รู้จัก บุ๋ม ที่ อิวานกา ทรัมป์ อยากพบ

คำบรรยายวิดีโอ, วีรวรรณ มอสบี้ นักต่อสู้การค้ามนุษย์คนไทยที่ได้รับรางวัลนักต่อสู้ด้านการค้ามนุษย์จากสหรัฐฯ
    • Author, นันท์ชนก วงษ์สมุทร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

บุ๋ม วีรวรรณ มอสบี้ นักต่อสู้กับการค้ามนุษย์ที่ได้รับรางวัล นักต่อสู้ด้านการค้ามนุษย์ (Trafficking in Persons Report Heroes) จากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ไม่ได้มีภูมิหลังด้านสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด หากแต่เธอซึมซับเรื่องสิทธิมุนษยชนมาจากวรรณกรรมของสหรัฐฯ ที่ได้อ่านมาเมื่อเรียนปริญญาโท

เคสแรก:เด็กสาวที่หลงทาง

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นตอนกลางคืนในบ้านเช่าหลังหนึ่งใน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเด็กสาววัยรุ่น 5 คนซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านนั้นจะต้องเริ่มทำงานแล้ว หนึ่งในนั้นก็คือ เจน (นามสมมุติ) เด็กที่หนีออกบ้านและต่อมาถูกชักชวนให้เข้าสู่วงจรการค้าประเวณี

เมื่อตอนที่บีบีซีพบกับเธอ เจนเล่าว่าเธอหนีออกจากบ้านเมื่อ 6 ปีก่อน ตอนที่อายุเพียง 13 ปีเท่านั้น จากปัญหาที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลจากผู้ปกครอง เมื่อเร่ร่อนอยู่พักหนึ่งจึงได้ถูกชักชวนให้เข้ามาทำงานนี้ และเธอก็ยินยอมเพราะเห็นมีรายได้ดี

"ถ้ามีคนโทรมา แล้วแต่ใครจะออกไป [มีเพศสัมพันธ์] รอบหนึ่งไม่ต่ำกว่า 1,500 บาท" เจนกล่าวกับบีบีซีไทย

น้องเจน

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBCTHAI

คำบรรยายภาพ, "เจน" คือเหยื่อของการค้ามนุษย์คนแรกที่วีรวรรณได้ทำงานด้วย

เจนทำงานดังกล่าวได้ประมาณครึ่งปี จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชียงใหม่ที่กำลังสืบสวนกรณีค้ามนุษย์ในจังหวัดเรียกไปสอบสวนหาข้อมูล และตำรวจก็ได้แนะนำเธอให้รู้จักกับวีรวรรณซึ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการทำงานต่อต้านการค้ามนุษย์

วีรวรรณบอกว่าเมื่อได้พบกับเจน "ดูน้องเขาขาดผู้ใหญ่ที่รักและดูแล" และ"เขาอาจจะแสบ แต่เราเห็นว่าลึกๆ เขาก็มองหาความรักและการปกป้องจากผู้ใหญ่" เธอเล่าให้บีบีซีไทยฟัง

เจนและวีรวรรณ

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBCTHAI

วีรวรรณเริ่มจากการหาบ้านรับอุปการะให้เจน เพื่อที่ว่าเจนจะได้หลุดออกมาจากวงจรค้ามนุษย์ บางครั้งก็ให้เจนมาอยู่ที่บ้านของตัวเอง หลังจากนั้นก็ได้พาเจน ผู้เสียหายการค้ามนุษย์คนแรกที่เธอได้ทำงานด้วย ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แต่ประสบการณ์ที่ได้กลับทำให้เธอตั้งคำถามถึงระบบการทำงาน

"ก็ต้องพาน้องเขาไปนั่งในห้องที่ตำรวจเต็มแล้วมีคนมาแจ้งความหลายๆ คดี แล้วน้องเขาก็จะถูกถามว่าใครเปิดกระโปรงหนู ใครละเมิดหนูยังไง ตอนนั้นมันก็ฝังใจว่าทำอะไรได้ดีกว่านี้ไหม" วีรวรรณกล่าว

ความฝังใจเปลี่ยนเป็นความตั้งใจอย่างแรงกล้า วีรวรรณได้ร่วมก่อตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็ก Advocacy center Thailand หรือเรียกสั้นๆ ว่า ACT (และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Child Advocacy Center หรือ CAC) ที่ จ.เชียงใหม่ในปี 2558 นับเป็นศูนย์ช่วยเหลือเด็กเพื่อแก้ปัญหาค้ามนุษย์แห่งแรกในประเทศไทยที่มีตำรวจมาประจำอยู่และมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดตลอดมา ซึ่งเป็นรูปแบบที่นำมาจากสหรัฐฯ ที่แต่ละรัฐจะต้องมีศูนย์ช่วยเหลือเด็กที่มีตำรวจประจำเช่นนี้อยู่ด้วย

และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาวีรวรรณได้ช่วยเหลือเยาวชนจากวงจรค้ามนุษย์อีกกว่าร้อยชีวิต

พื้นที่ปลอดภัย

ศูนย์ CAC

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBCTHAI

คำบรรยายภาพ, เด็กที่มาที่ศูนย์ฯ จะมีนักจิตวิทยาคอยให้คำปรึกษา

ศูนย์แห่งนี้จะไม่เป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไปมากนัก เนื่องจากไม่เปิดเผยสถานที่ตั้งและเบอร์โทรศัพท์ แต่สำหรับผู้ที่ได้ก้าวเข้ามาในเขตพื้นที่ของศูนย์แล้ว ป้ายแรกที่จะเห็นคือ "บุคคลภายนอกห้ามเข้า" สื่อสารว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก

แม้เด็กที่เป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ หรือการล่วงละเมิดทางเพศ จะสมัครใจที่จะให้ข้อมูลกับทางศูนย์ แต่ว่าการจะเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ง่ายเลย

ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ซึ่งเป็นทั้งห้องให้คำปรึกษาและสัมภาษณ์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่ของศูนย์จะใช้วิธีต่างๆ อย่างเช่น ศิลปะหรือของเล่นมาช่วยให้เด็กสามารถการบรรยายความรู้สึกตัวเองออกมา ตุ๊กตาในกระบะทรายถูกใช้เป็นแบบจำลองในการเล่าเรื่อง และหากเป็นเด็กเล็กๆ วีรวรรณจะให้เด็กดูรูปแล้ววาดวงกลมในส่วนของอวัยวะที่ถูกจับต้อง

กระบะทรายที่ศูนย์ฯ

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBCTHAI

คำบรรยายภาพ, ตุ๊กตาในกระบะทรายถูกใช้เป็นแบบจำลองในการเล่าเรื่อง

บางครั้งจะมีพนักงานสอบสวนเฉพาะของศูนย์นั่งอยู่บนพื้น ในขณะที่เด็กนั่งบนโซฟา เพื่อจะทำให้เด็กๆ คลายความกลัวลง

"ตำรวจที่นั่งอยู่ตรงนี้ต้องก้าวข้ามวัฒนธรรมได้ เด็กนั่งสูงกว่าผู้ใหญ่" วีรวรรณกล่าว

เด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศและค้ามนุษย์ที่ได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์ CAC จะถูกส่งต่อมาจากมูลนิธิเครือข่าย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเร่ร่อนที่เป็นผู้ชาย เนื่องจากผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นผู้ชายที่ชอบผู้ชายและเด็กเล็กๆ อายุ 5-6 ขวบ โดยจะใช้วิธีจับเด็กถ่ายรูป และแชร์ต่อกันไปผ่านสื่อออนไลน์ สำหรับกรณีการค้ามนุษย์ มักจะเป็นในลักษณะที่เหยื่อถูกนายหน้าชวนไปขายบริการ

"ผู้เสียหายส่วนใหญ่เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นผู้เสียหาย เพราะฉะนั้นการทำงานกับเขาต้องสร้างความไว้ใจ อย่างเด็กหลายคนเขาก็รู้สึกกตัญญูกับคนที่พาเขาไปค้ามนุษย์ เราต้องให้ความอดทนและไว้ใจกับเขามาก ทำงานนาน โดยเฉพาะ ทำยังไงที่เราจะเชื่อมเขาให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตรงนี้เป็นข้อท้าทาย" วีรวรรณกล่าว

ภายในศูนย์ฯ

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBCTHAI

วีรวรรณกล่าวว่าการทำงานกับเด็กๆ กลุ่มนี้ต้องเริ่มด้วยการสร้างความผูกพันรวมทั้งสอนให้รู้จักการให้อภัย มีการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ใช้ทฤษฏีทางด้านจิตวิทยาอย่างทฤษฎีความผูกพัน รวมทั้งใช้แนวทางบำบัดแบบเดียวกับผู้ที่ติดยาคือค่อยๆ ให้คิดเปลี่ยนแปลงตัวเองไปทีละขั้น

ส่วนในคดีที่เด็กถูกละเมิดทางเพศ จะมีอายุตั้งแต่สามขวบครึ่งจนถึง 18 ปี โดยเป็นการแจ้งจากมูลนิธิต่างๆ หรือจากคนในครอบครัว เนื่องจากผู้เสียหายไม่กล้าที่จะไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง ซึ่งศูนย์ CAC จะช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในงานสืบสวนสอบสวนเพื่อที่จะไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการทำงานช่วยเหลือเด็ก และจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลตั้งแต่ในชั้นสืบสวนจนกระทั่งวันที่จบในชั้นศาล หลังจากนั้นจะให้พบนักจิตวิทยาของศูนย์อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ตำรวจกับเอ็นจีโอ

ย้อนกลับไปสมัยที่วีรวรรณเรียนปริญญาตรีสาขาวรรณคดีอังกฤษที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การอ่านท่องในโลกวรรณกรรมทำให้เธอคุ้นเคยกับแนวคิดเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่สะท้อนออกมาจากงานเขียนต่างๆ โดยแรงกระตุ้นส่วนหนึ่งมาจากเรื่อง The Bluest Eye ซึ่งเขียนเกี่ยวคนผิวดำที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งเธอได้อ่านช่วงที่เรียนปริญญาโท คณะการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยพายัพ

"ช่วงหลังเห็นค้ามนุษย์เริ่มบูม เลยสนใจประเด็นนี้ ซึ่งตอนนั้นคนที่มาทำมีแต่ฝรั่ง เลยลองมาเป็นคนไทย [ที่ทำเรื่องนี้บ้าง]" วีรวรรณกล่าว

วีรวรรณ

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBCTHAI

เธอเริ่มช่วยงานอยู่ที่ศูนย์พิทักษ์เด็ก เยาวชน สตรี และการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ตำรวจภูธรภาค 5 เมื่อปี 2555 และในปีเดียวกันนั้น เธอได้ก่อตั้งโครงการ HUG ซึ่งมาจากคำว่า "ฮัก" ในภาษาเหนือ โดยโครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้ศูนย์ CAC

ต่อมาเมื่อปี 2557 วีรวรรณไปดูงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกากับองค์กร Vital Voices ซึ่งเป็นเอ็นจีโอที่ทำงานเกี่ยวกับสตรี ที่นั่น เธอได้เยี่ยมชมศูนย์พิทักษ์เด็กที่เมืองดัลลัส ซึ่งเริ่มจากบ้านสองชั้นเล็กๆ และปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ประจำ 24 ชม.

แนวคิดเรื่องการที่ตำรวจมาทำงานในศูนย์ของเอ็นจีโอนี่เองที่ทำให้วีรวรรณมองว่าน่าจะตอบโจทย์กับสังคมไทยได้ดี เนื่องจากเป็นศูนย์ที่เด็กเข้ามาแล้วรู้สึกปลอดภัยเพราะไม่ใช่สถานีตำรวจ อีกทั้งเมืองไทยมีการโยกย้ายตำแหน่งบ่อย ดังนั้น แม้ว่าตำรวจในคดีอาจจะถูกย้ายไป แต่ทางศูนย์ก็สามารถให้ความช่วยเหลือเด็กได้อย่างต่อเนื่อง

ความคิดดังกล่าวนำไปสู่การพูดคุยกับ พ.ต.ท.อภิชาติ หัตถสิน ซึ่งขณะนั้นประจำอยู่ที่ศูนย์พิทักษ์เด็กฯ ทำให้ปัจจุบันศูนย์ CAC มีตำรวจที่ประจำอยู่สองคนจากศูนย์พิทักษ์เด็กฯ ซึ่งจะเข้ามาทำงานอาสาสมัครทุกวันจันทร์ถึงศุกร์

ตำรวจ

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBCTHAI

ภายหลังที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งคณะทำงานเพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ตที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดของเด็กและเยาวชน (Thai Internet Crimes Against Children หรือ TICAC) วีรวรรณเป็นหนึ่งในทีมที่จับคดีครอบครองสื่อลามกคดีแรกของประเทศที่ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 9 ธ.ค. 2558 หนึ่งวันหลังจากที่มีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการครอบครองสื่อลามก

วีรวรรณเล่าว่า ตอนนี้การล่วงละเมิดทางเพศเด็กในรูปแบบออนไลน์ (online sextortion) ซึ่งหลายๆ กรณีนำไปสู่การค้ามนุษย์ด้วย จะรุนแรงมากขึ้นหากไม่มีแนวทางในการจัดการ

"เด็กเดี๋ยวนี้ 8-9 ขวบมีสมาร์ทโฟนและเด็กเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ และพ่อแม่ไม่กลั่นกรองอะไรเลย" เธอกล่าว

การยอมรับ

วีรวรรณ

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBCTHAI

รูปภาพของคนประมาณ 30 คนถูกติดอยู่บนสิ่งที่วีรวรรณเรียกว่า "กำแพงแห่งความน่าละอาย" หรือ "wall of shame" ในห้องทำงานของศูนย์ CAC ซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ที่เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ภายใต้การทำงานร่วมกับมูลนิธิ ZOE International, TICAC และโครงการ HUG

ในปีนี้เองมีการตั้งศูนย์ CAC อีกสองที่ ที่เมืองพัทยาและที่ จ.ภูเก็ต ส่วนที่กรุงเทพฯ มีแผนที่จะเปิดศูนย์ใหญ่ภายในสิ้นปีนี้ เนื่องจากจำนวนคดีที่มีมาก

ปัจจุบันวีรวรรณเป็นเจ้าของบริษัทไอทีที่ จ.เชียงใหม่ แต่เธอก็ทุ่มเวลาให้กับงานที่ศูนย์อย่างเต็มที่โดยไม่รับเงินเดือน โดยเธอก็ยังคงหาเวลาว่างไปฝึกฝนเกี่ยวกับการให้คำปรึกษา อบรมกับสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ รวมถึงศึกษางานวิจัยและงานสืบสวนสอบสวน

แม้ว่าทางทีมงานจะบอกเธอล่วงหน้า 2 อาทิตย์ก่อนรับรางวัลนักต่อสู้ด้านการค้ามนุษย์ แต่วีรวรรณก็ยังรู้สึกกังวลใจ เนื่องจากก่อนหน้านั้นเธอทำงานอยู่เบื้องหลังและไม่ค่อยออกสื่อ ทำให้เธอกลายเป็นคนที่ "ไม่มีตัวตน"

"สองคือ กลัวโดนหมั่นไส้" เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

อิวานกา ทรัมป์ และวีรวรรณ

ที่มาของภาพ, Getty Images

ในถ้อยแถลงที่เธอกล่าวตอนที่ขึ้นรับรางวัล เธอเอ่ยถึงเจน ผู้เสียหายการค้ามนุษย์คนแรกที่เธอได้ทำงานด้วย ซึ่งปัจจุบันอายุ 19 ปีและกลับเข้าไปเรียนชั้น ปวช. 3

เจนกล่าวกับบีบีซีไทยว่า เธอมีความฝันอยากจะเป็นนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อช่วยเด็กคนอื่นที่เคยประสบปัญหาเหมือนตน

ส่วนวีรวรรณเองตั้งความหวังไว้ว่า อยากจะเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้เสียหาย

"สังคมไทยยังไม่ยอมรับผู้เสียหายทางด้านเพศ กลายเป็นว่าผู้เสียหายเป็นคนผิด ทั้งๆ ที่มีทั้งคนซื้อบริการ ผู้พาเขาไปขาย แต่ส่วนใหญ่คำศัพท์ที่เราได้ยินก็ เด็กใจแตก เด็กขายบริการ โสเภณี ซึ่งจริงๆ แล้วเบื้องหลังเด็กกลุ่มนี้ ถ้าเราทำงานเจาะลึก เขาน่าสงสารนะคะ" เธอกล่าว "หลายคนถูกละเมิดตั้งแต่เด็ก คนไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเด็กที่ถูกละเมิดตั้งแต่เด็ก ความต้องการทางเพศจะสูงกว่าคนปกติธรรมดา ไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่เพราะมันเกิดความผิดปกติที่เขาถูกละเมิดมา เพราะฉะนั้นเราต้องมาเป็นกระบอกเสียงให้เขา"