ฟุตบอลทีมชาติไทย: แฟนบอลวิจารณ์ผลงานเอเชียนเกมส์

ที่มาของภาพ, NurPhoto via Getty Images
แฟนบอลจำนวนมากวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย หลังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้แม้แต่นัดเดียวในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้
ทีมชาติไทยยังมีสิทธิ์ผ่านเข้ารอบต่อไปในฐานะอันดับ 3 ที่ดีที่สุด แต่ต้องลุ้นให้ คีร์กีซสถาน บาห์เรน เมียนมา และเกาหลีเหนือ ไม่ชนะคู่แข่งในเกมนัดสุดท้ายช่วงเย็นวันนี้ ขณะที่แฟนบอลหลายคนตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีมชาติไทยในการแข่งขันครั้งนี้
เมื่อผลงานถูกเปรียบเทียบกับอดีต
หนึ่งปัจจัยที่ทำให้ทีมชาติไทยชุดนี้ถูกวิจารณ์อย่างมาก คือความแตกต่างจากผลงานที่ทีมเคยทำได้ในเอเชียนเกมส์ตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทีมชาติไทยผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มได้มาโดยตลอดตั้งแต่ปี 1998 สร้างสถิติจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 4 ได้ทั้งหมด 3 ครั้ง
ที่มา: เว็บไซต์ทางการของเอเชียนเกมส์ บีบีซีไทยรวบรวม
เกมรุกที่ยิงประตูได้น้อยลง
เมื่อย้อนดูการลงสนามรอบแบ่งกลุ่มในเอเชียนเกมส์ 5 ครั้งหลังสุด ทีมชาติไทยทำประตูได้เฉลี่ย 2 ประตูขึ้นไปในแต่ละนัด และทำได้ถึง 11 ประตูจากการลงสนาม 3 นัดแรกในปี 2014 อย่างไรก็ตามในเอเชียนเกมส์ 2018 ทีมชาติไทยชุดนี้ทำได้เพียง 2 ประตูเท่านั้น
วรวุธ ศรีมะฆะ หรือโค้ชโย่ง หัวหน้าผู้ฝึกสอนเองก็ได้กล่าวถึงการพลาดโอกาสทำประตูของทีมชุดนี้
"ก่อนอื่นก็ต้องขอโทษแฟนบอลชาวไทย เราทำเต็มที่แล้วแต่ว่ามันไม่ได้ผลตามคาดจริง ๆ " วรวุธกล่าวทีมชาติไทยแพ้ให้กับอุซเบกิสถาน 1-0 ประตู
"เรามีโอกาส แต่เราเปลี่ยนจากโอกาสที่มีให้เป็นประตูไม่ได้ ที่เห็นได้ชัดก็คือ 2 หน"
ประสบการณ์ระหว่างเสาประตู
นอกจากเกมรุกจะทำประตูน้อยลงแล้ว ทีมชาติไทยชุดนี้ยังเสียประตูมากที่สุดในเอเชียนเกมส์ 5 ครั้งหลังสุดรวมกัน ซึ่งไทยเสียไปเพียงไปเพียงแค่ 2 ประตูจากการลงสนามในรอบแบ่งกลุ่มทั้งหมด 14 นัด ขณะที่ในครั้งนี้ทีมเสียไปทั้งหมด 3 ประตูใน 3 นัด
นับตั้งแต่ เอเชียนเกมส์ 2002 สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียได้ออกกฎจำกัดอายุนักฟุตบอลทีมชายให้ไม่เกิน 23 ปี และอนุญาตให้มีผู้เล่นที่มีอายุมากกว่ากำหนดได้ 3 คนเท่านั้น
หน้าที่สำคัญของผู้รักษาประตู นอกจากป้องกันประตูแล้ว ยังรวมถึงการการสื่อสารและช่วยจัดตำแหน่งกองหลังระหว่างเกมการแข่งขัน และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทีมชาติไทยเลือกใช้โควต้าผู้เล่นอายุเกิน 23 ปีในตำแหน่งผู้รักษาประตูมาทุกครั้งนับตั้งแต่เอเชียนเกมส์ 2002 เช่น กิตติศักดิ์ ระวังป่า วัย 33 ปีที่ร่วมคว้าอันดับ 4 ในครั้งนั้น โกสินทร์ หทัยรัตนกุล (สินทวีชัย หทัยรัตนกุล) วัย 24 ปีในเอเชียนเกมส์ 2006 และกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ วัย 24 ปีในเอเชียนเกมส์ 2014

ที่มาของภาพ, FA Thailand
ไม่มีนักเตะอายุเกิน 23 ปี
อีกข้อถกเถียงของแฟนบอลไทย คือการตัดสินใจไม่นำผู้เล่นอายุเกิน 23 ปีติดทีมมาในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้แม้แต่คนเดียว
ด้วยอายุเฉลี่ยราว 21.35 ปี ทีมชาติไทยชุดนี้ถือเป็นชุดที่มีอายุเฉลี่ยน้อยที่สุดที่ไทยเคยส่งเข้าแข่งขันเอเชียนเกมส์นับตั้งแต่มีการจำกัดอายุเมื่อปี 2002
นอกจากมีอายุเฉลี่ยน้อยที่สุดแล้ว ทีมชุดนี้ยังมีนักฟุตบอลที่มาจากทั้งหมด 13 สโมสร ซึ่งนับว่ามากที่สุดนับตั้งแต่ทีมชาติชุดเอเชียนเกมส์ 1998 ซึ่งมีนักเตะมาจาก 14 สโมสร อย่างไรก็ตาม นักเตะชุดนั้นมีอายุเฉลี่ยกว่า 26 ปีและเคยเล่นด้วยกันมานานกว่าทีมชุดนี้
อย่างไรก็ตาม ไทยไม่ใช่ชาติเดียวที่ส่งทีมฟุตบอลเข้าแข่งขันในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้โดยไม่มีนักเตะอายุเกิน 23 ปี ยังมีชาติอื่น ๆ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น บาห์เรน อิหร่าน และซาอุดีอาระเบีย
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์
นอกจากนี้ แฟนบอลหลายคนเห็นด้วยกับแนวทางที่จะใช้เอเชียนเกมส์เพื่อพัฒนานักฟุตบอลอายุน้อยของไทย แทนที่จะเน้นผลงานเพียงอย่างเดียว เพื่อเตรียมสำหรับการคัดเลือกฟุตบอลโอลิมปิกเกมส์ 2020 เช่นเดียวกับหลายประเทศ
"ผมใช้ตัวอายุไม่เกิน เพราะผมคิดว่าฟุตบอลเรามันต้องเดินไปข้างหน้า ซึ่งถ้าทุกคนเห็น มันก็ชัดเจนนะ" วรวุธ ศรีมะฆะ กล่าวกับสื่อมวลชนหลังทีมชาติไทยแพ้อุซเบกิสถาน 1-0 ประตู
"ถ้ามีธีรศิลป์ ชนาธิป ผมบอกได้เลย ป่านนี้เราเข้าที่ 1 ไปแล้ว เราคงไม่มาอยู่ตรงนี้แน่นอน แต่เราต้องห็นว่าเขาเล่นเจลีก เขามีความเจริญก้าวหน้า เราก็ต้องสนับสนุนเขา ส่วนที่เหลือมาทำหน้าที่" หัวหน้าผู้ฝึกสอนกล่าวทิ้งท้าย










