สามปีรัฐประหาร สังคมไทยสูญเสียอะไรไปบ้าง?

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ในการแถลงข่าวที่ มธ.วันนี้ (22 พ.ค.2560)

ที่มาของภาพ, AP

คำบรรยายภาพ, เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ชี้ว่าภายใต้การปกครองของ คสช. รัฐลุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวทางออนไลน์ และนำไปสู่การดำเนินคดีด้านความมั่นคงและคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์

กลุ่มนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ชี้รัฐประหาร 3 ปี ทำสังคมเสียโอกาส 10 ข้อ ความเป็นส่วนตัวของประชาชนถูดละเมิดจากการสอดส่องออนไลน์ เสรีภาพวิชาการ-แสดงความเห็นถูกจำกัด ไม่ยอมให้มีการตรวจสอบกองทัพ พร้อมจี้ให้ยกเลิกใช้มาตรา 44 ยุติดำเนินคดีการเมือง

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) นำโดย ผศ.อนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงในวันครบรอบ 3 ปี การทำรัฐประหารของ คสช.วันนี้ (22 พ.ค.) ว่าเป็น 3 ปี ที่สังคมไทยต้องสูญเสียในเรื่องต่างๆ 10 ด้าน จากการอยู่ใต้การปกครองของระบอบเผด็จการทหาร

ด้านแรก คือ การสูญเสียสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็น มีการตั้งข้อหานักกิจกรรม ประชาชน และสื่อมวลชน จากการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ของกองทัพ และการแสดงความเห็นในช่วงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการยังถูกจำกัด ทั้งในมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด และเวทีวิชาการระหว่างประเทศ จากการสกัดกั้นไม่ให้นายโจชัว หย่อง แกนนำนักศึกษาชาวฮ่องกงมาร่วมแลกเปลี่ยนทางวิชาการ ยิ่งไปกว่านั้นคือ การควบคุมสื่อสังคมออนไลน์ แทรกแซงการสนทนาส่วนตัวของประชาชน แล้วนำมาตั้งข้อหาร้ายแรง เช่น ความผิดด้านความมั่นคง คดีอาญา มาตรา 112

"เป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างสำคัญ คดีจำนวนมากพุ่งเป้าไปยังการสนทนาของประชาชน" แถลงการณ์ระบุ

นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักกิจกรรมกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ในกิจกรรม "(Un) Happy Birthday" แก่ คสช. วันนี้ (22 พ.ค.)

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักกิจกรรมกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ในกิจกรรม "(Un) Happy Birthday" แก่ คสช. วันนี้ (22 พ.ค.) ที่ มธ.ท่าพระจันทร์

ผศ.อนุสรณ์ กล่าวว่า การจับกุมคุมขังไม่ได้ลดลง หลายคดีมีพัฒนาการในทิศทางที่น่ากังวล หน่วยงานรัฐกลายเป็นผู้ฟ้องร้องประชาชน มีการตีความมูลเหตุดำเนินคดีที่กว้างขวางมากขึ้น

ตัวแทนนักวิชาการ คนส.ระบุอีกว่า การบริหารงาน 3 ปี ของคณะรัฐประหารทำให้ประเทศไทยสูญเสียเวลาและอนาคตในการสร้างสังคมที่เป็นประชาธิปไตย ไม่สามารถทำให้สังคมเกิดการถกเถียงด้วยหลักเหตุและผล อันจะนำไปสู่การสนทนาอย่างมีอารยะได้ เสียโอกาสทางเศรษฐกิจ เสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนระดับล่าง เสียระบบสวัสดิการและคุณภาพชีวิตพื้นฐานแบบถ้วนหน้า เช่น การรักษาพยาบาล จากที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ถูกเปลี่ยนเป็นสวัสดิการแบบการสงเคราะห์เฉพาะกลุ่ม เสียระบบการตรวจสอบการใช้งบประมาณของกองทัพ กรณีจัดซื้อเรือดำน้ำ ที่สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพ และการใช้งานไม่ได้จริง และกองทัพจำเป็นต้องถูกตรวจสอบการใช้งบประมาณ เช่นเดียวกับหน่วยงานอื่น

เรียงลำดับจากขวาสุด นายเดชรัต สุขกำเนิด นักวิชาการ ม.เกษตรศาสตร์ นายบัณฑิต จันทร์โรจนกิจ นักวิชาการจุฬาฯ และ ผศ.อนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ.

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, เรียงลำดับจากขวาสุด นายเดชรัต สุขกำเนิด นักวิชาการ ม.เกษตรศาสตร์ นายบัณฑิต จันทร์โรจนกิจ นักวิชาการจุฬาฯ และ ผศ.อนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ.

ในประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากร นายเดชรัต สุขกำเนิด อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชี้ว่า รัฐบาล คสช.ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปลดล็อคโครงการขนาดใหญ่ เช่น กฎหมายผังเมือง การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การปลดล็อคสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ที่เกิดขึ้นแล้วกว่า 50 แห่ง โดยไม่เปิดให้มีกระบวนการรับฟังความเห็นจากชุมชน การคัดค้านของประชาชนถูกกีดกันโดยกำลังทหาร อย่างไรก็ดี นายเดชรัต ชี้ว่า การใช้มาตรา 44 กับเรื่องทรัพยากร อาจกลับมาอีกครั้งในช่วงใกล้เลือกตั้ง หากรัฐบาลยังเดินหน้ากระบวนการต่างๆไม่สำเร็จตามที่หวัง

"ระยะนี้การใช้มาตรา 44 กับเรื่องทรัพยากรจะน้อยลง แต่จะไปอยู่ในกฎหมายลูกที่ร่างขึ้นตามรัฐธรรมนูญ เช่น พ.ร.บ.ด้านสิ่งแวดล้อม เนื้อหาที่เคยถูกประกาศในมาตรา 44 จะไปอยู่ในนั้นแทน ดังนั้นจำเป็นต้องติดตามการร่างกฎหมายลูกเหล่านี้" นายเดชรัต ระบุ

วงเสวนาของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย วานนี้ (21 พ.ค.) กลุ่มผู้จัดกิจกรรม ถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบแจ้งว่า ห้ามมีข้อความ " คสช. เผด็จการ รัฐประหาร" ในงานเสวนา

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, วงเสวนาของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย วานนี้ (21 พ.ค.) กลุ่มผู้จัดกิจกรรม ถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบแจ้งว่า ห้ามมีข้อความ " คสช. เผด็จการ รัฐประหาร" ในงานเสวนา

การเดินหน้าสันติภาพในชายแดนใต้ เป็นอีกหัวข้อที่เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง มองว่า 3 ปี ของ คสช.ทำให้ประเทศเสียโอกาสในการแก้ปัญหา อ.ชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์ภาควิชาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า แม้จะมีการตั้ง ครม.ส่วนหน้า กระชับองค์กรแก้วิกฤตไฟใต้ แต่ในทางยุทธิวิธียังใช้การทหารนำการเมือง มีการใช้ปฏิบัติการที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติรัฐ สิทธิพลเมือง และสิทธิมนุษยชน รวมทั้งปล่อยมีการใช้ปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสาร คุกคามนักกิจกรรมภาคประชาสังคม

เครือข่ายนักวิชาการ คนส.ยังยกเรื่องการไม่ได้รับการยอมรับบนเวทีระหว่างประเทศที่ถูกองค์กรสิทธิมนุษยชนทั่วโลกตั้งคำถาม รวมทั้งการสูญเสียความทรงจำทางประวัติศาสตร์ประชาธิปไตย กรณีหมุดคณะราษฎรถูกเปลี่ยน ที่ยังไม่มีคำตอบของการหายไปของหมุดจนถึงทุกวันนี้

ขนมเค้ก 3 ปีรัฐประหาร

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ด้านนายบัณฑิต จันทร์โรจนกิจ อาจารย์ภาควิชาปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังเรียกร้องให้ คสช.ทบทวนการยกเลิกใช้มาตรา 44 และยุติคดีทางการเมืองทั้งหมด ตั้งแต่คดีประชามติ เพื่อคืนโรดแมปกลับสู่ประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด

ในวันนี้ (22 พ.ค.) พ.อ.ปิยะพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช.ตอบคำถามกรณีมีข้อวิจารณ์ว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาระบบการตรวจสอบมีแต่ความอ่อนแอ ว่า สิ่งที่ คสช.ทำคือต้องการให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ดูแลความสงบเรียบร้อย และสร้างความศรัทธา โดย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช.ได้กำชับให้ติดตามภาพข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อรักษาบรรยากาศความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง