You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
รู้จักยอดคุณแม่นักสู้ ผู้หวังจะยกระดับมาตรฐานมวยไทย
แม้ว่าโอกาสแห่งความสำเร็จของการเป็นนักมวยหญิงอาชีพบนเวทีทั้งในและต่างประเทศในปัจจุบันจะเปิดกว้างมากขึ้น แต่สำหรับ รัชฏาพร วิหารธรรมเม หรือที่รู้จักกันในนาม "สาวสิงห์ ส. โสภิต" นักมวยหญิงอาชีพ บอกว่า กว่าที่นักมวยหญิงจะก้าวขึ้นบัลลังก์แชมป์ พวกเธอต้องผ่านบทพิสูจน์หลายอย่าง
ทุกวันนี้ รัชฎาพรในวัย 21 ปี ต้องรับบทบาทคุณแม่มือใหม่ไปพร้อมกันการเป็นนักมวยอาชีพซึ่งเธอบากบั่นฝึกซ้อมมาตั้งแต่อายุได้เพียง 9 ขวบ
ในวงการมวยไทย จุดเปลี่ยนสำคัญอย่างหนึ่งของนักชกหญิง คือ การก้าวสู่ประตูวิวาห์และสถานะความเป็นแม่ ซึ่งนั่นหมายถึงภาระหน้าที่ความรับผิดชอบทางครอบครัวที่มากขึ้น จนทำให้พวกเธอต้องตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
แต่สำหรับรัชฎาพร เธอบอกกับบีบีซีไทยว่า "เธอจะยังคงชกมวยต่อไป เพราะเป็นสิ่งที่เธอรัก"
หลังคลอดลูกชายเมื่อปี 2558 เพียง 5 เดือนเท่านั้น เธอก็ทำตามความตั้งใจด้วยการขึ้นสังเวียนฝึกซ้อมอีกครั้ง ก่อนเป็นตัวแทนคนไทยร่วมการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นชิงแชมป์โลก 2016 ณ เมืองเยินเชอปิง ประเทศสวีเดนเมื่อ พ.ค.ปีที่แล้ว แม้ว่าจะพ่ายแพ้จนต้องตกรอบ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอท้อใจ
"ปีแรกที่กลับไปชก ก็ติดทีมชาติ มีชนะบ้าง และพลาดเหรียญไปบาง เพราะว่าร่างกายยังไม่ได้รับการพักผ่อนและฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ความพ่ายแพ้ในครั้งนั้นทำให้รู้สึกเสียใจมาก เพราะว่าที่ผ่านมาไม่เคยผิดหวังเลย" เธอกล่าว
แต่รัชฎาพรไม่ยอมให้ความเสียใจกัดกร่อนพลังในตัว เธอยังแปรเปลี่ยนแรงกดดันที่เกิดจากคำพูดแรง ๆ ของครูผู้ฝึกสอน มาเป็นแรงกระตุ้นพาเธอไปสู่จุดหมายได้สำเร็จ
"เวลาซ้อม จะถูกด่าเป็นเรื่องปกติ แต่มีคำพูดหนึ่งที่ครูมวยมักกล่าวดูถูกบ่อยมากเพื่อที่จะตรวจสอบว่าใจเรายังสู้อยู่ไหม ครูถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า มีลูกแล้วจะมาทนซ้อมอยู่ทำไม ทุกอย่างก็มี บ้านก็มี โรงยิมของตัวเองก็มี จะมาทนเหนื่อยไปทำไม ทำไมไม่เลิกชกมวยแล้วกลับไปอยู่บ้านซะ" เธอเล่าให้ฟัง
ด้วยความบากบั่นฝึกซ้อมอย่างจริงจัง ทำให้รัชฎาพรสามารถคว้าเหรียญทองมาครองเมื่อเดือนที่แล้ว ในการแข่งขันชกมวยไทยสมัครเล่นในกีฬาเอเชียนอินดอร์-มาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่กรุงอาชกาบัต ประเทศเติร์กเมนิสถาน
"ในฐานะคนเป็นแม่ ฉันก็อยากจะดูแลลูกอย่างสุดความสามารถ แต่ในฐานะนักมวย ฉันก็หวังว่าตัวเองจะช่วยยกระดับมาตรฐานและสร้างแรงบันดาลใจให้นักมวยหญิงรุ่นใหม่ได้บ้าง" เธอกล่าว
ข้อจำกัดรอบด้าน
คนส่วนใหญ่อาจไม่ทราบหรือไม่ได้สังเกตว่าเวทีชกมวยบางแห่งยังคงธรรมเนียมไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงเรื่องของการก้าวขึ้นเวทีมวย โดยกำหนดให้นักมวยหญิงต้องลอดใต้เชือกเส้นสุดท้ายเท่านั้น ส่วนนักมวยผู้ชายจะลอดหรือข้ามเชือกเส้นไหนเพื่อขึ้นเวทีก็ได้ นอกจากนี้ เวทีมวยมาตรฐานอันทรงเกียรติ 2 แห่ง คือ เวทีลุมพินีและราชดำเนิน นั้นสงวนไว้สำหรับนักชกชายเท่านั้น
"ผู้หญิงไม่มีสิทธิชกบนเวทีราชดำเนินและเวทีลุมพินีอย่างแน่นอน เพราะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าเป็นเวทีมวยสำหรับผู้ชาย แม้ว่าเป้าหมายสูงสุดของนักมวยทุกคนคือการได้ขึ้นชกบนเวทีมวยมาตรฐานทั้งสองแห่งดังกล่าวก็ตาม" รัชฎาพรกล่าว
นี่ไม่ใช่เพียงข้อจำกัดเดียวของการเป็นนักมวยหญิงอาชีพในไทย แต่ทัศนคติบางอย่างในแวดวงศิลปวัฒนธรรมการต่อสู้ของไทยที่สืบต่อทอดมาช้านานนี้ยังปิดกั้นพัฒนาการของนักชกหญิงในวิชาชีพนี้ด้วย
รัชฎาพรบอกว่า ผู้หญิงมีช่วงอายุในการชกมวยค่อนข้างสั้น เวทีมาตรฐานยังไม่ยอมรับนักมวยหญิงมากนัก เพราะทัศนคติเดิม ๆ ของกลุ่มผู้ให้การสนับสนุนหรือสปอนเซอร์ ที่ยังเชื่่อว่าผู้หญิงน้อยคนนักที่จะขึ้นชกอย่างจริงจัง "เพราะส่วนมากจะกลัวเจ็บ ห่วงสวย จึงทำให้ค่าตัวของผู้หญิงน้อยกว่าของผู้ชาย"
ค่าเหนื่อยน้อยกว่าผู้ชาย
"ค่าตัวในการชกต่อครั้ง นักมวยหญิงได้สูงสุดเต็มที่ก็ 40,000 บาท ส่วนค่าตัวผู้ชายสูงกว่าเป็นสองเท่า" เธออธิบาย
"คงไม่ใช่เพียงแค่กีฬามวยเท่านั้น ที่ค่าตัวและโอกาสการขึ้นชกของผู้ชายจะมากกว่าของผู้หญิง กีฬาชนิดอื่น ๆ ก็เช่นกัน เพราะปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวกำหนดคือ สปอนเซอร์ " ปริยากร รัตนสุบรรณ โปรโมเตอร์หญิง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท วันทรงชัย จำกัด บอกกับบีบีซีไทย
นอกจากจะมีประสบการณ์ในการเป็นโปรโมเตอร์หญิงมากว่า 3 ทศวรรษแล้ว ปริยากรยังเป็นลูกสาวของโปรโมเตอร์มวยชื่อดังอย่าง ทรงชัย รัตนสุบรรณ อีกด้วย
"ในฐานะผู้จัดเองบางครั้งที่เราสัญจรไปตามที่ต่าง ๆ เขาขอเฉพาะผู้ชายไม่เอาผู้หญิง แต่ในฐานะต้นสังกัด ก็บอกไปว่าขอแถมนักมวยหญิงไปให้ เพื่อที่ว่านักมวยหญิงจะได้พอมีพื้นที่ได้ต่อยมวยกับเขาบ้าง แต่ก็มีเหมือนกันที่ในบางพื้นที่เรียกร้องมาเลยว่าอยากจะมีนักมวยหญิงอย่างน้อยสองคู่ เรียกได้ว่าขึ้นกับความชอบของแต่ละบุคคลก็ว่าได้" เธอกล่าว
ทัศนคติเริ่มปรับเปลี่ยน
แม้ว่านักมวยหญิงจะเผชิญกับข้อจำกัดทั้งทางร่างกายและธรรมเนียมปฏิบัติ แต่ปริยากรเชื่อว่า ปัจจุบันวงการกีฬาทั้งในและต่างประเทศเริ่มเปิดรับนักมวยหญิงเพิ่มมากขึ้น
สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ปีนี้เป็นปีแรกที่ผู้หญิงข้ามเพศได้รับอนุญาตให้ขึ้นชกบนเวทีของสนามมวลุมพินี
ขณะเดียวกัน ค่ายมวยของปริยากรยังคงจะส่งเสริมนักมวยหญิงของไทยทั้งในระดับชาติและนานาชาติต่อไป เพื่อให้ผู้หญิงที่เป็นนักสู้รุ่นใหม่มีโอกาสยึดกีฬานี้เป็นอาชีพการงานที่มั่นคง
เธอแนะนำว่า บรรดาผู้สนับสนุนหรือสปอนเซอร์อาจจะต้องไปปรับเปลี่ยนความคิดและความเข้าใจใหม่ โดยให้โอกาสนักมวยหญิงมากขึ้น ส่วนนักมวยหญิงเองก็ต้องใช้เวลา ต้องทำให้ตัวเองโดดเด่น ต้องทำให้เห็นว่าเก่งจริง และเก่งกว่าผู้ชาย
"เมื่อไหร่ที่พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นฮีโร เมื่อไหร่ที่ความสามารถเลยไปถึงจุด ๆ นั้นแล้ว สปอนเซอร์จะชี้เป้ามาเลยว่าเขาต้องการคุณในรายการชกมวยที่พวกเขาให้การสนับสนุน"
รายงานโดย ลาร่า โอเว่น ผู้สื่อข่าวโครงการบีบีซีวูแมนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออก และวัชชิรานนท์ ทองเทพ ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
อะไรคือ 100 Women?
BBC 100 Women จะเผยแพร่รายชื่อผู้หญิง 100 คนที่ทรงอิทธิพลและเป็นแรงบันดาลใจ โดยคัดเลือกจากทั่วโลกในแต่ละปี สำหรับปีนี้ บีบีซีเน้นไปที่ความท้าทาย 4 ด้านที่ผู้หญิงต้องเผชิญ คือ เพดานแก้ว หรือกำแพงกีดกันผู้หญิงในด้านการงาน ความไม่รู้หนังสือของผู้หญิง (female illiteracy) การล่วงละเมิดในพื้นที่สาธารณะและการเหยียดเพศในวงการกีฬา
เรื่องราวของพวกเธอเหล่านั้นอาจจะเป็นทางออกให้กับใครหลายคนในชีวิตจริง บีบีซีต้องการความคิดเห็นจากผู้อ่าน ด้วยการติดตาม เฟซบุ๊กอินสตาแกรม และ ทวิตเตอร์ รวมถึงการใช้ #100Women