You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
สปท.เมินเสียงค้าน เดินหน้า พ.ร.บ.คุมสื่อ
พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธาน คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) แถลงวันนี้ (30 ม.ค.) หลังการประชุม ว่า กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.นี้ด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่มีวาระซ่อนเร้น หรือประโยชน์ทับซ้อน ไม่ต้องกังวลเรื่องการแทรกแซงจากภาครัฐ เพราะ สภาวิชาชีพฯ มีตัวแทนจากสื่อมวลชนถึง 5 คน มีกรรมการโดยตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวง ถึง 4 คน ได้แก่ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และปลัดกระทรวงการคลัง ก็เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินงาน เช่น การที่ให้มีปลัดกระทรวงการคลัง ก็เพื่อความสะดวกต่อการของบประมาณ
ประธาน กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สปท. ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงหลักการสำคัญเรื่องคณะกรรมการของสภาวิชาชีพฯ แล้ว โดยจะมีการนำเสนอต่อวิป สปท. ในวันที่ 2 ก.พ. 2560 เพื่อขอให้บรรจุวาระเข้าสู่การประชุม สปท. ต่อไป"ร่าง พ.ร.บ.นี้ได้ผ่านการหารือและทำประชาพิจารณ์จากผู้เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าการที่สภาวิชาชีพฯ มีตัวแทนจากคนนอก จะมีประโยชน์มากกว่ามีตัวแทนจากคนในแวดวงสื่อมวลชนเท่านั้น และขอยืนยันว่า นอกจากร่าง พ.ร.บ. นี้จะช่วยส่งเสริมสวัสดิภาพให้กับพี่น้องสื่อมวลชน ยังจะช่วยกำกับดูแลจริยธรรมให้เป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน ดังเช่นอาชีพอื่นก็มีสภาวิชาชีพมาดูแล อาทิ แพทย์ ทนายความ แม้แต่วินมอเตอร์ไซค์ ก็ยังต้องมีการออกใบอนุญาตเพื่อไม่ให้มีการคิดราคาค่าโดยสารเกินจริง จึงอยากให้ทุกฝ่ายไม่ต้องกังวลกับร่าง พ.ร.บ.นี้ เพราะหากเราไม่ได้ทำผิด ก็ไม่ต้องกังวลอะไร"
หลังการแถลงของ ประธาน กมธ. นายเทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยออกมาแถลงตอบโต้ โดยยืนยันว่า ร่าง พ.ร.บ.ออกแบบมาเพื่อลิดรอนเสรีภาพของสื่อ ทั้งนี้ 30 องค์กรวิชาชีพสื่อฯ จะเดินหน้ายกระดับการคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นี้ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงอย่างมากต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและตรวจสอบอำนาจรัฐ โดยจะมีการยื่นหนังสือคัดค้านผ่านทางนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. คนที่สอง ในวันที่ 2 ก.พ. 2560
ด้านสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง คนคอการเมืองกับกฎหมายคุมสื่อ ดำเนินการสำรวจระหว่าง 26 -29 ม.ค. 2560 จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,142 ตัวอย่าง โดยพบว่า 96.7% รับรู้ข่าวเรื่องกฎหมายคุมสื่อ ส่วนใหญ่ 85.1% มองว่าสื่อมวลชนในปัจจุบันยังเป็นที่พึ่งได้ของประชาชน รวมถึงเชื่อมั่นต่อการตรวจสอบควบคุมกันเองของสื่อมวลชน 66.2% ทั้งนี้ หากมีการออกกฎหมายคุมสื่อจริง 95.5% กังวลถึงการแทรกแซงของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะใช้กฎหมายดังกล่าวเข้ามาแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชน