ทีมหมูป่า: ห่างกันสองฟากฟ้า แต่ส่งใจภาวนาให้เด็ก ๆ ปลอดภัย

ที่มาของภาพ, MARIEKE DE VRIES
- Author, นันท์ชนก วงษ์สมุทร์
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ผู้สื่อข่าวจากเนเธอร์แลนด์และออสเตรเลียร่วมอธิบายว่า ทำไมเรื่องภารกิจถ้ำหลวงจึงอยู่ในความสนใจของผู้คนในทุกทวีป
หนึ่งชั่วโมงหลังจากที่เด็กกลุ่มแรกถูกลำเลียงออกมาจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เมื่อวันที่ 8 ก.ค. มาริคา เดอ ฟรีซ ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของเนเธอร์แลนด์ (NOS) รายงานสดผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมกับ "หัวใจ" ที่ส่งมากจากผู้ชมนับพัน
"มันน่าทึ่งมากเลย" เธอกล่าว "โดยปกติเวลาเราทำเฟซบุ๊กไลฟ์ คนจะแสดงความคิดเห็นที่ไม่ค่อยดีด้วย แต่ครั้งนี้ทุกคนดีใจเป็นอย่างมาก มันเหมือนกับว่าพวกเขารู้จักเด็กเหล่านั้นเลย"
มีผู้แสดงความรู้สึกต่อโพสต์ดังกล่าวกว่า 3,500 ครั้ง และแชร์ 260 ครั้ง ซึ่งถือว่ามากสำหรับประเทศที่มีประชากรราว 17 ล้านคน

ที่มาของภาพ, MARIEKE DE VRIES
"ตอนนั้นประมาณ 2 ทุ่มที่ไทย เป็นช่วงบ่ายที่เนเธอร์แลนด์ คนกำลังนอนอาบแดดกันที่ชายหาด ทุกคนกำลังติดตามเรื่องนี้" เธอกล่าวกับบีบีซีไทยพร้อมเพิ่มเติมว่า ในวันนั้น เรตติ้งของสถานีเพิ่มขึ้นกว่าปกติที่มีคนดูทางบ้านเฉลี่ย 2 ล้านคน
บีบีซีไทยพูดคุยกับเธอเมื่อ 10 ก.ค. ช่วงที่เธอกำลังพักจากการรายงานข่าว ที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงราย ซึ่งได้จัดสถานที่ให้ผู้สื่อข่าวได้ทำงาน เนื่องจากอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ที่ ๆ มีการพาเด็ก ๆ มารักษาตัว และนักข่าวจำนวนมากต้องนั่งทำงานข้างถนน
เดอ ฟรีซ บอกว่า ภารกิจถ้ำหลวง เป็นข่าวเปิดของทุกโปรแกรมข่าวที่สถานีโทรทัศน์ของเธอ ยกเว้นวันก่อนหน้านี้ คือวันที่ 9 ก.ค. เนื่องจากมีข่าว บอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ ที่ลาออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหัน

ที่มาของภาพ, Getty Images
เดอ ฟรีซ ถูกเรียกตัวจากสำนักงานในปักกิ่งให้มารายงานข่าวนี้ เนื่องจากผู้สื่อข่าว NOS ที่ประจำอยู่ไทยอยู่ระหว่างการลาพักร้อน ทำให้เธอและช่างภาพเดินทางมาถึงถ้ำหลวงเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และเป็นหนึ่งในสื่อกว่า 1,000 แห่งที่ลงทะเบียนเพื่อนทำข่าวที่ถ้ำหลวง
สาเหตุที่ NOS ตัดสินใจให้เธอไป เนื่องจากเห็นกราฟฟิกของถ้ำทื่สื่อต่าง ๆ ได้เผยแพร่ ที่แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากในการนำตัวเด็กออกมา รวมถึงกระแสข่าวที่ออกมาตอนนั้นว่าจะอาจจะต้องใช้เวลาถึง 4 เดือนกว่าเด็กจะออกมาได้ แถมเจ้าหน้าที่บอกว่าจะใช้เวลา 4 เดือน รวมถึงความยากลำบากในการดำน้ำ และหน้าฝนกำลังจะมา
"นอกจากนั้นก็มีความยากลำบากที่เด็กจะต้องดำน้ำออกมา แถมอยู่ในหน้าฝนอีกต่างหาก ทำให้มันมีความระทึกขวัญ" เธอกล่าว "เรื่องราวของตัวโค้ช ก็มีพัฒนาการของตัวละคร คือตอนแรกคนคิดว่าเขาเป็นคนไม่ดี เพราะพาเด็กเข้าถ้ำ ต่อมาเราได้รู้ว่าเขาเคยบวชและสอนเด็กนั่งสมาธิ แล้วเขาก็กลายเป็นคล้าย ๆ ฮีโร่"

ที่มาของภาพ, Getty Images
เธอบอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่เป็นที่สนใจของคนทุกเพศทุกวัย และที่สถานีโทรทัศน์ของเธอมีโปรแกรมข่าวเด็กอายุประมาณ 12-14 ปี ซึ่งเป็นอายุราวเดียวกันกับเด็กที่ติดอยู่ในถ้ำ
"ฉันอาศัยอยู่ในเมืองจีนมาเป็นเวลา 6 ปี บางทีมีความเข้าใจผิด มีการเหยียดเชื้อชาติ จากประเทศในแถบยุโรป ฉันเลยพยายามที่จะเล่าหลายเรื่องราวจากเอเชีย เพื่อลบล้างสิ่งเหล่านี้" เธอกล่าว "แต่เรื่องนี้ ทำให้ตอนนี้เราเป็นเหมือนมนุษย์เผ่าพันธุ์เดียวกันหมดโดยมันไม่เกี่ยวว่าเด็กพวกนั้นจะสีผิวอะไร นี่เป็นสิ่งที่ฉันชอบมากเกี่ยวกับเรื่องนี้"
"คนอยากรู้ความเคลื่อนไหวทุกอย่าง"

ที่มาของภาพ, LIAM COCHRANE
เลียม โคเครน ผู้สื่อข่าวด้านภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของสถานีโทรทัศน์เอบีซีของประเทศออสเตรเลีย เพิ่งกลับมาถึงเมืองไทยหลังจากการทำข่าวที่เมียนมาได้เพียงหนึ่งวัน ก่อนที่บรรณาธิการจะแจ้งให้เขาไปทำข่าวที่ถ้ำหลวง
ทีมงานที่ประกอบไปด้วยโปรดิวเซอร์และช่างภาพ ได้เดินทางมาถึงถ้ำหลวงในบ่ายวันที่ 2 ก.ค. คืนนั้นเองเป็นคืนที่นักดำน้ำชาวอังกฤษพบตัวเด็ก ๆ และโค้ช ทำให้วันนั้นเขาทำงานติดกัน 20 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก
"ความสนใจในเรื่องนี้มีเยอะมากอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ผมคิดว่ามันมีความเป็นดราม่าในเนื้อเรื่อง มันมีความเปลี่ยนแปลงวันต่อวัน แล้วมันก็มาในเวลาที่โลกเรามีข่าวไม่ดีเยอะมาก" โคเครน กล่าว "เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ง่ายที่จะเข้าใจ และทุกคนสามารถอยู่ข้างเดียวกันเพราะทุกคนหวังว่าเด็ก ๆ จะปลอดภัย"

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/EKATOL
หกวันต่อมา เมื่อเด็กกลุ่มแรกถูกลำเลียงออกจากถ้ำ โคเครนต้องรายงานสด 18 ชม. ติดกันสำหรับโทรทัศน์และวิทยุเอบีซี ทำให้หลังจากนั้นเอบีซีต้องส่งผู้สื่อข่าวและช่างภาพมาช่วยงานเพิ่มเติม และวันต่อมาทีมงานตัดสินใจที่จะซื้อเครื่องปั่นไฟ 1 ตัว โต๊ะพับได้ 2 ตัว เก้าอี้ 7 ตัว พาเลตไม้ 4 ชิ้น และพลั่ว 1 เล่ม เพื่อตักเคลื่อนย้ายโคลน
"มันเป็นหนึ่งในงานที่ยากที่สุดที่ผมเคยทำ ในแง่ของจำนวนชั่วโมงที่การทำงานที่ยาวนาน" ผู้สื่อข่าววัย 38 ปี กล่าว
ประเด็นดังกล่าวมีการตอบรับจากผู้ชมสูงมาก โดยเอบีซีให้ข้อมูลว่า เรื่องนี้มีผู้อ่านมากที่สุดบนเว็บไซต์ตั้งแต่การเลือกตั้งสหรัฐอเมริกาปี 2559 โดยมีผู้อ่านมากกว่าปกติ 6 เท่า และช่องเอบีซีเองมีเรตติ้งเพิ่มขึ้น 30%

ที่มาของภาพ, LIAM COCHRANE
บัญชีทวิตเตอร์ของโคเครนเอง มีผู้ติดตามใหม่ประมาณ 1,000 คนต่อวันในสามวันแรกของภารกิจช่วยเหลือ โดยมีคนจำนวนมากบอกเขาว่าติดตามข่าวนี้ทั้งคืนเพื่อที่จะรอฟังข่าวดี
"คนติดต่อมาหาผมบอกว่าพวกเขาอยากจะรู้เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทุกอย่างในเรื่องนี้" เขากล่าว









