You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ประชาชนลังเล “ปรองดอง” ฉบับ คสช. จะสำเร็จหรือไม่
ประยุทธ์ เผยผ่านโฆษกรัฐบาล "ภารกิจปรองดอง" ไม่ใช่เดิมพันของรัฐบาลหรือ คสช. แต่เป็นเรื่องที่คนไทยต้องมาช่วยกันทำ อย่าโยนภาระให้ใครแค่ฝ่ายเดียว ส่วนโพลเผยกลุ่มตัวอย่างค่อนข้างลังเลว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่
จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้ใช้อำนาจพิเศษตามรัฐธรรมนูญฯ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2560 เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เพื่อเดินหน้าภารกิจสำคัญ โดยเฉพาะการเสริมสร้างความปรองดองในชาติ ซึ่งถูกหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าเป็นภารกิจที่มีเดิมพันค่อนข้างสูงของรัฐบาล คสช. ในช่วงปีสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งตามโรดแม็ป
วันนี้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงว่า นายกฯ ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ทั้งการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง ไม่ใช่เดิมพันของรัฐบาลหรือ คสช. แต่เป็นเดิมพันของคนไทยทุกคนที่จะร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น ดังนั้น สิ่งที่ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใด อาชีพใด ต้องช่วยกันคือ การเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ คิดอย่างสร้างสรรค์พาชาติก้าวไปข้างหน้า ไม่โยนภาระให้ใครคนใดคนหนึ่ง และต้องลงมือทำ ไม่ใช่พูดเพียงอย่างเดียว
สำหรับข้อเสนอของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้รับผิดชอบงานคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ป.ย.ป ที่จะเชิญกลุ่มการเมืองทุกสีทุกฝ่ายมาพูดคุย พร้อมกับลงสัตยาบัน หรือเอ็มโอยู เพื่อสร้างความปรองดอง
ล่าสุด สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,272 คน ระหว่างวันที่ 16-20 ม.ค. พบว่า 82.31% เห็นด้วยกับการจัดทำเอ็มโอยูปรองดอง เพราะมองว่าเป็นแนวคิดที่ดี และหากทำได้จริงจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นที่แตกเป็น 2 ทางด้วยจำนวนที่ใกล้เคียงกัน โดย "สำเร็จ" อยู่ที่ 50.08% (ประกอบด้วย คาดหวังมากว่าจะสำเร็จ 10.61% และค่อนข้างคาดหวังว่าน่าจะสำเร็จ 39.47%) โดยมีเหตุผล อาทิ นายกฯ ให้ความสำคัญ รัฐบาลมีความตั้งใจแก้ปัญหา อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ฯลฯ และ "ไม่สำเร็จ" อยู่ที่ 49.92% (ประกอบด้วย ไม่คาดหวังว่าจะสำเร็จ 15.33% และไม่ค่อยคาดหวังว่าจะสำเร็จ 34.59%) โดยมีเหตุผล อาทิ ความขัดแย้งทางการเมืองเป็นปัญหาสะสมฝังรากลึกมานาน แนวทางปรองดองยังไม่ชัดเจน ฯลฯ
สำหรับความคืบหน้าในการจัดตั้ง ป.ย.ป. ปัจจุบัน อยู่ระหว่างผู้เกี่ยวข้องทาบทามบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาอยู่ร่วมคณะกรรมการชุดต่างๆ ของ ป.ย.ป. ทั้ง 4 คณะ นอกจากคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ยังรวมถึงคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามยุทธศาสตร์ คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งนี้ ได้มีการทาบทามนายอำพน กิตติอำพน อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ให้มาเป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (พีเอ็มดียู) ซึ่งมีหน้าที่ในการขับเคลื่อนงานต่าง ๆ ของ ป.ย.ป. ให้บังเกิดผล
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะเลขานุการ ป.ย.ป. ระบุว่า คาดว่า ป.ย.ป. จะเริ่มต้นทำงานได้ในวันที่ 1 ก.พ.นี้