แก๊งยากูซ่า หอกข้างแคร่ของทางการญี่ปุ่น

เรื่องราวของแก๊งยากูซ่าเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังตำรวจไทยและสถานทูตญี่ปุ่น แถลงข่าวการจับกุม นายชิเกฮารุ ชิเรอิ อายุ 72 ปี อดีตหัวหน้ากลุ่มย่อยของแก๊งยากูซ่าในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้ก่อเหตุฆ่ารองหัวหน้าแก๊งคู่อริ ตั้งแต่ปี 2546 และถูกตำรวจสากลโตเกียวประเทศ ญี่ปุ่นติดตามตัว

นายชิเรอิ ถูกจับกุมได้ที่เมืองไทยหลังมีผู้โพสต์ภาพของเขาขณะนั่งเล่นหมากรุกอยู่ในจังหวัดลพบุรี โดยภาพนายชิเรอิ เป็นที่สนใจเพราะเป็นภาพขณะถอดเสื้อซึ่งปรากฏให้เห็นรอยสักในลักษณะเดียวกับสมาชิกของแก๊งยากูซ่า

รายงานระบุว่านายชิเรอิมีภรรยาเป็นคนไทย และอาศัยอยู่ในจังหวัดลพบุรี ราว 1 ปีมาแล้ว ขณะนี้ตำรวจมีแผนจะเนรเทศ นายชิเกฮารุ ให้กลับไปรับโทษที่ประเทศญี่ปุ่น

ยากูซ่า เป็นแก๊งอาชญากรรมรูปแบบพิเศษ และเป็นเสมือนหอกข้างแคร่ของทางการญี่ปุ่นมานาน เพราะยากที่อำนาจรัฐจะไปแตะต้องปราบปรามได้ เมื่อสองปีก่อน ตำรวจญี่ปุ่นออกมาระบุว่า แก๊งยามากุจิ ซึ่งเป็นแก๊งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกิดแตกกลุ่มกันจากความขัดแย้งภายใน ทำให้เกรงกันว่าจะเกิดการปะทะนองเลือดตามท้องถนน เช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี 1985 ที่มีการยิงปะทะกันในเมืองโกเบ จนมีสมาชิกแก๊งยากูซ่าเสียชีวิตไป 25 คน และทำให้ประชาชนถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บหลายคน

สำหรับชื่อยากูซ่านั้น มาจากตัวเลข 8 9 3 ซึ่งเป็นไพ่ในมือผู้แพ้ในการเล่นไพ่ประเภทหนึ่งของญี่ปุ่น เชื่อกันว่าแก๊งยากูซ่าก่อกำเนิดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ปัจจุบันแก๊งยากูซ่ามีรายได้จากการพนัน ค้าประเวณี และการรีดไถ

ในขณะที่การกระทำของสมาชิกแก๊งถือว่าผิดกฎหมาย แต่ตัวแก๊งเองไม่ถือว่าผิดกฎหมายเพราะมีสำนักงานมี รายชื่อสมาชิกที่ลงทะเบียนทั้งยังมีนามบัตรด้วย

ตัวเลขเมื่อปี 2015 ตำรวจญี่ปุ่นบอกว่าแก๊งยากูซ่ามีสมาชิกประมาณ 60,000 คน สมาชิกส่วนใหญ่แก๊งมีรอยสักเต็มตัว บางคนก็ถูกตัดนิ้วออกบ้าง เพราะทำผิดกฎของแก๊ง

แก๊งยากูซ่าที่ใหญ่ที่สุดคือแก๊ง ยามากุจิ ในเมืองโกเบ ทางตะวันตกของประเทศ มีสมาชิกกว่า 23,000 คน