ลงทะเบียนซิมการ์ดแบบใหม่เริ่มแล้ว ต้องรู้อะไรบ้าง

ที่มาของภาพ, STEPHEN CHERNIN/GETTY IMAGES
กสทช.ระบุระบบใหม่ใช้เฉพาะผู้จดทะเบียนใหม่ไปก่อนคาดใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือนเพื่อทดสอบระบบ ขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานว่า การลงทะเบียนซิมการ์ดด้วยการสแกนลายนิ้วมือวันแรก พบว่าหลายพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบบยังไม่พร้อม
สถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวีรายงานว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการลงทะเบียนครั้งนี้มากนัก ในขณะที่ที่ศูนย์ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ดีแทคเซ็นเตอร์ใน อ.เมือง จ.นราธิวาส ยังติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือยังไม่แล้วเสร็จ
ขณะที่สถานทีโทรทัศน์นาว 26 และเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ รายงานตรงกันว่า การลงทะเบียนที่ร้านเทเลวิช ในจ.ยะลา ก็พบปัญหาเกี่ยวกับเครื่องสแกนลายนิ้วมือไม่สามารถอ่านข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่มาลงทะเบียน จึงต้องใช้การลงทะเบียนแบบเดิมด้วยการใช้เอกสารหลักฐานเป็นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนไปก่อน
ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นของ กสทช.ที่นำลงไปติดตั้งตามจุดต่างๆ ที่กำหนด โดยก่อนหน้านี้ กสทช.ระบุว่า ในระยะนำร่องจะมีจุดบริการทั้งหมด 30 จุด แบ่งเป็นที่กรุงเทพมหานคร 5 จุด คือ ศูนย์ให้บริการของผู้ให้บริการเอกชนรายใหญ่ เช่น เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ที่สาขาศูนย์การค้าสยาม พารากอน ส่วนอีก 2 จุดในกรุงเทพมหานครคือที่สำนักงานใหญ่ของบมจ. ทีโอที และบมจ. กสท โทรคมนาคม ส่วนที่เหลือ อีก 25 จุดจะถูกกระจายไปใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น จ.ยะลา จ.ปัตตานี และจ.นราธิวาส และอีก 2 อำเภอในจ.สงขลา คือ อ.นาทวีและอ.จะนะ

ที่มาของภาพ, PORNCHAI KITTIWONGSAKUL/AFP/Getty Images
ด้านน.ส.จิตสถา ศรีประเสริฐสุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการเลขหมายโทรคมนาคม กสทช. บอกกับบีบีซีไทยว่า ได้รับรายงานว่ามีบางพื้นที่มีปัญหาด้านการเชื่อมโยงข้อมูลในการเปิดให้บริการในวันนี้เป็นวันแรก จึงไม่อาจจะสามารถเปิดเผยตัวเลขผู้ที่เข้ามาลงทะเบียนใหม่ได้
"กสทช.คาดว่าจะใช้เวลาในการทดสอบระบบเพื่อให้มั่นใจว่า ข้อมูลอัตลักษณ์ส่วนบุคคล หรือลายนิ้วมือ ของผู้ที่เข้ามาลงทะเบียนตรงกับข้อมูลในทะเบียนราษฎร์ที่จัดเก็บโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย หรือไม่" น.ส.จิตสถากล่าว
การทดสอบระบบดังกล่าวของ กสทช.จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน เพื่อรวบรวมปัญหา ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ก่อนที่จะอนุญาตให้ผู้ประกอบการเอกชนดำเนินการต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถขยายจุดให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศได้ภายใน 1 ปีหลังจากการทดสอบเสร็จสิ้นลง

ที่มาของภาพ, Getty Images
น.ส.จิตสถา กล่าวว่า ภายหลังจากการทดสอบระบบและตรวจสอบข้อมูลให้ตรงกับส่วนที่กรมการปกครองจัดเก็บแล้ว ผู้ที่จะต้องดำเนินการลงทุนและจัดหาอุปกรณ์เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของกรมการปกครองคือ ผู้ประกอบการเอกชน โดยต้องกระจายไปยังศูนย์ให้บริการหลักๆ ในแต่ละพื้นที่ในประเทศ
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังผู้ให้บริการเอกชนในการเตรียมความพร้อมอุปกรณ์ สำหรับการลงทะเบียนซิมระบบเติมเงินด้วยการสแกนลายนิ้วมือ พบว่า ผู้ประกอบการเอกชนทั้ง 3 รายยังไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ใดๆ เพื่อให้บริการ เนื่องจากรอการอนุญาตจาก กสทช. อย่างเป็นทางการ
ผู้ที่เคยลงทะเบียนต้องกลับมาสแกนลายนิ้วมืออีกหรือไม่
ตัวแทนจากกสทช. อธิบายเรื่องนี้เป็น 2 กรณี กรณีแรกคือ กลุ่มผู้ใช้ซิมระบบเติมเงินที่ลงทะเบียนแล้วนอกพื้นที่ที่ กสทช. กำหนดไว้ ไม่มีความจำเป็นจะต้องกลับมาลงทะเบียนใหม่อีกครั้งเพื่อสแกนลายมือ ยกเว้นผู้ที่ต้องการเปิดใช้ซิมระบบเติมเงินในหมายเลขใหม่หลังจากวันที่ 31 พ.ค. นี้

ที่มาของภาพ, PORNCHAI KITTIWONGSAKUL/AFP/Getty Images
กรณีที่สอง คือ กลุ่มที่อาศัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ กสทช. กำหนด กสทช.กำลังพิจารณาว่าอาจจะให้กลุ่มผู้ที่เคยลงทะเบียนซิมระบบเติมเงินไว้แล้วกลับมาสแกนลายนิ้วมือถืออีกครั้งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการประเมินในระยะเวลาทดลอง 3 เดือนนับแต่จากนี้
มาตรการนี้จะส่งผลกระทบนักท่องเที่ยวอย่างไร
อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว ยกเว้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปยัง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จำเป็นต้องซื้อซิมระบบเติมเงินใช้ในพื้นที่แทน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวทางการกำหนดเป็นพื้นที่พิเศษ ที่จะไม่มีการให้บริการโทรข้ามแดนได้ เพื่อความปลอดภัยจากการลักลอบใช้ซิมการ์ดต่างประเทศมาใช้จุดระเบิดโจมตีโดยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
ทั้งนี้ที่ผ่านมา มีรายงานว่า คนร้ายหันไปซื้อโทรศัพท์มือถือและซิมการ์ดจากประเทศมาเลเซียแทน
ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้ซิมการ์ดในระบบเติมเงินจะต้องลงทะเบียนด้วยเอกสารสำเนาหนังสือเดินทางหรือ พาสปอร์ต เพื่อเป็นการยืนยันตัวบุคคล








