You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ส.ศิวรักษ์ ยึดหลักอุเบกขา หลังถูกตั้งข้อหา ม. 112
พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม สรุปสำนวนส่งอัยการศาลทหารกรุงเทพ คดี ส.ศิวรักษ์ ปัญญาสยาม ถูกตั้งข้อหา ม.112 จากการพูดในงานเสวนาที่ ม.ธรรมศาสตร์ วิพากษ์ประวัติศาสตร์การกระทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อัยการศาลทหาร นัดฟังคำสั่งฟ้องวันที่ 7 ธ.ค.นี้
ภายหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการตรวจสำนวนคดีที่ศาลทหารกรุงเทพ วันที่ 9 ต.ค. ซึ่งใช้เวลากว่าชั่วโมง นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักคิดนักประวัติศาสตร์ ปัญญาชนสยาม กล่าวกับบีบีซีไทย ถึงการถูกตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพว่าเขายึดหลัก "อุเบกขา" (วางเฉย)
นายสุลักษณ์ ขยายความต่อว่า เป็นเรื่องธรรมดาของบ้านเมืองในขณะนี้ "ที่ไม่มีขื่อมีแป ไม่มีหลักนิติรัฐ" ทำให้การดำเนินคดีตามความผิด มาตรา 112 เกิดขึ้นหลายคดี รวมทั้งในกรณีที่เขาพูดถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์วิพากษ์อดีตพระมหากษัตริย์ด้วย
"มาตรา 112 คลุมเฉพาะพระเจ้าอยู่หัว พระราชินี และองค์รัชทายาทในรัชกาลปัจจุบันเท่านั้น พระนเรศวรเสวยราชย์ 500 ปีมาแล้ว กฎหมายไม่ครอบคลุม คือกฎทหารจะเล่นงานผม เขาทำยังไงก็ได้ เพราะฉะนั้น ผมถึงมีอุเบกขา ผมวางเฉย สงสารเขามากกว่า สงสาร คสช. สงสารผู้มีอำนาจ" สุลักษณ์ กล่าวกับบีบีซีไทย
เหตุการณ์ที่นำมาสู่การแจ้งข้อหา เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2557 จากการเสวนาวิชาการที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดโดยกลุ่มสภาหน้าโดม กลุ่มกิจกรรมในมหาวิทยาลัย วันนั้นเป็นการอภิปรายในหัวข้อ "ประวัติศาสตร์ว่าด้วยการชำระและการสร้าง"
ก่อนนำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีจาก พล.ท.ผดุง นิเวศวรรณ และ พล.ท.พิทยา วิมะลิน ต่อสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ในวันที่ 16 ตุลาคม ปีเดียวกัน กล่าวหานายสุลักษณ์ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพอดีตพระมหากษัตริย์
การตั้งข้อกล่าวหานี้ต่อนายสุลักษณ์ จึงถือได้ว่าเป็นครั้งแรก ๆ ที่กฎหมายหมิ่นฯ ถูกตีความรวมไปยังอดีตพระมหากษัตริย์
"ถ้าใครมาเชิญ ผมก็พูดตามเดิม อยากจับผมก็จับ ผมอายุ 85 ปี แล้วคุณ ติดคุก 15 ปี ผมฉลองอายุ 100 ปีในคุก ไม่เป็นไรหรอก ตื่นเต้น...." นายสุลักษณ์ กล่าวยืนยันข้อมูลทางวิชาการที่พูดเมื่อปี 2557
นายสุลักษณ์ ที่ได้รับการเรียกขานจากสังคมว่าเป็น "ปัญญาชนสยาม" และยังเป็นนายประกันให้กับ "ไผ่ ดาวดิน" นักศึกษานักกิจกรรมเรียกร้องประชาธิปไตยที่ถูกดำเนินคดี ม. 112 ยังกล่าวถึงแวดวงวิชาการที่ถูกติดตาม จำกัด ตรวจสอบ ในระยะไม่กี่ปีมานี้ด้วย
"ที่น่าเศร้า คือคนส่วนมากไม่ประท้วง อธิการบดี (มหาวิทยาลัย) ทุกแห่งสยบยอมเขาหมด เขาก็ได้ใจ แต่ผมไม่ยอมสยบ ผมตาแก่หัวแข็ง เขาอยากจะน็อคหัวผมให้อ่อนลงบ้าง ก็ไม่มีอะไรมาก เขาทำอะไรไม่มีกฎบัตรกฎหมายทั้งนั้น"
ด้าน น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความของ ส.ศิวรักษ์ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ขั้นตอนวันนี้ เป็นการสรุปสำนวนส่งอัยการของพนักงานสอบสวน ซึ่งมีการตรวจสำนวนว่าอยู่ในเขตอำนาจของศาลทหารหรือไม่
ก่อนหน้านี้ ทางทนายความและนายสุลักษณ์ได้ทำคำให้การ และขอให้พนักงานสอบสวนพยานเพิ่มเติม หลังจากมีการแจ้งความดำเนินคดีมาตั้งแต่ปี 2557
"ในคำให้การเป็นรายละเอียดข้อเท็จจริงของคดี ในวันเสวนา ผู้จัด และเนื้อหาที่พูดเกี่ยวกับอะไร กับประวัติส่วนตัว และส่วนของข้อกฎหมายว่าไม่เห็นด้วยว่าเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112" น.ส. พวงทิพย์ กล่าวกับบีบีซีไทย
หลังจากนี้อัยการจะพิจารณาแล้วนัดมาฟังคำสั่งว่าจะฟ้องหรือไม่ในวันที่ 7 ธันวาคมนี้
ส.ศิวรักษ์ กับ 4 คดี ม. 112
ปี 2527 - นายสุลักษณ์ ถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นครั้งแรก จากการตีพิมพ์หนังสือ "ลอกคราบสังคมไทย" ซึ่งหนังสือเล่มนี้ถูกยึดเจ้าหน้าที่ในเวลานั้นด้วย ในครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกของสุลักษณ์ที่ถูกจับกุม และถูกคุมขัง ก่อนที่อัยการจะถอนฟ้องคดีนี้ทำให้คดีเป็นอันยุติ
ปี 2534 - พล.อ.สุจินดา คราประยูร รองประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ในขณะนั้น แจ้งจับสุลักษณ์ ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากการปาฐกถา เรื่อง "ประชาธิปไตยกับการรัฐประหาร" ที่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหารของ รสช.ผ่านไป 6 เดือน คดีนี้ศาลมีคำสั่งยกฟ้อง
ปี 2547 - สุลักษณ์ ได้รับเชิญอภิปรายเรื่อง "สังคมไทยทางรอดที่ควรเลือก เหลียวหลังแลหน้าจากราชดำเนินถึงตากใบ" ที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ระหว่างการอภิปราย นายสุลักษณ์ได้ประชาสัมพันธ์หนังสือวารสาร Seeds of Peace ปีที่ 21 ฉบับที่ 1 ประจำเดือนมกราคม-เมษายน 2548 ซึ่งนายสุลักษณ์เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์โฆษณา ในวารสารฉบับนี้มีบทความ เรื่อง SIAM of the Forgotten Monarchy: The True Life Sequel to the King and the Land of Smile ซึ่งกลายเป็นจุดที่ทำให้เจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งไปฟังงานเสวนาและซื้อสารสารฉบับนี้มาอ่าน รายงานผู้บังคับบัญชาจนนำมาสู่กระบวนการดำเนินคดีของตำรวจ อย่างไรก็ตาม คดีนี้อัยการไม่สั่งฟ้อง
ปี 2551 - คดี 112 ครั้งนั้น สืบเนื่องมาจากการบรรยายของนายสุลักษณ์ เรื่อง ปรัชญาพื้นบ้านอีสาน ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในวันที่ 11 ธ.ค.2550 แต่กว่านายสุลักษณ์จะถูกดำเนินคดีก็ล่วงมาอีก 1 ปี ในวันที่ 6 พ.ย.2551 รอง.ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น นำกำลังจับกุมนายสุลักษณ์ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นสถาบัน ที่บ้านพักในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหมายจับที่ออกในเดือน ก.ย.ปีเดียวกัน
นายสุลักษณ์ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวประชาไท ตั้งข้อสังเกตถึงการถูกดำเนินคดีว่า อาจมีเหตุจากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่อกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินกับมวลชนถึงประเด็น "ไม่มีใครเอาเขากลับเมืองไทยได้..." จึงอาจนำมาสู่การล็อบบี้ของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ จ.ขอนแก่น