You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
วันผู้สูญหายสากล : ความหวังของคนอยู่ข้างหลัง
30 สิงหาคม วันผู้สูญหายสากล คือวันรำลึกถึงบุคคลที่สูญหายจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ภาวะสงคราม การปราบปรามจากรัฐ หรือการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นอยู่ในหลายประเทศ
ในส่วนของไทยการหายตัวไปของทนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนคนสำคัญของประเทศ ตั้งแต่ปี 2547 กรณีของนายพอจะลี (บิลลี่) รักจงเจริญ ผู้นำกลุ่มชาวกะเหรี่ยงในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปเมื่อปี 2557 โดยศาลฎีกาได้ยกฟ้องผู้ต้องสงสัยทั้งหมด ในทั้ง 2 คดีเป็นกรณีที่ยังไม่ห่างหายจากความสนใจ
วันผู้สูญหายสากลปีนี้ เรื่องของนายเด่น คำแหล้ ประธานโฉนดชุมชนโคกยาว อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 2559 อาจอยู่ในห้วงคำนึงของหลายคน เช่นเดียวกับเรื่องของนางสุภาพ คำแหล้ ภรรยาของนายเด่น ที่พยายามสืบเสาะตามหาสามี แต่ขณะนี้นางสุภาพเอง ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำภูเขียว จากความผิดฐานบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ
"แม่ก็อยู่ไปอย่างนั้นแหละ ถ้าจะบอกว่าสบายมันก็ไม่สบายหรอกลูก ภายนอกกะพออดได้อยู่ แต่ในใจมันกะอยากออกมันกะบ่มีอิสระปานได๋ กะบ่มีความสุขดอก" หญิงร่างเล็กวัย 67 ปี เล่าความเป็นไปในเรือนจำ
เป็นเวลาหนึ่งเดือนมาแล้วที่ศาลฎีกาได้สั่งจำคุกแม่สุภาพ 6 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ฐานบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ขณะที่นายเด่น ประธานโฉนดชุมชนโคกยาว อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ สามีของแม่สุภาพ ซึ่งตกเป็นจำเลยที่ 1 ก็ถูกออกหมายจับและยังถูกดำเนินคดีอาญา ทั้งที่นายเด่นได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 2559 หลังจากเข้าไปเก็บหาของป่าบริเวณเขตรอยต่อป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว
จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีเบาะแสที่ชัดเจนว่านายเด่นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แม้จะมีการพบชิ้นส่วนวัตถุพยานข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งกะโหลกศีรษะ แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันชัดเจนว่าเป็นของนายเด่นหรือไม่ แม่สุภาพคือผู้ที่พยายามทวงถามขอความช่วยเหลือเพื่อตามหาสามีนับตั้งแต่หายตัวไป
"อยู่ข้างในแม่ก็พยายามไม่ให้มีปัญหากับใคร เพราะมันจะทำให้เราได้รับผลกระทบยาวกว่าเดิม นายเพิ่น (เจ้าหน้าที่เรือนจำ) กะบอกแม่ว่าถ้ากลับออกไปกะอย่าไปเฮ็ดอีกเด้อ อย่าไปขัดขืนต่อสู้รัฐ แม่กะบ่ว่าจั๋งได๋ ในใจแม่คิดว่าจั๋งได๋กะสู้ต่อ เพราะเฮาถูกจับมาจากความบ่เป็นทำ (ความไม่เป็นธรรม) เรื่องที่ดินทำกินไทบ้านเฮาเฮ็ดกินมาก่อน"
แม่สุภาพเล่าว่าตอนนี้ไม่ค่อยสบาย ได้พบหมอสัปดาห์ละครั้ง แต่อาการไอที่เป็นอยู่ยังไม่หาย ได้ยาหมอมาแล้วสามครั้ง จนเธอเกรงใจที่จะขออีก
"อย่าคุยเสียงดัง มันรบกวนคนอื่น ญาติผู้ชายน่ะ อย่าพูดเสียงดัง" เสียงผู้คุมหญิงตะโกนบอก ขณะแม่สุภาพเล่าถึงเรื่องอาหารการกินด้วยสีหน้าเซ็ง ๆ ว่า "เบื่อหลาย" กับแกงมะละกอ ฟักกับปลาสวาย และต้องยอมซื้ออาหารกิน กับยังต้องจ้างซักผ้าที่มีค่ายใช้จ่ายเดือนละ 200 บาทเพราะไม่มีเรี่ยวแรงจะทำเอง
แต่สีหน้าของหญิงชรากลับดูมีความหวังเมื่อพูดถึงเวลา 5 เดือนที่ยังต้องรับโทษอยู่
"ตอนนี้เห็นเขาว่าคนที่เข้ามา 1 เดือนแล้วจะได้ใบแดง แม่ก็ไม่รู้หรอกว่าใบแดงมันหมายถึงอะไร ก่อนหน้านี้หมอก็เคยบอกว่ายายน่าจะได้ลดโทษนะ ในวันสำคัญ ๆ แต่แม่ก็ไม่รู้ว่ามันจริงมั๊ย แล้วเราจะได้ลดจริงรึเปล่า มันก็คือความหวังหล่ะเนาะ"
ผู้หญิงที่ต้องกลายมาเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินทำกินในวัยสูงอายุแล้ว ยังคิดไกลไปถึงวันได้รับอิสรภาพ "แม่กะสิไปอยู่เฮือนเฮาอยู่โคกยาว คือเก่านั่นหล่ะ แม่บ่ฮู้สิไปอยู่ไส"
ส่วนความหวังที่จะได้พบหน้าพ่อเด่นอีกครั้งนั้น แม่สุภาพเพียงต้องการความชัดเจนว่ากะโหลกศีรษะมนุษย์และข้าวของเครื่องใช้ที่พบเป็นของพ่อเด่น เพราะบัดนี้เธอทำใจ รับได้ทุกสภาพ ไม่ว่าพ่อเด่นบุคคลผู้สูญหายนี้จะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่