You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ทบ. เปิดตัวรถถัง VT4 จากจีน ซึ่งไทยเป็นลูกค้ารายเดียวในโลก
26 ม.ค. กองทัพบกจัดการทดสอบสมรรถนะของรถถัง VT4 ที่ซื้อมาจากประเทศจีน เพื่อทดแทนรถถัง M41 ที่ใช้มานานกว่า 50 ปี โดยให้เหตุผลว่า เพื่อให้หน่วยกำลังรบมียุทโธปกรณ์หลักที่มีอำนาจการทำลาย ข่มขวัญ และมีประสิทธิภาพสูงในการปฏิบัติตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
การทดสอบสมรรถนะรถถังนี้มีขึ้นหนึ่งวัน หลังจากกองทัพอากาศเชิญนักข่าวไปในพิธีรับเครื่องบินขับไล่/ฝึก T-50TH "อินทรีทอง" 2 ลำที่สั่งซื้อมาจากเกาหลีใต้ที่ฐานทัพอากาศใน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
พล.ต.วันชาติ ผลไพบูลย์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า จ.สระบุรี กล่าวว่า หลังจากที่มีการรับรถถังมา 28 คันไว้ที่ศูนย์ฯ และตรวจรับตามสัญญาที่ระบุไว้เมื่อปลายเดือน พ.ย. ที่แล้ว ก็ได้มีการฝึกการปฏิบัติเป็นเวลา 60 วัน ปัจจุบันเป็นสัปดาห์ที่ 8 และจากการทดสอบยุทโธปกรณ์ ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด
"การทดสอบสมรรถนะวันนี้ เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อถือ เชื่อมั่นในกองทัพบกยิ่งขึ้น" พล.ต.วันชาติ กล่าว
รถถัง VT4 เป็นการทำข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน โดยบริษัท Norinko เป็นผู้ผลิต และขายให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรก ซึ่งปัจจุบันมีการทดสอบในประเทศที่มีความสนใจ เช่น ปากีสถาน พล.ต.วันชาติ กล่าว
ทั้งนี้ กองทัพบกได้ส่งกำลังพลส่วนหนึ่งเข้าไปฝึกที่บริษัท Norinko ที่ประเทศจีนเป็นเวลา 4 เดือน ก่อนที่จะเข้ารับรถถัง โดยเน้นในเรื่องระบบการซ่อมบำรุง
แผนการจัดหารถถัง VT4 คือ ปีงบประมาณ 2559 จำนวน 28 คัน เป็นจำนวนเงิน 5,020 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2560 จำนวน 10 คัน และปีงบประมาณ 2561 จำนวน 10 คัน
กองทัพบกมีแนวทางบรรจุรถถัง VT4 ไว้ให้เป็นยุทโธปกรณ์หลักของกองพลทหารม้าที่ 3 ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งประจำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพิจารณาจาก สภาวะภัยคุกคาม สภาพภูมิประเทศที่เหมาะสมกับการใช้งาน และแผนการพัฒนาและเสริมสร้างหน่วยของกองทัพบก
ในแผ่นพับที่กองทัพบกแจก ระบุว่า รถถัง VT4 เป็นรถถังรุ่นใหม่ที่ใช้การควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด มีน้ำหนัก 52 ตัน ปืนใหญ่รถถังมีขนาด 125 มม. บรรจุกระสุนแบบอัตโนมัติ ความเร็วในการเคลื่อนที่สูงสุดบนถนน 70 กม./ชม. และสามารถลุยน้ำลึกได้ 4-5 เมตร
นอกจากนั้นยังมีการติดเครื่องปรับอากาศในรถ มีระบบแจ้งเตือนป้องกันภัย และใช้กล้องในการยิงปืนและถอยรถ โดยที่ทหารไม่ต้องออกมาจากป้อม
การทดสอบสมรรถนะการขับเคลื่อนและอำนาจการยิงให้นักข่าวชมในวันนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ การทดสอบสมรรถนะของรถถัง VT4 ได้รับความสนใจจากสื่อประเทศจีนเป็นอย่างมาก มีนักข่าวจากจีนเดินทางมาทำข่าวที่ประเทศไทยทั้งหมด 18 คนจาก 10 สื่อ อาทิ สื่อโทรทัศน์ CCTV, สื่อวิทยุ CRI, สำนักข่าวซินหัว และสื่อออนไลน์ Sina โดยได้รับเชิญจากบริษัท Norinko
นอกจากนี้จีนมีโครงการที่จะมาเปิดศูนย์การส่งกำลังบำรุงและซ่อมบำรุงในประเทศไทยพร้อมส่งช่างเทคนิค วิศวกร มาประจำที่ประเทศไทยด้วย และมีการสะสมชิ้นส่วนซ่อม โดยมีระยะประกัน 1 ปี พร้อมสนับสนุนการซ่อมแซมและการปรนนิบัติบำรุงเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 25 ปี แต่จะไม่ผลิตหรือประกอบในไทย พล.ท.คงชีพ ตันตระวณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่าขณะนี้ไทยกับจีนกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อจัดตั้งโรงงานซ่อมบำรุงดังกล่าว
นอกเหนือจากรถถัง VT-4 แล้ว รัฐบาลไทยก็ยังมีโครงการสั่งซื้อเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้ารุ่น Yuan Class S26T และยานเกราะ VN-1 "เสือดาวหิมะ" จากจีน 34 คัน อีกด้วย
ก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยมักจะจัดซื้ออาวุธจากรัฐบาลสหรัฐฯ แต่หลังจากการโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อ 22 พ.ค. 2557 รัฐบาลสหรัฐฯภายในการนำของประธานาธิบดีบารัค โอบามา จึงประกาศแขวนงบช่วยเหลือทางทหาร มูลค่าราว 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลง และกดดันรัฐบาลไทยจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว
รัฐบาลไทยเดินหน้าโครงการจัดซื้ออาวุธประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากสหรัฐฯ เพื่อทดแทนยุทโธปกรณ์เดิมที่ใช้มานานและเสื่อมสภาพ ทางด้านรถถัง ก่อนหน้าซื้อจากจีน รัฐบาลไทยมีโครงการซื้อจากรถถังจากประเทศยูเครนรุ่น T-84 Oplot จำนวน 54 คัน แต่เนื่องจากการส่งมอบที่ล่าช้ามากทำให้ต้องหันไปซื้อจากจีนกลางคัน
นอกจากนี้เมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ได้หวนกลับมาปรับความสัมพันธ์กับไทยอีกครั้ง รวมทั้งอนุมัติการซื้อขีปนาวุธฮาร์พูน การขายขีปนาวุธ ฮาร์พูน บล็อค ทูว์ รุ่น RGM-84L มูลค่า 24.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (828 ล้านบาท) ตามที่รัฐบาลไทยได้ยื่นความจำนง ขอซื้อขีปนาวุธดังกล่าวจำนวน 5 ลูกก่อนหน้านี้
ในช่วงสามปีกว่าที่ผ่านมาของรัฐบาลทหาร บีบีซีไทยพบว่า มีการตั้งโครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้งบประมาณสูงและน่าสนใจ อย่างน้อย 9 โครงการ ประกอบด้วย
กองทัพบก
ปี 2558 โครงการจัดซื้อรถถังหลัก VT-4 จากจีน ไม่ระบุจำนวน รวมมูลค่า 4,985 ล้านบาท
ปี 2559 โครงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ Mi7VS จากรัสเซีย จำนวน 2 ลำ รวมมูลค่า 1,698 ล้านบาท
ปี 2559 โครงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์จากรัสเซีย ไม่ระบุรุ่น จำนวน 4 ลำ รวมมูลค่า 3,385 ล้านบาท
ปี 2560 โครงการจัดซื้อรถถังหลัก VT-4 จากจีน ไม่ระบุจำนวน รวมมูลค่า 2,017 ล้านบาท
กองทัพเรือ
ปี 2558 โครงการจัดซื้อเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ไม่ระบุรุ่นและจำนวน มูลค่า 2,850 ล้านบาท
ปี 2558 โครงการจัดซื้อเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง ไม่ระบุรุ่น จำนวน 4 ลำ รวมมูลค่า 490 ล้านบาท
ปี 2559 โครงการจัดซื้อเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง ไม่ระบุรุ่น จำนวน 5 ลำ รวมมูลค่า 627 ล้านบาท
ปี 2560 โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ S26T จากจีน จำนวน 1 ลำ มูลค่า 13,500 ล้านบาท
กองทัพอากาศ
ปี 2560 โครงการจัดซื้อเครื่องบินฝึกนักบินขับไล่เบื้องต้นจากเกาหลีใต้ จำนวน 8 ลำ รวมมูลค่า 8,997 ล้านบาท
ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงแห่ง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุกับบีบีซีไทยว่าโครงการมูลค่าจำนวนมากมายและซื้อหามาจากหลายชาติด้วยกัน เรียกได้ว่า เป็นการดำเนินการทูตผ่านการจัดหาอาวุธ (Procurement Diplomacy)
"การทูตที่ขับเคลื่อนด้วยการซื้ออาวุธนี้ มีขึ้นก็เพื่อสร้างความชอบธรรมในการบริหารประเทศหลังรัฐประหาร ซึ่งเห็นได้จากการให้ความสำคัญกับการซื้ออาวุธกับมหาอำนาจรายใหญ่ เช่น สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และจีน ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา" ศ.ดร.สุรชาติ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ บีบีซีไทย
กองทัพไทยกล่าวว่าเหตุผลสำคัญอีกอย่างหนึ่งของการซื้อรถถัง VT4 คือเป็นการจัดหาโดยวิธีรัฐบาลต่อรัฐบาลและเป็นการจัดซื้อยุทโธปกรณ์จากมิตรประเทศ โดยมิได้หวังผลกำไรเชิงธุรกิจการค้า มีลักษณะของการช่วยเหลือ ซึ่งจะทำให้กองทัพไทยได้รับยุทโธปกรณ์รวดเร็วและราคาถูก เนื่องจากเป็นการซื้อขายไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง