รณรงค์งดกินหูหลามช่วงตรุษจีน หลังพบฉลาม 73 ล้านตัวถูกฆ่าเป็นเมนูดัง

ครีบฉลาม

ที่มาของภาพ, NICOLAS ASFOURI/AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, รายงานขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เปิดเผยว่า ไทยมีสถิติการนำครีบฉลามที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก

องค์กรไวลด์เอด ช่วยสัตว์ป่า (WildAid) ออกแถลงการณ์รณรงค์ให้ประชาชนไทยงดบริโภคหูฉลาม ในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา ชี้ฉลามตาย 73 ล้านตัวต่อปี เพื่อนำครีบมาเป็นซุปหูฉลาม

องค์กร ไวลด์เอด ระบุว่า เทศกาลตรุษจีนมีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย และเป็นเทศกาลที่มีการบริโภคหูฉลามมากที่สุด และจากข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) พบว่า ไทยมีตลาดค้าครีบฉลามที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีสถิติการนำเข้าสูงถึง 136 ตัน ในระหว่างปี 2550 ถึง 2555 และยังมีบทบาทสำคัญในตลาดโลกในฐานะผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์หูฉลามแปรรูปมูลค่าต่ำรายสำคัญของโลกอีกด้วย

การสำรวจตลาดเบื้องต้นของไวลด์เอด ยังพบว่า ราคาซุปหูฉลามในประเทศไทยนั้นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ส่งเสริมให้มีการบริโภคอย่างกว้างขวาง โดยมีราคาต่ำถึงชามละ 300 บาท ในร้านค้าข้างถนนย่านเยาวราช ไปจนถึงชามละ 4,000 บาท ในภัตตาคารหรูใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร

ฉลาม

ที่มาของภาพ, NICOLAS ASFOURI/AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทั่วโลกมีฉลามถูกฆ่า 100 ล้านตัวต่อปี โดย 73 ล้านตัวถูกนำครีบมาทำซุปหูฉลาม หรือมาประกอบกับเมนูอื่นๆ

นายปีเตอร์ ไนท์ ผู้อำนวยการองค์กร ไวลด์เอด (WildAid) กล่าวในแถลงการณ์ว่า เนื่องในโอกาสเริ่มต้นปีใหม่ หากประชาชนอยากทำสิ่งดีๆ เพื่อเป็นสิริมงคล ก็อยากให้มองว่าการงดบริโภคหูฉลาม ถือเป็นสิ่งที่ดีที่ทุกคนควรร่วมใจกัน และเชื่อว่าหากการซื้อขายหูฉลามนั้นหยุดลงเมื่อใด การฆ่าก็จะหยุดลงเมื่อนั้น

ทั้งนี้ ข้อมูลของไวลด์เอด ระบุว่า แต่ละปีทั่วโลกมีฉลามถูกฆ่า 100 ล้านตัว ในจำนวนนี้ 73 ล้านตัวถูกนำครีบมาทำซุปหูฉลาม หรือมาประกอบกับเมนูอื่นๆ ฉลามที่ถูกจับ จะถูกตัดครีบทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ หลังจากนั้นร่างของมันก็จะถูกโยนทิ้งลงน้ำ ปล่อยให้จมและเลือดไหลออกจนตาย ซึ่งตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ประชากรปลาฉลามบางสายพันธุ์ลดลงมากถึง 98% โดยภัยคุกคามหลักเกิดจากการค้าหูฉลาม และความต้องการบริโภคหูฉลาม