You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
จักรพรรดิญี่ปุ่นเสด็จฯ ถึงไทยแล้ว
สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่นเสด็จพระราชดำเนินถึงประเทศไทยแล้ว เพื่อถวายพระราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเข้าเฝ้าฯ รัชกาลที่ 10 ในค่ำวันนี้ (5 มี.ค.)
สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่น มีหมายกำหนดการเสด็จฯ ไปถวายพระราชสักการะพระบรมศพและลงพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยในสมุดหลวงแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นจะเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ราชวงศ์ไทยกับราชวงศ์ญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมายาวนาน โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จฯ เยือนญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2506 นับเป็นการปูทางไปสู่ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นต่อมาอีกหลายทศวรรษ หลังจากนั้นมีการเสด็จฯ เยือนระหว่างสมาชิกทั้งสองราชวงศ์อีกหลายครั้ง ทั้งนี้สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะเสด็จฯ เยือนประเทศไทยครั้งล่าสุดเมื่อปี 2549 เพื่อร่วมพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
สำนักข่าวเอพีระบุว่า การเสด็จฯ เยือนเวียดนาม และไทย ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อแสวงหาพันธมิตรต่อต้านการแผ่ขยายอิทธิพลของจีน โดยขณะนี้ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับจีน ขณะที่จีนถูกมองว่าเป็นปรปักษ์สำคัญของญี่ปุ่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
ส่วนไทยกับญี่ปุ่นนั้น ถือเป็นชาติที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมานาน โดยผลพวงจากการกระทำของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับชาติอื่น ๆ ในเอเชียนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ประเทศไทยเข้าเป็นพันธมิตรของญี่ปุ่นในช่วงสงคราม แต่ไม่ได้รับความเสียหายรุนแรงเช่นเดียวกับ จีน เมียนมา หรือ ฟิลิปปินส์
แต่หลังจากการทำรัฐประหารในไทยเมื่อปี 2557 พันธมิตรชาติตะวันตกของไทยได้ตัดลดความช่วยเหลือลง ส่งผลให้รัฐบาลทหารกระชับความสัมพันธ์กับจีนแนบแน่นขึ้น
พอล แชมเบอร์ส ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยสถาบันศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กล่าวว่า การเสด็จฯ เยือนไทยครั้งนี้มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ว่า ญี่ปุ่นต้องการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในจังหวะที่ดูเหมือนว่ารัฐบาลไทยกำลังนิยมจีน
จีนทำให้หลายชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หวาดกลัว จากนโยบายแผ่ขยายอิทธิพลในทะเลจีนใต้ อย่างไรก็ตามการอ้างกรรมสิทธิ์ของจีนในน่านน้ำทะเลจีนใต้ ไม่เกี่ยวข้องกับน่านน้ำของไทย ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนเป็นไปอย่างราบรื่น
แม้ว่าตำแหน่งพระประมุขของประเทศดูเป็นตำแหน่งเชิงสัญลักษณ์มากกว่าตำแหน่งทางการเมือง แต่การเสด็จฯ เยือนต่างประเทศของสมเด็จพระจักรพรรดิมักถูกมองว่าเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์กับชาติที่เป็นพันธมิตรของญี่ปุ่น
ในรอบหลายปีที่ผ่านมา สมเด็จพระจักรพรรดิเสด็จฯ เยือนหลายชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังตั้งป้อมต่อต้านจีน เวียดนามซึ่งมีข้อพิพาทเรื่องน่านน้ำกับจีนได้ถวายการต้อนรับสมเด็จพระจักรพรรดิอย่างสมพระเกียรติ ก่อนหน้านั้นเมื่อเดือน ม.ค. 2559 สมเด็จพระจักรพรรดิเสด็จฯ เยือนฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นชาติที่มีข้อพิพาทกับจีนเช่นกัน โดยในครั้งนั้นพระองค์เสด็จฯ ไปวางพวงมาลาที่อนุสรณ์สถานสงครามโลกครั้งที่สอง