ปริมาณน้ำในเขื่อน: ประมวลสถานการณ์น้ำและความเสี่ยงน้ำท่วมปีนี้

กฟผ. ยืนยันว่าการเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล ไม่ได้ส่งผลต่อเหตุน้ำท่วมในพื้นที่ท้ายน้ำใน จ. อุบลราชธานี

ที่มาของภาพ, กฟผ.

คำบรรยายภาพ, กฟผ. ยืนยันว่าการเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล ไม่ได้ส่งผลต่อเหตุน้ำท่วมในพื้นที่ท้ายน้ำใน จ. อุบลราชธานี

ปริมาณน้ำในเขื่อนหลายแห่งของไทยที่อยู่ในระดับสูง ได้สร้างความกังวลให้กับหลายคนว่าอาจนำไปสู่เหตุน้ำท่วม ที่คล้ายกับวิกฤตครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 ขณะที่หน่วยงานบริหารน้ำเชื่อว่ายังสามารถรับมือได้

วันนี้ (2 ส.ค.) นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวยืนยันว่า อ่างเก็บน้ำหลายแห่งในประเทศมีระดับน้ำสูงจริง โดยวันพรุ่งนี้จะจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์ และเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 11 แห่ง ตลอด 24 ชม.

เขาระบุด้วยว่าในจำนวนนั้น มีเขื่อน 2 แห่ง ที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80-90% ได้แก่ เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร และเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่กำลังเร่งระบายน้ำออก

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ประจำเขื่อนวชิรลงกรณ จ. กาญจนบุรี ได้เร่งผันน้ำออกจากเขื่อนในปริมาณมากขึ้น หลังจากฝนตกหนักทำให้น้ำในเขื่อนมีปริมาณมากที่สุดในรอบ 34 ปี โดยวันนี้มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 82% ของความจุ

ภาพถ่ายจากดาวเทียมเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554

ที่มาของภาพ, Photo12/UIG via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพถ่ายจากดาวเทียมเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554

ผู้จัดการน้ำเชื่อไม่ซ้ำรอยปี 2554

หลังมีกระแสข่าวว่าระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำปีนี้นั้นสูงกว่าปี 2554 เลขาฯ สนทช. ได้อธิบายว่า ระดับน้ำเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2554 จริง แต่สูงกว่าเฉพาะในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บางแห่งเท่านั้น และทั้งหมดยังอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้

ขณะที่นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประธาน แสดงความมั่นใจว่าสามารถรับมือและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุน้ำท่วมเหมือนปี 2554 ได้ด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยในปัจจุบัน ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ถึงแม้ประเทศไทยจะต้องเผชิญพายุอีกอย่างน้อย 1 ลูก

อย่างไรก็ตาม นายเสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่ที่มีระดับสูงตั้งแต่เดือนนี้ ซึ่งรวมถึง เขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนแก่งกระจาน และเขื่อนน้ำอูน และเห็นว่าจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนภายในสัปดาห์นี้ เพื่อรองรับฝนที่จะตกชุกในวันที่ 5-6 ส.ค. นี้

ชาวบ้านใน อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ใช้เรือสัญจร เข้าออกหมู่บ้าน เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว

ที่มาของภาพ, Jiraporn Kuhakan/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ชาวบ้านใน อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ใช้เรือสัญจร เข้าออกหมู่บ้าน เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว

ปริมาณน้ำในเขื่อน

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งหมด 35 แห่ง โดยอยู่ในการควบคุมของกรมชลประทาน 25 แห่ง และอีก 10 แห่งเป็นของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งรวมถึง เขื่อนวชิรลงกรณ ที่กำลังเร่งผันน้ำออกจากเขื่อน

นอกจากนี้ ผลการคาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของ กฟผ. ในช่วงฤดูฝนปีนี้ คาดว่าใน "กรณีน้ำมาก" จะมีเขื่อน 7 แห่ง ที่มีปริมาตรกักเก็บสิ้นฤดูฝน ณ วันที่ 31 ต.ค. เกินกว่า 100%

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่า การคาดการณ์นี้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการจัดการน้ำที่มีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์

นอกจากนี้ กฝผ. ยังได้ชี้แจงวันนี้ว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อน กฟผ. ทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ

เขื่อนใหญ่ 11 แห่งที่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

ที่มา: สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กรมชลประทาน ข้อมูลประจำวันที่ 2 ส.ค. 2561

ปริมาณฝนสูงกว่าปกติ แต่ยังน้อยกว่าปี 2554

ปริมาณน้ำในเขื่อนไม่ได้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับการเกิดน้ำท่วม แต่บ่งชี้ให้เห็นถึงปริมาณฝนและน้ำที่จะต้องถูกระบายออกจากเขื่อนเพื่อความปลอดภัย ซึ่งมีผลต่อปริมาณน้ำที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมหากไม่สามารถระบายออกได้ทัน

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 คือปริมาณฝน ซึ่งในรายงานสรุปเหตุการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าปริมาณน้ำฝนในปีนั้นมากกว่าค่าเฉลี่ยราว 24%

ขณะที่ในปีนี้ ปริมาณฝนสะสมตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันที่ 29 ก.ค. มากกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ที่ราว 20% ตามข้อมูลจากกรมทรัพยากรน้ำ

ศูนย์เฉพาะกิจ 24 ชั่วโมง ที่จะจัดตั้งขึ้นที่กรมชลประทานในวันพรุ่งนี้ (3 ส.ค.) จะติดตามสถานการณ์และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่มีอำนาจตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันยังอยู่ในระดับสีเหลือง หรือ เฝ้าระวัง

ก่อนหน้านี้ กว่า 769 หมู่บ้านใน 5 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และสกลนคร ต้องเผชิญกับอุทกภัยจากน้ำล้นตลิ่ง ที่เกิดจากฝนตกหนักและปริมาณฝนสะสม