อังกฤษเชิญ ประวิตรเยือน 3 ครั้ง ใน 14 เดือน รบ.ทหารไทย มีอะไรดี

ที่มาของภาพ, Huw Evans picture agency
ประวิตรเยือนอังกฤษครั้งที่ 3 ในรอบ 14 เดือน ตามคำเชิญรัฐบาลอังกฤษ ร่วมชมงานแสดงอาวุธ กระชับความร่วมมือ ทำไมประเทศแม่แบบประชาธิปไตยของโลกจึงต้องรักษาสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารของไทย
เที่ยวบิน ทีจี 910 ที่พาคณะของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดการถึงสนามบินฮีทโธรว์ เวลา 07:15 น. ของวันอังคารที่ 12 ก.ย. ตามเวลากรุงลอนดอน ทันทีที่คณะมาถึง จะเข้าพักยังโรงแรมดอร์เชสเตอร์ โรงแรมหรูใกล้สถานทูตไทย เว็บไซต์ของโรงแรมสุดหรูแห่งนี้ ระบุว่า ราคาห้องพักสำหรับแขก 2 คน อยู่ที่อย่างน้อยคืนละ 840 ปอนด์ หรือ 36,000 บาท
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมซึ่งร่วมคณะไปด้วย กล่าวก่อนออกเดินทางจากกรุงเทพฯว่า การเยือนครั้งนี้ของพล.อ.ประวิตร พร้อมด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหมและผู้แทนเหล่าทัพ เป็นคำเชิญจากรัฐบาลอังกฤษ ให้ไปเยือน สหราชอาณาจักร ระหว่าง 12 - 15 ก.ย. เพื่อกระชับความสัมพันธ์ รวมทั้งขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารระหว่างกัน และร่วมงานแสดงอาวุธที่สำคัญของโลก คือ Defence and Security Equipment International : DSEI 2017

ที่มาของภาพ, ROBERTO SCHMIDT/AFP/Getty Images
งานแน่นวันพุธ
วาระงานของ พล.อ.ประวิตร จะแน่นในช่วง วันที่ 13 ก.ย. เริ่มจากจะเข้าชมงาน DSEI 2017 ในช่วงเช้า แล้ว รับเลี้ยงอาหารกลางวันจาก นายมาร์ค ฟีลด์ รัฐมนตรีช่วยว่าการต่างประเทศด้านเอเชียและแปซิฟิก ที่อาคารสภาผู้แทนราษฎร และ หารือช่วงบ่ายกับ เซอร์ ไมเคิล ฟอลลอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในบริเวณอาคารรัฐสภา เช่นกัน
การเดินทางเยือนสหราชอาณาจักรของ พล.อ.ประวิตร นับเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 14 เดือน โดยเมื่อวันที่ 10 - 13 ก.ค. 2559 พล.อ.ประวิตร ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมการจัดแสดงเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศและ อวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ 10 ที่จัดขึ้น ณ กรุงลอนดอน และเข้าพบหารือกับ นายฟิลิป ดันน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกลาโหม สหราชอาณาจักร
อีก 2 เดือนต่อมา กระทรวงกลาโหมอังกฤษ ได้เชิญ พล.อ.ประวิตร เข้าร่วมประชุมด้านการรักษาสันติภาพภายใต้กรอบสหประชาชาติ (United Nations Peacekeeping Ministerial Meeting 2016) ระหว่าง 7- 9 ก.ย. 59 ณ กรุงลอนดอน
"ภาพรวม ความสัมพันธ์ของสองประเทศดีมาก แต่มีข้อจำกัดเรื่องกฎหมายของอังกฤษที่ไม่สามารถเชิญนายกรัฐมนตรีไปเยือนได้" พล.ต.คงชีพ กล่าวกับ บีบีซีไทย

ที่มาของภาพ, Getty Images
เชิญมาดูโชว์อาวุธ
ข้อมูลจากรัฐบาลอังกฤษระบุว่า การรัฐประหาร ปี 2557 ทำให้ความสัมพันธ์ของไทยกับสหราชอาณาจักรจำกัดวงอยู่ที่ความร่วมมือด้านการค้า การศึกษา การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และประเด็นสำคัญของโลก ภายใต้นโยบายของสหภาพยุโรปที่สหราชอาณาจักรยังเป็นสมาชิกอยู่ กำหนดให้ การติดต่อกับเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีของอังกฤษกับรัฐบาลไทยทำได้ในกรอบความร่วมมือนานาชาติ เช่น DSEI
ทว่างาน DSEI ซึ่งเป็นงานแสดงอาวุธที่ใหญ่ที่สุดของโลกที่จะเริ่มขึ้นในวันอังคาร และจัดขึ้นทุก 2 ปี กำลังถูกประท้วงอย่างหนักกลุ่มนักเคลื่อนไหวต้านสงคราม
หนังสือพิมพ์ อีฟนิง แสตนดาร์ด รายงานเมื่อวันจันทร์ว่า ตำรวจอังกฤษได้จับกุมผู้ประท้วงไปแล้ว 102 คน ภายหลังพยายามขัดขวางไม่ให้ผู้ร่วมแสดงงานเข้าไปจัดสถานที่ในย่านด็อกแลนด์ ของลอนดอน
เดอะการ์เดี้ยน คาดว่า จะมีผู้เข้าชมงานนี้ถึง 34,000 คน ซึ่งรวมถึงตัวแทนบรรดารัฐบาลที่มีชื่อเสียด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น บาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย และ ตัวแทนจากบริษัทค้าอาวุธ 10 รายใหญ่ที่สุดของโลก

ที่มาของภาพ, AFP
ทั้งโอบทั้งอ้อน
ข้อมูลจากรัฐบาลอังกฤษระบุว่าระหว่างการพบปะกับ พล.อ. ประวิตร ฝ่ายอังกฤษจะหยิบยกประเด็นสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทยมาหารือด้วย รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลทหารของไทยสร้างสถานการณ์ที่เหมาะสมเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง และการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความเห็น
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร ผู้ไม่ประสงค์ออกนามกล่าวกับ บีบีซีไทย ว่า การเยือนอังกฤษครั้งนี้ จะเห็นผลความคืบหน้าของความร่วมมือในหลายเรื่อง รวมทั้งการขายอาวุธให้ไทย
"อังกฤษ หวังโอกาสในการขายอาวุธใหม่ๆให้เรา แต่ไม่ต้องกลัวว่า งบประมาณทางการทหารของเราจะสูงลิ่วเพราะ ค่าใช้จ่ายด้านงบป้องกันประเทศของเราอยู่ที่สัดส่วนหนึ่งเปอร์เซนต์เศษๆของจีดีพีมาโดยตลอด น้อยกว่าสิงคโปร์ เวียดนาม มาเลซีย ด้วยซ้ำ" แหล่งข่าวรายนี้กล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images
วาระอื่นๆ ของการเยือน และหารือของรัฐมนตรีของ 2 ประเทศ ได้แก่
- การลงนามความร่วมมือ 2 ฉบับ 1. การร่วมวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมอาวุธ 2. การร่วมส่งกำลังบำรุงของสองชาติในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งรัฐบาลไทยหวังว่าจะสามารถชวนอุตสาหกรรมอากาศยานของอังกฤษ และยุโรปมาลงทุนในไทยได้
- การหารือเพื่อเตรียมความพร้อมการซ้อมรบครั้งแรก ระหว่างไทย และ อังกฤษ ภายใต้ชื่อ Panther Gold ที่ จ.กาญจนบุรี ระหว่าง 30 ต.ค. ถึง 1 ธ.ค. ศกนี้ โดยแต่ละประเทศจะส่งทหารฝ่ายละ 1 กองร้อย เข้าร่วมซ้อมรบ
- การให้สิทธิแก่กองทัพไทยส่งนายทหารเข้าศึกษาในโรงเรียนทหารบกแซนด์เฮิร์ส (Royal Military Academy Sandhurst) และ โรงเรียนทหารเรือ Britannia Royal Naval College (BRNC) หรือที่รู้จักว่า Dartmouth อีกครั้ง หลังระงับไปช่วงหลังรัฐประหาร
- การส่งทหารช่าง 1 กองร้อย ไทยไปร่วมกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในประเทศซูดานใต้ ในเดือน ม.ค.
- หารือเรื่องความร่วมมือข่าวกรอง ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี และทะเลจีนใต้ แลกเปลี่ยน ความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย
- หารือเรื่องการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่ไปเที่ยวเมืองไทยถึงปีละ 1 ล้านคน
เหมาะหรือไม่
นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ผู้ประสานงานโครงการนิติธรรมนำไทย วิทยาลัยโซแอส มหาวิทยาลัยลอนดอน กล่าวกับ บีบีซีไทยว่า โดยหลักการ ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ควรทำการค้าด้านกลาโหมกับประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะสุดท้าย อาวุธเหล่านั้นอาจถูกนำมากดขี่หรือทำร้ายพลเรือน
"ไทยโดยปัจจัยพื้นฐานถือเป็นประเทศยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาค หากอังกฤษต้องการหาหุ้นส่วน ไทยย่อมเป็นเป็นประเทศที่เขาหวังจะพึ่งพิง... การเชิญมาเยือน อาจเป็นส่วนหนึ่งของ Grand Strategy ของรัฐบาลอังกฤษในการเพิ่มความใกล้ชิดกับมิตรยุทธศาสตร์ให้ได้มากที่สุด ก่อนออกจากอียู"

ที่มาของภาพ, AFP
"เราไม่ได้มีเงินทองมากมายขนาดนั้น"
ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การไปสหราชอาณาจักรของพล.อ.ประวิตร เป็นไปตามคำเชิญของ รมว. กลาโหมของอังกฤษ เพื่อไปดูการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ ถือเป็นเรื่องสำคัญของหน่วยงานความมั่นคง พล.อ.ประวิตรต้องไปดู ไปพบปะพูดคุยและเยี่ยมเยือนกับรัฐมนตรีหลายประเทศ ไม่ได้แปลว่าจะไปซื้ออะไรเพิ่ม ยืนยันว่าเราไม่มีแผนที่จะซื้ออะไร เพราะการที่จะซื้อของจะต้องกำหนดถึงความต้องการก่อนว่า มีความต้องการอย่างไร แค่ไหน และปีอะไร เสร็จแล้วถึงจะมาตั้งคณะกรรมการจัดซื้อ จัดหาอีกครั้ง แล้วก็ตองไปพิจารณาว่ามีบริษัทไหนสนใจ หรือจะมีในลักษณะของรัฐบาลต่อรัฐบาล และการตัดสินใจเราจะไม่คำนึงถึงยุทโธปกรณ์ หรือราคาถูกอย่งเดียว แต่ต้องดูไปถึงบริการหลังการขายด้วย
"ขอร้องว่าอย่าไปพาดหัวข่าวว่า รัฐบาลไปไหนทีก็เป็นการไปซื้ออาวุธใหม่ เราไม่ได้มีเงินทองมากมายขนาดนั้น ทั้งหมดจะต้องดูแผนพัฒนากองทัพว่าอะไรต้องจัดซื้อใหม่ อะไรต้องจัดซื้อทดแทน ที่ผ่านมาทุกวันนี้มีการซ่อมจำนวนมาก ยิ่งซ่อมยิ่งพังเพราะมันเก่ามาก การซ่อมก็ต้องดูถึงความคุ้มค่าด้วย ซึ่งเรามีคณะกรรมการในแต่ละเหล่าทัพพิจารณาอยู่แล้ว บางครั้งเราก็ต้องซื้อมาทดแทนบางส่วนบ้าง เพราะบางครั้งก็หมดอายุการใช้งานพร้อมกันก็มี ก็จำเป็นต้องทยอยจัดซื้อ การจัดซื้ออาวุธเราขั้นตอนแบบนี้ อย่าไปมองแง่เดียวว่าเราได้ผลประโยชน์ ได้ใต้โต๊ะกันตรงไหน จุดนี้ก็ต้องไปสอบกันอีกเรื่องหนึ่ง การทำงานแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย"นายกฯ กล่าว










