อนาคตรถเร่ขายกับข้าวจะเป็นอย่างไร หากทุนใหญ่เข้ามา

    • Author, เรื่องและวิดีโอ โดย จิราพร คูหากาญจน์
    • Role, ผู้สื่อข่าววิดีโอ

ประภัสสร โศกค้อ แม่ค้าสาววัย 24 ปี ทำมาหากินอยู่ท้ายรถกระบะเร่ขายกับข้าวมาพร้อมสามีย่านบางแคมากว่า 3 ปี

กิจวัตรประจำวันของประภัสสรคือตื่นนอนตั้งแต่ตีหนึ่งครึ่งเพื่อไปตลาดบางแค ซื้อผัก ผลไม้ อาหารสดด้วยตัวเอง และใช้พื้นที่ลานจอดรถของตลาดเป็นพื้นที่ในการแยกสินค้าลงถุงพลาสติก

"ของในรถกี่ร้อยชิ้นเราจำราคาได้หมด เพราะเราซื้อเองกับมือทุกชิ้น ราคาขึ้นลงก็จะบอกลูกค้า" สินค้าในรถมากกว่า 200 รายการ ประภัสสรสามารถจดจำราคาขายได้เป็นอย่างดีเพราะคัดสรรด้วยตนเองทุกชิ้น

ตีห้า รถกับข้าวของเธอออกให้บริการลูกค้าในย่านพื้นที่ก่อสร้าง และชุมชนอยู่อาศัย ในย่านถนนเพชรเกษมและถนนกัลปพฤกษ์มีลูกค้าขาประจำที่ผูกพันกันไม่น้อย

"ถ้าเขาไม่เห็นเรา เขาก็ไม่ซื้อ.. อะไรลดได้ก็ลด ใจเขา ใจเรา ทุกสิ้นปีก็มีของขวัญให้"

นอกจากรายจ่ายที่จะต้องใช้ในการซื้อสินค้าเข้ารถเร่ทุกวันแล้ว แต่ละเดือนประภัสสรต้องส่งเงินให้พ่อแม่ที่จังหวัดอุดรธานี รวมถึงค่าเทอมลูกทำให้แทบไม่มีเงินเก็บ

นี่คือรายได้เพียงคันเดียว หากคำนวณรวมเข้ากับรวมรถกับข้าวหลายพันคันที่ให้บริการอยู่ทั่วทุกซอกมุมของกรุงเทพมหานครเพียงแห่งเดียว จะมีมูลค่าเท่าไร

ตลาดรถเร่ขายกับข้าวคือเค้กก้อนโตที่หอมหวลดึงดูดให้เจ้าตลาดค้าปลีกติดแอร์ยักษ์ใหญ่ชายตามองหรือเข้าร่วมแล้ว เช่น บิ๊กซีของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี (มหาเศรษฐีอันดับ 2 ของประเทศไทย จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 5.313 แสนล้านบาท) รวมทั้งแฟมิลี่ มาร์ท ที่อยู่ในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลของตระกูลจิราธิวัฒน์ (มหาเศรษฐีอันดับ 3 ของประเทศ ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 5.278 แสนล้านบาท) หรือแม้แต่รถเร่ขายสินค้าของรัฐบาลอย่าง รถธงฟ้าประชารัฐ และการจัดส่งสินค้าฟรีถึงบ้านผ่านการสั่งออนไลน์เทสโก้โลตัส

ภาพ "รถมินิบิ๊กซี" ของบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ที่ออกวิ่งขายของตามหมู่บ้าน ที่ปรากฏทางสื่อสังคมออนไลน์เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน สร้างเสียงวิจารณ์และความกังวลว่า รถของห้างสรรพสินค้าดัง จะเข้ามาทำให้รถเร่ขายสินค้า รวมทั้งร้านค้าปลีกจะได้รับผลกระทบ

อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ อดีตผู้บริหารเครือเนชั่น โพสต์ไว้บนหน้าเฟซบุ๊กของตัวเองเมื่อ 25 มี.ค. และมีคนแชร์กว่า 600 ครั้ง ว่า

"ทุนใหญ่ BIG C ระดับอภิมหาเศรษฐีควรจะเน้นพัฒนาบริการในห้างมากกว่าออกมาเปิดรถเร่ขายของแข่งกับ "ทุนเล็กมากๆ" พ่อค้าแม่ค้ารถเร่ที่คงไม่ได้กำไรมากมาย พอเลี้ยงชีพไปได้ด้วยจุดแข็งรถเร่ไปขายใกล้บ้าน เหมือนอย่างที่ BIG C เขียนสโลแกนไว้ข้างรถ พ่อค้าแม่ค้ารถเร่จะเหลือจุดแข็งอะไรไว้สู้อีก ขอร้องผู้บริหารบริษัทเบอรี่ยุคเกอร์ที่บริหาร BIGC กรุณาทบทวนนโยบายนี้เถอะครับ รวมทั้งคู่แข่งรายอื่นๆของ BIG C ด้วย อย่าลงมาแข่งแบบนี้เลย พ่อค้าแม่ค้ารถเร่ไม่มีทุนไม่มีแบรนด์ไม่มีทุกๆอย่าง ตายอย่างเดียว"

หลังเกิดกระแสทางโลกโซเชียล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องออกมาให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า ได้ให้กระทรวงพาณิชย์ไปดูว่าผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะเรามีมาตรการสนับสนุนร้านค้ารายย่อย และคุ้มครองรถขายสินค้าของชาวบ้านอยู่แล้ว

ด้านบิ๊กซีได้ชี้แจงต่อกระทรวงพาณิชย์และสื่อมวลชนว่า บริษัทยังไม่มีแผนชัดเจนที่จะขยายธุรกิจด้านนี้ ยังอยู่ในช่วงศึกษาธุรกิจเท่านั้น พร้อมกันนี้ยืนยันว่ารถของบิ๊กซีไม่ได้ไปแย่งลูกค้าร้านค้าปลีกหรือรถเร่รายอื่น ๆ เพราะมีความแตกต่างกับรถเร่ขายของทั่วไป เนื่องจากเจาะกลุ่มลูกค้าคนละกลุ่มกัน

ส่วนนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ทางกรมการค้าภายในจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลระบบค้าปลีกให้เกิดความเป็นธรรม ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ โดยการกำกับดูแลผู้ประกอบการนั้นจะอยู่ในกติกาของกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560

แล้วประภัสสร แม่ค้ารถเร่คิดอย่างไรถ้ารายใหญ่มาจริง

"ราคาขายต้องถูกกว่าเราแน่นอน อย่างน้ำปู น้ำปลาส่วนมากรถเร่จะไปซื้อมาจากโลตัส บิ๊กซี ซึ่งเป็นราคาส่งที่เรานำมาขายต่อ ถ้าเขามาขายตัดหน้าเรา จบข่าวเลย"