต่อเขาและแรงงานไทยคนอื่นได้แบบนี้ ก็เพราะหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบไม่ได้เข้ามาดูแล อย่างทั่วถึง ส่วนนายจ้างของเขานั้นก็ไม่ใส่ใจลูกน้อง
"ปกตินายจ้างต้องหาผ้าห่มที่นอนให้… แต่นี่เราต้องหาเองหมด อย่างสภาพแอร์แบบเนี่ย เขาต้องเปลี่ยนให้ แต่เขาไม่สนใจลูกน้องหรอก เขาเอาแต่งาน"

"ที่ผมต้องมาทำงานแบบนี้เพราะเราไม่ได้เกิดมารวย…และผมก็ไม่อยากให้ลูกต้องทำงานหนักแบบนี้ อยากให้เขาได้มีการศึกษา"ยศ บอก เขาบอกด้วยว่าทางบ้านไม่ทราบว่าสภาพการทำงานและที่พักของเขาในอิสราเอลเป็นอย่างไร
บีบีซีไทยขอสัมภาษณ์นายจ้างของยศ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ
ติดตามเรื่องราวของแรงงานไทยในอิสราเอลคนอื่น ๆ ในสารคดีของบีบีซีไทยทางยูทิวบ์ “แรงงานไทยที่ถูกลืมในอิสราเอล” ตอนที่ 1








