You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
รู้จักนักศึกษา ป.เอก แพทย์ไทยในเวทีมาสเตอร์เชฟยูเค
- Author, วสวัตติ์ ลุขะรัง
- Role, ผู้สื่อข่าววิดีโอ
จากเด็กที่ชอบทำอาหาร ใฝ่ฝันอยากเป็นหมอ สู่การเป็นนักศึกษาแพทย์ ก่อนจะบินลัดฟ้ามาเป็นนักเรียนทุนที่อังกฤษ และใช้เวลาว่างจากการศึกษาฝึกทักษะการทำอาหารจนได้เป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันในรายการทำอาหารระดับโลกอย่าง เวทีมาสเตอร์เชฟยูเค (MasterChef UK)
หลายคนอาจจะคิดว่าการจับมีดหมอรักษาคนไข้ กับการจับมีดทำครัว เป็นสองสิ่งที่ไปกันไม่ได้ แต่สำหรับ นพ.นวมินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ หรือ "หมอบอส" นั้น เขาทำทั้งสองสิ่งไปพร้อมกันได้
คุณอยากทำอะไรกันแน่? จะเป็นพ่อครัวหรือเป็นหมอ? เป็นคำถามแรก ๆ ที่ เกร็ก วัลเลซ หนึ่งในพิธีกรรายการมาสเตอร์เชฟยูเค ถามเขาในระหว่างเข้าร่วมแข่งขัน
"ผมคิดว่าผมทำมันได้ทั้งสองอย่าง" เขาบอกอย่างมั่นใจ
จากนักเรียนทุนสู่การปรุงอาหารใน มาสเตอร์เชฟยูเค
นพ.นวมินทร์ จบการศึกษาปริญญาตรี จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หลังจากทำหน้าที่แพทย์ผู้สอนได้ระยะหนึ่งก็สมัครชิงทุนมาเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษทั้งในระดับปริญญาโทที่อิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน และ ปริญญาเอกที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ที่กำลังเรียนอยู่ในปัจจุบัน
เหตุผลที่ทำให้หมอบอสใช้เวลาว่างจากการทำงานวิจัยและจับมีดหมอ มาจับมีดทำครัวเพื่อเตรียมตัวเข้าแข่งขันในมาสเตอร์เชฟยูเค นั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากเพื่อนนักศีกษาแพทย์ด้วยกันที่ยุให้ลงสมัคร
"ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้อยู่ในรายการ ตอนนั้นทำขนมมาให้คนที่ห้องทดลองทาน เขาบอกว่าอร่อยมาก เลยจะให้ผมไปสมัคร Bake Off (รายการแข่งขันทำขนมอบ) แต่ผมบอกว่าผมชอบทำอาหารมากกว่า เขาเลยแนะนำให้ไปสมัครมาสเตอร์เชฟ" นพ. นวมินทร์ เล่าให้บีบีซีไทยฟัง
ก่อนจะได้รับเลือกให้ไปเข้ารอบคัดตัวนั้น เขาต้องเผชิญกับกับผู้สมัครคู่แข่งหลายพันคน จนได้เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมแข่งขัน 56 คนสุดท้าย สำหรับหมอบอส จะมีแข่งขันอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 26 มีนาคม 2018 โดยจำนวนผู้เข้าแข่งขันลดลงจาก 56 คน เหลือ 16 คน การแข่งขันรอบล่าสุดนี้จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ๆ ละ 8 คน
ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำอาหารที่ตัวเองหรือครอบครัวชื่นชอบ 1 จาน ให้เสร็จภายในเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อให้เกร็ก วัลเลซ และจอห์น โทโรด ตัดสินว่าดีพอที่จะผ่านเข้าไปยังรอบต่อไปหรือไม่
มาสเตอร์เชฟเป็นรายการแข่งขันทำอาหารที่ออกอากาศทางช่องบีบีซีวัน เพื่อเฟ้นหาผู้ที่มีทักษะสูงสุดที่จะได้รับตำแหน่งมาสเตอร์เชฟ โดยการแข่งขันครั้งแรกมีขึ้นเมื่อปี 1990 และได้พัฒนารูปแบบรายการเรื่อยมา
ในปัจจุบันนอกจากการเฟ้นหามาสเตอร์เชฟ ที่ผู้เข้าแข่งขันเป็นบุคคลทั่วไปแล้ว ยังมีการแข่งขันเพื่อคัดเลือกมาสเตอร์เชฟมืออาชีพ (MasterChef:The Professionals) มาสเตอร์เชฟคนดัง (Celebrity MasterChef) และมาสเตอร์เชฟรุ่นเยาว์ (Junior MasterChef)
มาสเตอร์เชฟไม่ได้รับความนิยมเฉพาะในอังกฤษเท่านั้น แต่ประเทศและดินแดนทั่วโลก 58 แห่งรวมทั้งไทย ได้นำรูปแบบรายการไปจัดทำเป็นรายการในเวอร์ชันของแต่ละประเทศด้วย
นับตั้งแต่มาสเตอร์เชฟเริ่มออกอากาศครั้งแรก มีผู้รับชมกว่า 300 ล้านคนทั่วโลก
ความชอบและความฝันในวัยเด็ก
หมอบอส เผยว่าถึงแม้จะใฝ่ฝันเป็นหมอมาตั้งแต่เด็ก แต่การทำอาหารก็เป็นอีกสิ่งที่เขาชอบ และได้รับการถ่ายทอดวิชาทำครัวมาจากแม่และยาย
"เป็นคนชอบทำอาหารตั้งแต่เด็ก แต่การเป็นหมอคือสิ่งที่ใฝ่ฝัน สาเหตุที่ผมอยากเป็นหมอ เพราะอยากช่วยคนไข้ ส่วนสาเหตุที่ชอบทำอาหารเพราะอยากเห็นคนที่ทานอาหารมีความสุข"
คนเรามีความสุขต่างกัน ซึ่งการได้เห็นรอยยิ้มจากทั้งคนไข้และคนที่ได้ทานอาหาร เป็นสองสิ่งที่ทำให้เขามีความสุข แต่หากถามว่าอันไหนยากกว่ากัน เจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีสิ่งที่ยากหากเราชอบที่จะทำมัน
"ถามว่าอันไหนยากกว่า ผมว่าถ้าเราชอบทำอะไร มันไม่มีอะไรที่มันยาก"
ใช้อาหารไทยพิชิตใจกรรมการ
ถึงแม้จะเป็นการเข้าแข่งขันในต่างแดน แต่หมอบอสยืนยันว่าจะใช้อาหารไทย รสชาติแบบไทย ๆ พิชิตใจคณะกรรมการ
สำหรับเขาแล้วอาหารไทยเป็นอาหารอันดับหนึ่งของโลก เพราะมีความหลากหลายทั้งในเรื่องของรสชาติ ชนิดอาหาร และวัตถุดิบที่ใช้ปรุง
"ผมจะยึดเสมอว่ารสชาติอาหารที่ผมทำให้กรรมการชิมต้องเป็นรสชาติแบบไทยๆ และในฐานะคนไทย ก็อยากจะนำเสนออาหารไทยรสชาติแบบบไทย ๆ ในรายการของชาวต่างชาติ"
เมนูรสเด็ดที่ทำให้หมอบอสผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศนั้น รวมถึงแกงเหลืองปู ผัดไทยและหอยทอด ซึ่งเขาทอดหอยทอดในพิมพ์รูปผีเสื้อ
อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ
นอกจากการเรียนและการเข้าแข่งขันในมาสเตอร์เชฟยูเค ยังมีภารกิจสำคัญที่หมอบอสมุ่งมั่นทำให้สำเร็จคือการวิจัยวัคซีนป้องกันวัณโรค ซึ่งเขายอมรับว่ายากเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ยังมีความมั่นใจและตั้งใจให้ถึงที่สุด เพราะจุดที่เขายืนอยู่ ณ วันนี้ คือผลพวงจากความพยายามในอดีต
"ต่อให้คนกี่ร้อยกี่พันคนพูดว่าเราทำได้ แต่เราคิดว่าเราทำไม่ได้ ยังไงเราก็ทำไม่ได้ ต่อให้คนกี่ร้อยกี่พันพูดว่าเราทำไม่ได้ แต่เราคิดว่าทำได้ เราก็ทำได้"
"ตอนสมัครเข้าอ็อกซ์ฟอร์ดผมคิดว่าผมทำได้ แต่คนหลายคนพูดว่ามันยาก แต่ผมก็พยายาม ตอนสมัครเข้ามาสเตอร์เชฟ ทุกคนก็บอกว่ามันยาก แต่ผมก็พยายาม แล้วผมก็ทำได้"
"ผมอยากให้ทุกคนพยายามฝันให้มันไกล เพราะว่าต่อให้มันไปไม่ถึง แต่เราก็ไปได้ไกลกว่าที่เราคาดอยู่ดี"