ยกฟ้อง สมชาย-พัชรวาท-ชวลิต คดีสลายชุมนุมพันธมิตรฯ ปี 51

ที่มาของภาพ, EPA
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษายกฟ้อง 4 จำเลย คดีสลายชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) 7 ต.ค.2551 ชี้ไม่ได้ทำผิดตามคำฟ้อง การชุมนุมปิดล้อมสภา ปลุกระดมมวลชน ไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบ และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ได้ทำตามขั้นตอนของแผนรักษาความสงบ ไม่ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
คำพิพากษาศาลฎีกาฯ ระบุอีกว่า การปิดล้อมรัฐสภาของผู้ชุมนุมที่มีการปลุกระดมเพื่อบุกเข้ามายังสภา ทำให้คณะรัฐมนตรี และสมาชิกรัฐสภา ไม่สามารถออกมาได้ ไม่ใช่เป็นการชุมนุมโดยสงบ เจ้าหน้าที่จึงต้องปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ติดอยู่ในสภา โดยได้ทำตามขั้นตอนของแผนรักษาความสงบ หรือ กรกฎ/48
ส่วนประเด็นการใช้แก๊สน้ำตา อันเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จำเลยไม่อาจคาดเห็นได้ว่าแก๊สน้ำตาจะทำอันตรายต่อผู้ชุมนุม ไม่มีเจตนาให้ผู้ชุมนุมได้รับอันตรายแก่ร่างกายและเสียชีวิต จึงไม่มีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามคำฟ้อง

ที่มาของภาพ, EPA
คดีนี้ศาลฎีกาฯ รับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อม.2/2558 เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2558 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผิดกฎหมายอาญา ม.157 กรณีสลายการชุมนุมของ พธม. เพื่อเปิดทางให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้าประชุมสภาได้ในเช้าวันที่ 7 ต.ค. 2551เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บอีก 471 คน
สื่อหลายสำนักรายงานว่า ในช่วงเช้าวันนี้ (2 ส.ค.) บริเวณเวณหน้ามีกลุ่มอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำพรรค เดินทางมาให้กำลังใจนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รวมทั้งแกนนำ นปช. นอกจากนี้ยังกลุ่มผู้ชุมนุม พธม.ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วย

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
ที่มาที่ไป
นายสมชาย รับตำแหน่งนายกฯ คนที่ 26 ในเดือนกันยายน 2551 ท่ามกลางวิกฤตทางการเมือง การชุมนุมยืดเยื้อของกลุ่มพันธมิตรฯ ขับไล่ "การสืบทอดอำนาจ" ของนายทักษิณ ผ่านพรรคพลังประชาชน ในขณะนั้น
การชุมนุมยกระดับสู่การปิดล้อมรัฐสภา สกัดกั้นไม่ให้นายสมชาย นำคณะรัฐมนตรี เข้าแถลงนโยบายต่อสภาฯ เพื่อทำให้ "พิธีกรรม" การเป็นรัฐบาลไม่สมบูรณ์ จนนำไปสู่การเข้าสลายชุมนุมของตำรวจในวันที่ 7 ต.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน
ผู้ตายคือใคร
รายแรก คือ "สารวัตรจ๊าบ" หรือ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี นายตำรวจนอกราชการ อดีต สวป.เมือง บุรีรัมย์ ผู้เข้าร่วมชุมนุม หัวหน้าการ์ด พธม. เสียชีวิตในรถจี๊ปเชโรกีที่ถูกระเบิดบริเวณแยกขัตติยาณี หน้าที่ทำการพรรคชาติไทย
ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า ในงานพระราชเพลิงศพของสารวัตรจ๊าบ มี นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯเป็นประธาน และ บุคคลสำคัญจากพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และ ผู้นำฝ่ายค้านในขณะนั้น มาร่วมงาน

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
รายที่ 2 คือ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือ "น้องโบว์" เสียชีวิตระหว่างการเข้าสลายการชุมนุมที่บริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สรุปเหตุเสียชีวิตว่าเกิดจากระเบิดซีโฟร์
ผู้จัดการออนไลน์ รายงานด้วยว่า "ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ "น้องโบว์" 13 ตุลาคม 2551 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงทอดผ้าไตร ก่อนเสด็จฯ กลับ ทรงมีพระราชปฏิสันถาร กับ 'สนธิ ลิ้มทองกุล' ด้วยสีพระพักตร์ยิ้มแย้ม"
ย้อนเวลาหาคดี
คดีนี้ใช้เวลาเกือบ 9 ปี เริ่มตั้งแต่ ป.ป.ช.มีคำสั่งชี้มูลความผิดจำเลยทั้ง 4 เมื่อปี 2552 และได้ส่งสำนวนคดีให้อัยการสูงสุด ทว่าอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องในเดือนตุลาคม 2555 เพราะสำนวนฟ้องไม่สมบูรณ์
ม.ค. 2558 คดีสลายชุมนุม พธม. กลับมาอยู่ในกระแสความสนใจอีกครั้ง เมื่อ ป.ป.ช.ได้ทำคำฟ้องรวบรวมสำนวนพยานหลักฐานทั้งหมดยื่นฟ้อง 4 จำเลย ต่อศาลฎีกาฯ คำบรรยายฟ้องระบุว่า ทั้ง 4 คน เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบดูแลการชุมนุมของประชาชนที่เป็นการใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตย แต่กลับใช้อำนาจสั่งสลายการชุมนุมโดยไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสม และไม่ได้ดำเนินการตามหลักสากล เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
ในสำนวนคำฟ้องของ ป.ป.ช. ระบุว่า เมื่อวันที่ 6-7 ต.ค.2551 จำเลยทั้ง 4 ดำรงตำแหน่ง ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เพื่อเปิดทางให้ ส.ส.ได้เข้าประชุมสภาในวันที่ 7 ต.ค.
คำฟ้องบรรยายว่า นายสมชาย จำเลยที่ 1 เรียกประชุม ครม.นัดพิเศษ และเรียก พล.ต.อ.พัชรวาท และ พล.ต.ท.สุชาติ พร้อมคณะเข้ารับฟังนโยบายรัฐบาลต่อสถานการณ์ชุมนุม ก่อนที่นายสมชายจะมีคำสั่งให้ พล.ต.อ.พัชรวาท "ดำเนินการให้สมาชิกรัฐสภาเข้าประชุมให้ได้"
ย้อนกลับไปวันที่ 7 ต.ค.2551 พล.อ.ชวลิต ผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ ควบคุมการปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกาศลาออก แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองหลังการสลายชุมนุม
ขณะที่ พล.ต.อ. พัชรวาท และพล.ต.ท.สุชาติ ถูกชี้มูลความผิดทางอาญา และความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
ก่อนจะถึงห้วงสุดท้ายของคดี ในเดือน พ.ค.2559 จำเลย 3 คน (แต่ไม่ปรากฏชื่อ พล.อ.ชวลิต) ทำหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ ป.ป.ช. ที่มีพล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ เป็นประธาน ถอนฟ้องคดีนี้ อ้างอิงกรณีอัยการไม่ฟ้องคดีจน ป.ป.ช.ต้องยื่นฟ้องเอง และเทียบเคียงกับคดีสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช.เมื่อปี 2553 ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ ป.ป.ช.ยกคำร้อง แต่ท้ายที่สุด ป.ป.ช.มีมติ ไม่ถอนฟ้องคดี พธม. ท่ามกลางแรงกดดันจากกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ
ในวันไต่สวนพยานนัดสุดท้าย 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายสมชาย ยื่นคำแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรและแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจาต่อศาล สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายสมชายได้ขอความเป็นธรรมต่อศาล พร้อมระบุว่า "ระหว่างปฏิบัติงานได้สั่งห้ามใช้แก๊สน้ำตา ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาควบคุมสถานการณ์อย่างละมุนละม่อม เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย"








