ถ้ำหลวง: รู้จักจิตอาสากองหนุนภารกิจช่วยชีวิตทีมหมูป่า

สิทธิศักดิ์ สวรรค์รักษ์ ขณะรับส่งอาสาสมัคร

ที่มาของภาพ, Panupong Changchai/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, สิทธิศักดิ์ สวรรค์รักษ์ ขณะรับส่งอาสาสมัคร
    • Author, วัชชิรานนท์ ทองเทพ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนไม่ได้มีแค่เฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ และอาสาสมัครที่เกี่ยวข้องกับการกู้ภัยเท่านั้น ยังมีคนท้องถิ่นกลุ่มหนึ่งที่ยอมสละรายได้ สละเวลา และลงแรงเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการให้ราบรื่นมากขึ้น

"ความรู้สึกเหมือนญาติและครอบครัวเดียวกัน" นำไปสู่การคิดหาหนทางอย่างไรที่จะทำให้คนท้องถิ่นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจซึ่งถือว่าเป็นกรณีกู้ภัยครั้งประวัติศาสตร์ของโลก

บีบีซีไทยไปพูดคุยกับพวกเขาเหล่านั้นว่าทำไมจึงมาเป็นจิตอาสา และทำหน้าที่อะไรกันบ้าง

เด็ก ๆ เป็นลูกหลานของชาวแม่สาย

มอเตอร์ไซค์อาสาสมัครเป็นคนท้องถิ่นมาให้แก่ทั้งเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร นักข่าว ฯ

ที่มาของภาพ, Panupong Changchai/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, จักรยานยนต์อาสาสมัครเป็นคนท้องถิ่นมาให้แก่ทั้งเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร นักข่าว ฯ

"เหตุการณ์ครั้งนี้ ผมถือว่าจะต้องถูกบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งของเมืองไทย" นายสิทธิศักดิ์ สวรรค์รักษ์ อาชีพเกษตรกรใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่ร่วมจิตอาสามาช่วยเหลือบริเวณหน้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนมาแล้วสี่วัน

นายสิทธิศักดิ์เข้ามารับผิดชอบหลากหลายหน้าที่ ตั้งแต่ช่วยส่วนมูลนิธิครัวพระราชทาน ช่วยยกของ

ในวันที่ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย เขาทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์นำเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนเข้าออกระหว่างถนนใหญ่กับถ้ำโดยไม่คิดค่าบริการ

นายสิทธิศักดิ์ บอกว่า แม้ว่าจะพบเด็ก ๆ แล้วแต่ก็ดูเหมือนว่าภารกิจนี้เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย จึงตัดสินใจมาช่วย และเขาเองรู้จักกับครอบครัวน้องไนท์ หรือ นายพีรภัทร สมเพียงใจ ปีกขวาของทีมหมูป่า และเคยร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานด้วยกันหลายครั้ง

"การทำงานที่นี่ มันก็ยากลำบาก มีอุปสรรคในการช่วยเหลือ แต่ถ้าเราเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่สามารถช่วยเหลือเขาได้บ้าง ก็มาช่วยกัน" เขากล่าว

มอเตอร์ไซค์อาสาสมัครเป็นคนท้องถิ่นมาให้แก่ทั้งเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร นักข่าว ฯ

ที่มาของภาพ, Panupong Changchai/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ชาวบ้านคนอื่น ๆก็มาเป็นมอเตอร์ไซค์อาสาเหมือนสิทธิศักดิ์เช่นกัน

"สำหรับชาวแม่สาย ก็คิดว่าพวกเด็ก ๆ เหมือนเป็นลูกเป็นหลาน ได้ออกมาช่วยกันเยอะ ทั้งในส่วนของเงินทอง หรือ สิ่งของ หรือบางท่านก็มาช่วยเป็นแรง ในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ข้างใน" นายสิทธิศักดิ์กล่าว

ในแต่ละวันมีอาสาสมัครที่ขับรถมอเตอร์ไซค์บริการเจ้าหน้าที่ สื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้องอยู่ราวสิบคันต่อวัน แต่ละคนจะผลัดเปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ ตามช่วงเวลาที่แต่ละคนจะสะดวก

"ในแต่ละวัน อาสาสมัครที่มาขับรถมอเตอร์ไซค์ก็ให้บริการหลายสิบเที่ยวเลยครับ ทุกคนเติมน้ำมันเองเต็มถัง แต่ต้องให้เหลือพอกลับถึงบ้านตัวเองได้" เขาตอบ

ต่างศาสนา เป้าหมายเดียวกัน

คำบรรยายวิดีโอ, ถ้ำหลวง: กองทัพอาสาสมัครของไทย

เหตุการณ์นี้ยังทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนแน่นแฟ้นมากขึ้น ทั้งเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างชุมชนต่างศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ หรือแม้แต่ศาสนาอิสลาม

ดุนเนีย กากาเคน บรรจุอาหารลงกล่อง

ที่มาของภาพ, Panupong Changchai/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ดุนเนีย กากาเคน บรรจุอาหารลงกล่อง

ดร. โซเฟีย ไทยอนันต์ เป็นหนึ่งในจิตอาสาของอ. แม่สาย จ.เชียงราย ที่ริเริ่มนำพากลุ่มสตรีมุสลิมมาสนับสนุนปฏิบัติการฯ ด้วยการทำอาหารฮาลาลมายังพื้นที่ถ้ำหลวง เพื่อแจกจ่ายให้กับบรรดาเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครด้วยกัน อย่างเช่น ทีมเก็บรังนกจากเกาะลิบง รวมไปจนถึงสื่อมวลชนที่นับถือศาสนาอิสลาม

"เราก็นึกถึงว่า อาหารการกินต้องยากลำบากแน่นอน ก็เลยอาสารวมตัวกันช่วยกันทำ" เธอบอกกับบีบีซีไทย

อาหารอิสลาม

ที่มาของภาพ, Panupong Changchai/BBC Thai

ขณะที่ น.ส. ดุนเนีย กากาเคน หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มจิตอาสานี้เล่าให้ฟังว่า อาหารที่มีผู้บริจาคมาให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในเขตถ้ำหลวงมีจำนวนมาก แต่ว่าอาหารอิสลามหากินยาก สิ่งที่ได้รับบริจาคมาบางครั้งก็เป็นเนื้อหมู

"บางครั้ง คิดเมนูแปลกใหม่ เช่น แกงแขก ข้าวหมกไก่ ทางกลุ่มก็จะทำเพิ่มจำนวนขึ้น เพื่อให้คนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่มุสลิมสามารถรับประทานได้" น.ส.ดุนเนียอธิบาย

นอกจากจะเกิดการรวมตัวของกลุ่มมุสลิมเล็ก ๆ ใน อ.แม่สายเล็กด้วยการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ ก็ทำให้พี่น้องมุสลิมทั่วประเทศที่ส่งกำลังใจและส่งปัจจัยมาเสริมมาด้วย

ดร.โซเฟีย ในฐานะนายกสมาคมสตรีมุสลิม จ. เชียงราย ยังกล่าวอีกด้วยว่า ไม่ใช่แค่ชาวมุสลิมเท่านั้น ชาวพุทธศาสนิกใน อ.แม่สาย หรือในประเทศไทย รวมเป็นหนึ่งเดียว มีความรักกันและมีเป้าหมายเดียวกัน ที่จะพยายามช่วยเหลือและให้กำลังใจในจุดนี้

ต่อเวลาทำงานเพื่อให้ภารกิจต่อเนื่อง

รวินท์มาศ ลือเลิศ เจ้าของร้านซักรีดที่อ. แม่จัน ซึ่งรับอาสาซักผ้าให้เจ้าหน้ากู้ภัยหลายหน่วย

ที่มาของภาพ, Panupong Changchai/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, รวินท์มาศ ลือเลิศ เจ้าของร้านซักรีดที่อ. แม่จัน ซึ่งรับอาสาซักผ้าให้เจ้าหน้ากู้ภัยหลายหน่วย

ขณะที่กองหนุนจิตอาสาอีกส่วน เริ่มต้นทำงานที่ร้านซักอบรีด ของ น.ส.รวินท์มาศ ลือเลิศ ในขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย หน่วยซีล ตำรวจตระเวนชายแดน ทหารเรือสหรัฐฯ บางส่วนหลับพักผ่อน

เวลาประมาณ 21.00 น. ของทุกวันนับตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา เธอและสามี รวมทั้งพนักงานที่ร้านซักรีดของเธอ และบรรดาเพื่อนของเธอต้องไปรับชุดเสื้อผ้าที่ใช้แล้วของเจ้าหน้าที่เพื่อนำมาทำความสะอาด รวมทั้งนำเสื้อผ้าที่ทำความสะอาดเสร็จแล้วไปส่งตามจุดต่าง ๆ ที่รับมาเมื่อคืนก่อน ในเวลาประมาณ 2.00 - 4.00 น. เพื่อให้ทันต่อภารกิจที่เร่งด่วนของเจ้าหน้าที่ในรุ่งเช้าของวันถัดมา

จำนวนเสื้อผ้าของเจ้าหน้าที่ในช่วงแรก ๆ ประมาณ 80-100 ชุด เมื่อตอนนี้มีเจ้าหน้าที่มาเพิ่มมากขึ้น จำนวนชุดที่ต้องทำความสะอาดก็เพิ่มจำนวนตามไปด้วย

"ฉันคิดว่าคงไม่นานภารกิจนี้คงสำเร็จลุล่วงโดยเร็ว แต่ด้วยความคิดที่แตกต่าง ฉันจึงคิดอีกอย่างว่า อีกกี่สิบปีจะมีเหตุการณ์แบบนี้ ที่เราจะมีโอกาสได้ช่วย ทำให้ทุกคนมองเห็นว่า อาชีพเราก็สำคัญ" น.ส.รวินท์มาศ กล่าว

นอกจากซักผ้าแล้ว ทางร้านก็ยังซ่อมแซมเสื้อให้กับเจ้าหน้าที่ที่มาฝากซักผ้าอีกด้วย

ที่มาของภาพ, Panupong Changchai/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, นอกจากซักผ้าแล้ว ทางร้านก็ยังซ่อมแซมเสื้อให้กับเจ้าหน้าที่ที่มาฝากซักผ้าอีกด้วย

เธอเล่าให้ฟังถึงเหตุผลที่ทำให้เธอเปลี่ยนความคิดจากการบริจาคสิ่งของธรรมดามาเป็นจิตอาสาในแบบที่เธอถนัด ก็เพราะได้เห็นรูปที่ส่งมาจากคนที่รู้จักเผยให้เห็นสภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ภายในถ้ำหลวง ที่สวมชุดที่เต็มไปด้วยโคลน บางคนต้องนอนบนดินภายในถ้ำ

อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่า สิ่งที่เธอทำอยู่ในขณะนี้จะสำเร็จไม่ได้หากไม่มีจิตอาสาคนอื่น ๆ คอยสนับสนุน อย่างเช่น จิตอาสาที่เก็บเสื้อผ้าของเจ้าหน้าที่มาส่งให้ บางคนก็มามาช่วยงานในร้าน อย่างเช่น พับเสื้อผ้า ซ่อมแซมเสื้อผ้าที่เสียหาย หรือนำเอาผงซักฟอกมาบริจาคให้กับเธอ

ขณะที่นายสุวรรณ์ กันแก้ว ซึ่งเป็นพนักงานในร้านก็บอกว่า "ผมรู้สึกว่าอยากให้เขาช่วยน้อง ๆ ออกมาได้ ให้ผมช่วยตรงจุดนั้นผมช่วยไม่ได้ ผมว่าช่วยซักผ้าเจ้าหน้าที่ถือเป็นการช่วยอย่างหนึ่ง"