You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ส.ส.เวลส์เรียกร้องไทยคืนข้าวของ 'เคิร์สตี โจนส์' เหยื่อฆาตกรรม 18 ปีก่อน
น.ส.เคิร์สตี โจนส์ วัย 23 ปีถูกข่มขืนและรัดคอจนเสียชีวิตภายในเกสต์เฮาส์แห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ เมื่อเดือน ส.ค. 2543 และนับถึงตอนนี้ยังไม่สามารถจับตัวฆาตกรได้
ล่าสุด นายคริส เดวีส์ ส.ส. จากเวลส์ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ไทยส่งข้าวของของเธอกลับไปยังสหราชอาณาจักรโดยหวังว่าให้เบาะแสชี้ตัวคนร้าย
พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ยังไม่ทราบถึงข้อเรียกร้องนี้ แต่ตามหลักการสามารถส่งคืนทรัพย์สินให้กับครอบครัวได้หากไม่ใช่ของกลาง พร้อมยืนยันว่าดีเอสไอยังพยายามติดตามหาผู้กระทำผิดอยู่ ถึงแม้เวลาจะผ่านมานานแล้ว
คดีของ น.ส.โจนส์ ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศในขณะนั้น และถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยครั้งในเวลาต่อมา จนถึงปัจจุบันครอบครัวของเธอยังคงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยติดตามตัวคนร้ายให้ได้ในที่สุด
ในปี 2543 น.ส.โจนส์ วัย 23 ปี จากเวลส์ เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ในอังกฤษ ก่อนตัดสินใจออกเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก เธอเพิ่งเริ่มทำตามแผนได้เพียง 3 เดือนก็มาถูกทำร้ายจนเสียชีวิตภายในห้องพักในเกสต์เฮาส์ดังกล่าว
หลังเกิดเหตุไม่นาน นายสตีเวน ทริกก์ ซึ่งเข้าพักที่เดียวกับ น.ส.โจนส์ กล่าวกับบีบีซีว่า "ผมได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนว่า 'ออกไป ออกไป ออกไป อย่ายุ่งกับฉัน' "
นายทริกก์กล่าวว่า ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. เขาเดินลงไปหาเจ้าของเกสต์เฮาส์ แต่เนื่องจากเสียงดังกล่าวได้เงียบลง ทั้งคู่จึงเดินกลับไปนอน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเสียงคนโต้เถียงกันเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยตามที่พักแบบนี้
ด้านตำรวจกล่าวว่า เจ้าของเกสต์เฮาส์รู้สึกเอะใจเมื่อ น.ส.โจนส์ไม่ได้ออกจากห้องอีก ก่อนที่จะพบร่างของเธอเสียชีวิตในสภาพนอนคว่ำโดยมีผ้ารัดที่คอ เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2543
รายงานข่าวในช่วงเวลานั้นระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เชียงใหม่ ได้สอบปากคำผู้ต้องสงสัยหลายคน รวมถึงชาวต่างชาติที่พักอยู่ที่เดียวกัน เจ้าของเกสต์เฮาส์ และไกด์นำทางชาวกะเหรี่ยง ก่อนออกหมายจับ นายแอนดรูว์ กิลล์ วัย 36 ปี เจ้าของเกสต์เฮาส์ในเดือนถัดมา
ดีเอ็นเอไม่ตรงกับผู้ต้องสงสัย
อย่างไรก็ตาม ไม่กี่เดือนต่อจากนั้น อัยการจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งไม่ฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าพยานบุคคลของตำรวจไม่น่าเชื่อถือ ประกอบกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ซึ่งพบว่าดีเอ็นเอของนายกิลล์ ไม่ตรงกับกับอสุจิที่พบในศพ ซึ่งระบุว่าเป็นของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้การสืบหาตัวคนร้ายต้องดำเนินต่อไป
รายงานของ ประชาไท เมื่อปี 2547 ระบุว่าคดีนี้ "ซับซ้อนและฉาวโฉ่ เพราะไม่เพียงแค่ความโหดเหี้ยมของเหตุการณ์แล้ว ยังมีเรื่องของการจับแพะ ตำรวจเข้ามาพัวพัน ไปจนถึงทรัพย์สินของคริสตี้หายสาบสูญไปด้วยอีกต่างหาก"
คดีของ น.ส.โจนส์ ย้ายมาอยู่ในการดูแลของ ดีเอสไอ ในปี 2548 ซึ่งได้ตรวจสอบผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมแต่ก็ยังไม่พบผู้ที่มีดีเอ็นเอตรงกับหลักฐาน ในปีเดียวกันนั้นนายโทนี แบลร์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ หยิบยกคดีนี้ขึ้นมาพูดคุยระหว่างหารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ประเทศอังกฤษ เพื่อขอให้ไทยเร่งติดตามคดี
เมื่อปี 2555 แม่ของ น.ส.โจนส์ ประกาศมอบรางวัล 1 หมื่นปอนด์ (ราว 4 แสนบาท) ให้กับผู้ที่มอบเบาะแสเกี่ยวกับคนร้าย ในปีถัดมากองตำรวจไดเฟด-พาววีส์ (Dyfed-Powys) ของเวลส์ระบุว่าได้รับอนุญาตให้ทบทวนหลักฐานทางนิติเวชและเอกสารที่เจ้าหน้าที่ไทยรวบรวมได้ แต่การสืบสวนอันยาวนานที่รวมถึงการสอบพยานไม่ต่ำกว่า 70 ปาก ก็ยังไม่สามารถระบุตัวคนร้ายได้
เรียกร้องไทยส่งข้าวของ น.ส.โจนส์ กลับประเทศ
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมา นายคริส เดวีส์ ส.ส.พรรคคอนเซอร์เวทีฟ จากเวลส์ กล่าวว่า ข้าวของของ น.ส.โจนส์ ยังคงอยู่ในประเทศไทยและมันอาจเป็นเบาะแสที่ช่วยให้รู้ตัวคนร้ายได้
"เราต้องการข้าวของเหล่านั้น และเราต้องการให้มีการสืบสวนเพิ่มเติม" เขากล่าวในรายการวิทยุของบีบีซี
นายเดวีส์ กล่าวว่า เขาได้ส่งจดหมายเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ไทยส่งสิ่งของของ น.ส.โจนส์ กลับมาเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมในสหราชอาณาจักร
"เรามีเวลาสองปีที่จะทำสิ่งนี้ เวลาของครอบครัวโจนส์กำลังหมดลง สิ่งที่พวกเขาต้องการตอนนี้คือความยุติธรรม เราไม่สามารถนำเคิร์สตีกลับมาได้ แต่หากมันจะมีสิ่งหนึ่งที่เรามอบให้พวกเขาได้นั่นคือความยุติธรรมและหาจุดจบของเรื่องนี้" นายเดวีส์กล่าว
สถานะของคดีตอนนี้เป็นอย่างไร?
"มันเป็นเรื่องของการสืบสวนขยายผล ซึ่งเราได้ตรวจดีเอ็นเอของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดหลายร้อยราย และยังคงดำเนินการอยู่ เพียงแต่ถึงตอนนี้ยังไม่พบผู้ที่มีผลตรวจตรงตามหลักฐาน แต่ก็ยังดำเนินการสืบสวนต่อไป เพราะคดีนี้ยังอยู่ในอายุความ" พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวกับบีบีซีไทย
พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ไทยได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของสหราชอาณาจักรมาโดยตลอด แต่ยังไม่ทราบข่าวว่านายเดวีส์ เรียกร้องให้ ดีเอสไอ ส่งทรัพย์สินคืนให้ แต่ตามระเบียบและกฎหมายก็สามารถพิจารณาส่งคืนให้กับครอบครัวได้ "หากเป็นทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ใช่ของกลางเราก็ยินดีคืนให้"
"เรื่องคดีที่อยู่ในความรับผิดของดีเอสไอ ไม่ว่าจะผ่านมานานแล้วก็ตาม เราก็พยายามที่จะติดตามผู้ที่กระทำความผิดอยู่ เราก็ยังคงดำเนินการ และสืบสวน ไม่ได้ละทิ้งแต่อย่างใด" รองอธิบดี ดีเอสไอ กล่าวทิ้งท้าย