You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ไทยติดอันดับ 15 ของประเทศที่เป็นแหล่งพักเงินเลี่ยงภาษีของโลก
ดัชนีการปกปิดทางการเงิน (Financial Secrecy Index) ที่จัดทำโดย เครือข่ายภาษียุติธรรม หรือ Tax Justice Network จัดให้ไทยอยู่อันดับที่ 15 ของประเทศที่มีการปกปิดข้อมูลการเงินทำให้กลายเป็นแหล่งพักเงินเลี่ยงกฎหมาย ในขณะที่นักวิชาการไทยระบุว่าการเอื้อให้มี "เล่นแร่แปรธาตุ" โยกย้ายทรัพย์สินและเลี่ยงภาษีที่เกิดขึ้นในประเทศทำให้ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยคนจนสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก
ในรายงานที่ เครือข่ายภาษียุติธรรม หรือ Tax Justice Network (TJN) ออกมาเมื่อวานนี้ (30) ระบุว่าไทยอยู่ในอันดับที่ 15 ในดัชนีการปกปิดทางการเงิน หรือ FSI โดยที่มีข้อมูลทางด้านการเงินสำคัญหลายอย่างไม่เป็นที่เปิดเผยทั่วไป อย่างเช่น ความเป็นเจ้าของบริษัทมหาชน, แนวความคิดการจัดทำบัญชีของบริษัทมหาชน , ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือความมั่งคั่งอื่น ๆ นอกตลาดหลักทรัพย์, ข้อมูลจากศาลทางด้านภาษี ฯ
ขณะที่ 10 อันดับแรกในดัชนีปกปิดทางการเงิน คือ สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐฯ หมู่เกาะเคย์แมน ฮ่องกง สิงคโปร์ ลักเซมเบิร์ก เยอรมนี ไต้หวัน ดูไบ(ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) และ เกาะเกิร์นซีย์ซึ่งเป็นอาณานิคมปกครองตนเองของสหราชอาณาจักร
รายงานของ TJN กล่าวว่าดัชนีนี้ล้มล้างความเชื่อเดิมที่ว่าแหล่งพักเงินเลี่ยงภาษีใหญ่คือเกาะเล็ก ๆ ที่คนจำนวนมากไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน หากแต่เป็นประเทศที่ร่ำรวย มีพัฒนาการเศรษฐกิจสูงและเต็มไปด้วยอิทธิพล และทำให้เข้าใจได้ว่าทำไมความพยายามปราบปรามแหล่งเงินเลี่ยงภาษีเหล่านี้จึงไม่ได้เคยได้ผล นั่นเป็นเพราะประเทศผู้ได้ประโยชน์จากเม็ดเงินเหล่านี้เป็นผู้ตั้งกฎเองทั้งหมด
TJN เป็นเครือข่ายระหว่างประเทศที่มีภารกิจหลัก คือ ตรวจสอบการเลี่ยงภาษีของคนรวย โดยศึกษาและรวบรวมข้อมูลจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศต่างๆ อย่าง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF, ธนาคารโลก และข้อมูลจากรัฐบาลของแต่ละประเทศ
การจัดทำดัชนีนี้อาศัยข้อมูลสองด้านคือ ความรุนแรงของการปกปิดข้อมูลด้านการเงินด้านต่าง ๆ และขนาดของธุรกรรมการเงินนอกประเทศ (ออฟชอร์) ในรายงานประเมินว่ามีสินทรัพย์ด้านการเงินส่วนบุคคลอยู่ราว 21 - 32 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (672 - 1,024 ล้านล้านบาท) ถูกนำไปซ่อนในแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อหลีกเลียงการเสียภาษีหรือ เสียภาษีน้อยกว่าความเป็นจริง
ในขณะที่แหล่งพักเงินหนีภาษี หรือ tax haven ใช้ความได้เปรียบของการไม่ต้องเปิดเผยข้อมูล ดึงดูดเม็ดเงินที่ผิดกฎหมาย หรือเม็ดเงินที่ถูกกฎหมายแต่อาจไม่ถูกจริยธรรม ให้เข้ามา ในแต่ละปี มีเม็ดเงินที่ไหลข้ามประเทศอย่างผิดกฎหมายสูงถึง 1-1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (32-51.2ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)
รายงานยังระบุด้วยว่าปัญหาที่เกิดจากการเลี่ยงภาษีเป็นจำนวนมหาศาล คือ ชนชั้นสูงร่ำรวยมากขึ้น ขณะที่ประชาชนทั่วไปต้องแบกรับภาระหนี้ของประเทศเอาไว้ ประเทศอย่าง กรีซ อิตาลี และปอร์ตุเกส ที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากการเลี่ยงภาษี และฉ้อราษฎร์แล้วเอาเงินไปซ่อนไว้ตามแหล่งที่ตามหาไม่เจอเหล่านี้
TJN ชี้ว่าอุตสาหกรรม "ซ่อนเงินเลี่ยงกฎหมาย" ในระดับโลกมีผู้เล่นด้วยกันหลายราย นับตั้งแต่ ธนาคารขนาดใหญ่ระดับโลกต่าง ๆ, เจ้าหน้าที่กำกับดูแลที่มีอำนาจตามกฎหมาย, บริษัทบัญชี รวมทั้งผู้ชำนาญเฉพาะ ซึ่งออกแบบและวางแผนการตลาด เพื่อตอบสนองต่อลูกค้าที่ต้องการหนีภาษีและหลบหนีเงื้อมมือของกฎหมาย
การแข่งขันระหว่างแหล่งต่าง ๆ ในการดึงดูดเม็ดเงินเหล่านี้เกิดขึ้นราวทศวรรษที่ 1980 และได้กลายมาเป็นบริการสำคัญอันหนึ่งในตลาดการเงินโลกจนปัจจุบัน
เมื่อปกปิดข้อมูลเป็นความลับ แหล่งเลี่ยงภาษีเหล่านี้ได้สร้างความบิดเบี้ยวให้แก่ตลาดการเงินและการลงทุน อย่างมาก รวมทั้งหนุนส่งธุรกรรมที่ผิดกฎหมายนานาให้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการโกงภาษี, ฉ้อฉล, หลบเลี่ยงระเบียบกำกับทางด้านการเงิน, ยักยอก, การใช้ข้อมูลภายในเพื่อได้เปรียบในการซื้อขาย, ติดสินบน ฟอกเงิน รวมถึงการฟอกความผิดทางการเมืองด้วย
กลุ่มนี้ได้นำเสนอว่าควรแก้ไขปัญหาที่รากเหง้า ก็คือ ต้องระบุแหล่งที่พักเงินเลี่ยงกฎหมายเหล่านี้ให้ได้อย่างแน่ชัด "และนี่คือเป้าหมายของการก่อตั้งดัชนีนี้ขึ้นมา"
ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา มีความพยายามจากหลายฝ่ายที่จะนำเอาข้อมูลแหล่งพักเงินและธุรกรรมออฟชอร์มาเปิดเผย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนระหว่างประเทศ (International Consortium of Investigation Journalist - ICIJ) ที่มีผลงานสำคัญ คือ ปานามา เปเปอร์ส และพาราไดซ์ เปเปอร์ส ที่เปิดเผยว่าบริษัทและบุคคลสำคัญระดับโลกมากมายมีทรัพย์สินพักอยู่ในแหล่งเงินเลี่ยงภาษี ไม่ว่าจะเป็น บริษัทแอปเปิล, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, เจ้าฟ้าชายชาร์ลส หรือแม้แต่นักธุรกิจและนักการเมืองของไทยหลายราย
"การเล่นแร่แปรธาตุ"ในไทย
ด้านดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่าไม่แปลกใจที่ไทยได้รับการจัดอันดับเช่นนี้
"มีความรู้สึกว่าเมืองไทยเป็นประเทศที่ให้สะดวกสบายกับคนรวยแต่ไหนแต่ไร ก็ไม่แปลกที่จะมีข้อสังเกตุเช่นนี้ เพราะเป็นเจ้าของอะไรในประเทศไทยก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยชื่อ .....เป็นประเทศที่เปิดช่องให้เล่นแร่แปรธาตุการถือครองทรัพย์สินอย่างมาก" ดร.สมชัยกล่าว
เขายังกล่าวอีกว่าประเทศไทยนั้นติดอันดับประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองทรัพย์สินมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่คนร่ำรวยสามารถซ่อนทรัพย์สินของตนเองได้ ซึ่งหนทางแก้ไขปัญหาก็คือต้องแก้ไขกฎหมายหลากหลายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการถือครองทรัพย์สิน กระจายรายได้ให้มากขึ้นกว่าเดิม