กรีนพีซจัด 10 อันดับแบรนด์ไทย-เทศ สร้างขยะพลาสติกมากสุด

ขยะบางส่วนที่พบบริเวณชายหาดวอนนภา จ.ชลบุรี วันที่ 15 ก.ย. 2561

ที่มาของภาพ, Chanklang Kanthong/Greenpeace

คำบรรยายภาพ, ขยะบางส่วนที่พบบริเวณชายหาดวอนนภา จ.ชลบุรี วันที่ 15 ก.ย. 2561
    • Author, ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

กรีนพีช เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผย 10 แบรนด์ต่างชาติและไทย ที่สร้างขยะพลาสติกมากที่สุด จาก "การตรวจสอบแบรนด์" หรือแบรนด์ออดิทว่าด้วยความรับผิดชอบต่อมลพิษพลาสติกครั้งแรกในไทย ขณะที่อาสาสมัครขจัดขยะชี้ ผู้ผลิตรวมทั้งผู้ขายยัดเยียดขยะพลาสติกให้ผู้บริโภคอย่างไร้ความรับผิดชอบ

นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมแถลงข่าวในหัวข้อ "ถึงเวลาหรือยัง ที่ผู้ผลิตจะมีความรับผิดชอบต่อมลพิษพลาสติก?" เปิดเผยรายชื่อแบรนด์ผู้ผลิตที่สร้างมลพิษพลาสติกมากที่สุด จากการเก็บขยะของอาสาสมัครกรีนพีซ ที่ชายหาดวอนนภา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2561 เนื่องในวันทำความสะอาดโลก หรือ World Clean-up Day

บรรยากาศงานแถลงข่าว โรงแรม VIC3

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศงานแถลงข่าว โรงแรม VIC3 โดยมีนายธารา บัวคำศรี (ขวา) ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชี้แจงรายละเอียด

"การทำแบรนด์ออดิทครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการโจมตีแบรนด์ แต่เรากำลังนำเสนอข้อเท็จจริงให้สาธารณชนได้รับทราบ" ธารา ชี้แจง ก่อนเปิดเผยรายชื่อการจัดอันดับ แบ่งเป็นผู้ผลิตข้ามชาติ 5 แบรนด์ และผู้ผลิตในไทย 5 แบรนด์ เรียงตามปริมาณขยะพลาสติกที่พบมากที่สุด

Source: Greenpeace

กรีนพีซ เป็นส่วนหนึ่งของแนวร่วม Break Free From Plastic ที่เคลื่อนไหวในระดับโลก เพื่อเป้าหมายอนาคตที่ปลอดมลพิษพลาสติก ดังนั้น เพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตมีความรับผิดชอบต่อขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ของตน จึงยกระดับกิจกรรมทำความสะอาดตามพื้นที่และชายฝั่งทะเล ให้เป็นการตรวจสอบแบรนด์ไปในตัว และเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา ถือเป็นการทำแบรนด์ออดิทครั้งแรกของไทยในด้านขยะพลาสติก "สัดส่วนขยะพลาสติกที่เราพบ ของผู้ผลิตในประเทศจะเยอะกว่าผู้ผลิตข้ามชาติ แต่ขยะที่เกิดจากผู้ผลิต 10 แบรนด์นี้ คิดเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ ของขยะพลาสติกกว่า 100 แบรนด์ที่เราพบ"

ชายหาดวอนนภา จ.ชลบุรี ในวันที่อาสาสมัครกรีนพีซลงพื้นที่เก็บขยะ

ที่มาของภาพ, Chanklang Kanthong/Greenpeace

คำบรรยายภาพ, ชายหาดวอนนภา จ.ชลบุรี ในวันที่อาสาสมัครกรีนพีซลงพื้นที่เก็บขยะ

ภายหลังการแถลงข่าว บีบีซีไทย ได้สอบถามไปถึงแบรนด์ผู้ผลิตในไทยบางส่วน ที่อยู่ในการจัดอันดับของกรีนพีซ คือ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม อาทิ เอสท์โคลา, โออิชิ กรีนที, และน้ำดื่มคริสตัล, บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มาม่า รวมทั้ง โอสถสภาว่ามีความคิดเห็นอย่างไรต่อรายงานของกรีนพีซ แต่จนถึงตอนนี้ บริษัทเหล่านั้นก็ยังไม่แสดงความเห็นแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม จากการหาข้อมูลของบริษัทเหล่านี้ก็พบว่าบริษัทเหล่านี้ก็มีโครงการลดการใช้พลาสติกอยู่บ้าง อย่างเช่น บริษัท เสริมสุข ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำดื่มคริสตัล ได้เข้าร่วม "โครงการยกเลิกการใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม (No plastic Bottle Cap Seal)" กับกรมควบคุมมลพิษ และยกเลิกการใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่มตั้งแต่ 1 เม.ย. ปีนี้เป็นต้นมา ขณะที่ซีพีออลล์ ซึ่งเป็นเจ้าของเซเว่น อีเลฟเว่น มีแนวปฏิบัติคือ "ซื้อของชิ้นเล็กไม่รับถุงพลาสติก หรือ ซื้อของหลายชิ้นใส่รวมถุง" มาหลายปีแล้ว

แม้กระนั้นฝ่ายที่มีแนวคิดอนุรักษ์ธรรมชาติก็ยังเห็นว่าไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก โดยนายธารา ระบุว่า "เราไม่ได้บอกว่า ต้องยกเลิกการใช้พลาสติกทั้งหมด เพราะมันเป็นไปไม่ได้ แต่เราอยากให้ผู้ผลิตลดการสร้างพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ที่ผมมองว่าไม่จำเป็น อาทิ หลอด ถุงพลาสติก และพลาสติกห่ออาหาร"

ผู้บริโภคกับพลาสติกจากร้านค้า

"ทุกครั้งที่เราซื้อบรรจุภัณฑ์ที่เป็นน้ำ เขาก็จะเอาหลอดพลาสติกให้เรา หลอดที่มีพลาสติกหุ้มอีกชั้น แปลว่า ซื้อสินค้าเดียว เราได้ขยะพลาสติกมา 3 ชิ้น" วรวัฒน สภาวสุ อาสาสมัครขจัดขยะใน กทม. แสดงความเห็นถึงการซื้อของจากร้านสะดวกซื้อ ในเวทีแถลงข่าวของกรีนพีซ พร้อมบอกว่า ปัจจุบัน พกถุงผ้าอย่างเดียวไม่พอ ต้องพกกระบอกน้ำ ที่มีหลอด สแตนเลสติดอยู่ด้วย เพราะไม่ต้องการสร้างขยะพลาสติก

"นี่ยังไม่นับอาหารกล่องพลาสติก ที่พออุ่นในไมโครเวฟแล้ว เขาก็จะยื่นช้อนส้อมพลาสติก ที่มีพลาสติกห่อมาอีกที ยัดเยียดให้เราอีก ซึ่งสำหรับผม คิดว่ามันหนักหน่วงมาก" วรวัฒน์ โอดครวญ

วรวัฒน์ ที่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ได้ร่วมทำความสะอาดชุมชนบึงพระราม 9 และเก็บขยะได้กว่า 600 กิโลกรัม แสดงความเห็นว่า กรณีหลอดพลาสติกที่ร้านสะดวกซื้อเสนอให้กับลูกค้า สาขาเดียวยังพอว่า แต่ถ้าเป็นเซเว่น อีเลฟเว่น ที่ขยายไปแล้วกว่าหมื่นสาขา และจะมากขึ้นอีกในอนาคต หากทำแบบเดียวกันหมด ปริมาณขยะจะมหาศาล ดังนั้น บริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าเป็นซีพีกรุ๊ปหรืออื่น ๆ ต้องเข้ามาเป็นส่วนร่วมแก้ปัญหา จึงจะเห็นผลเป็นรูปธรรมและเป็นวงกว้าง

วรวัฒน สภาวสุ อาสาสมัครขจัดขยะ ถ่ายรูปกับขยะมหาศาลที่ชุมชนบึงพระราม 9 เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2561

ที่มาของภาพ, Warawat Bibb Sabhavasu

คำบรรยายภาพ, วรวัฒน สภาวสุ อาสาสมัครขจัดขยะ ถ่ายรูปกับขยะมหาศาลที่ชุมชนบึงพระราม 9 เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2561

อย่างไรก็ตามเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้ผลิตเลือกใช้พลาสติกห่อหุ้มหลอดหรือช้อนส้อมให้อีกชั้นหนึ่งนั้น อาจจะมีส่วนมาจากความต้องการของผู้บริโภคเอง เนื่องจากเคยมีประเด็นถกเถียงกันในโลกออนไลน์ เมื่อปี 2558 ว่าหลอด และบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้ห่อด้วยพลาสติกมีความสกปรก และไม่มีทางรู้ได้แน่ชัดว่า ผ่านการทำความสะอาด ก่อนนำมาให้ผู้บริโภคใช้หรือไม่ ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการอาจต้องสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค

ค่านิยมใช้แล้วทิ้ง

ผู้อำนวยการกรีนพีชประจำประเทศไทย สรุปว่า การตรวจสอบแบรนด์ครั้งนี้ ตอกย้ำถึงการผลิตและการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ที่ล้นเกิน กลายเป็นมลพิษพลาสติกต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน ศักยภาพการรีไซเคิล และการนำกลับมาใช้ใหม่ หรือ Reuse ก็มีจำกัด ดังนั้น การประกาศเจตนารมย์ของผู้ผลิตต่าง ๆ ที่ตอนนี้ขึ้นอยู่กับการรีไซเคิล จึงไม่พออีกแล้ว ต้องก้าวสู่การลดและเลิกผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติก

อาสาสมัครกรีนพีซ กว่า 50 คน ร่วมกับเก็บขยะ

ที่มาของภาพ, Chanklang Kanthong/Greenpeace

คำบรรยายภาพ, อาสาสมัครกรีนพีซ กว่า 50 คน ร่วมกับเก็บขยะ พร้อมดำเนินการตรวจสอบแบรนด์ (Brand Audit) ด้วย

"ผมจำได้ว่านานมาแล้ว พอน้ำปลาหมด ผมก็เอาขวดไปเติม แต่สมัยนี้เป็นใช้แล้วก็ทิ้งไป แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ คือตัวสินค้า ไม่ใช่บรรจุภัณฑ์ ผมคิดว่าบรรจุภัณฑ์พลาสติกกำลังล้นโลกอย่างไม่จำเป็นเลย" ธารา ระบุ

วรานุช ทนุบำรุงสุข อาสาสมัครกรีนพีซ ที่เข้าร่วมการเก็บขยะเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ด้วย มองว่า สังคมไทยในปัจจุบัน กำลังสร้าง "ค่านิยมการใช้แล้วทิ้ง" จึงเรียกร้องสื่อ บล็อกเกอร์ และประชาชน ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนักรู้ถึงมลพิษพลาสติก

วรานุช ทนุบำรุงสุข อาสาสมัครกรีนพีซ ที่มาร่วมแถลงข่าวด้วย

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, วรานุช ทนุบำรุงสุข อาสาสมัครกรีนพีซ ที่มาร่วมแถลงข่าวด้วย

"มันเหมือนกับการดูหนังครั้งเดียวแล้วจบ มันไม่ได้มีสื่อ หรือทำให้เราตระหนักว่าปัญหามีอยู่จริงอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายแล้ว เราก็กลับมาใช้ชีวิตแบบเดิม เราก็ปฎิเสธแค่ถุงพลาสติก แต่กล่องอาหารก็ยังใช้" วรานุช กล่าว พร้อมชี้ว่า ไม่ได้มีแค่เต่าและวาฬ ที่เป็นเหยื่อของพลาสติก แต่มีสิ่งมีชีวิตอีกมากมายที่ได้รับผลกระทบ มนุษย์เองก็ไม่เว้น