ท่าทีหลายฝ่ายหลัง พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ผ่าน สนช.

เฟซบุ๊กเพจ Thai Netizen Network

ที่มาของภาพ, Thai Netizen Network Facebook page

คำบรรยายภาพ, กลุ่มรณรงค์คัดค้าน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์รวบรวมรายชื่อผู้คัดค้านได้กว่า 300,000 รายชื่อ

หลายฝ่ายยังกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เครือข่ายพลเมืองเน็ตประกาศจะติดตามการแก้ไขร่างกฎหมายตามที่อภิปราย ด้านไอลอว์แนะจับตาความเคลื่อนไหวของกระทรวงดิจิทัล

ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่ผ่านความเห็นชอบของที่ประชุม สนช.ในวันนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งระบุว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เป็นกฎหมายที่จะต้องแก้ไขอยู่แล้ว เพราะมีปัญหาเรื่องการตีความและการบังคับใช้ โดยเรื่องที่พยายามแก้ไขและตนเห็นว่าเป็นทิศทางที่ถูกต้อง ได้แก่ การเล่นงานคนโพสต์ข้อความ ข้อมูล ข่าวสาร หรือแชร์ ไลค์ ในกรณีที่อาจละเมิดความมั่นคง แต่ไม่ควรเหมารวมกับเรื่องหมิ่นประมาท ไม่เช่นนั้นจะมีความสุ่มเสี่ยงและบานปลายกันไปหมด

ด้านเครือข่ายพลเมืองเน็ต (ThaiNetizen) ซึ่งรณรงค์คัดค้านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวร่วมกับองค์กรแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล (เอไอ) จนสามารถรวบรวมรายชื่อผู้คัดค้านได้มากกว่า 300,000 รายชื่อ ประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่าเครือข่ายจะติดตามการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ตามที่มีการอภิปรายต่อไป ขณะที่โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) แนะให้ประชาชนจับตาความเคลื่อนไหวของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะต้องออกประกาศกระทรวงดิจิทัลอีก 5 ฉบับที่เป็นกฎหมายลูกของมาตรา 11, 15, 17/1, 20 และ 20/1 ต่อไป

นอกจากนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "พลเมืองต่อต้าน Single Gateway" เผยแพร่ข้อความเรียกร้องให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับแก้ไขล่าสุด ร่วมกันโจมตีเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการ ทั้งเว็บไซต์รัฐสภาและกรมการเงินทหารบก เพื่อไม่ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในระยะหนึ่ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
คำบรรยายภาพ, นายอภิสิทธิ์เห็นว่าการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.คอมพ์ฯ เป็นสิ่งจำเป็นเพราะมีปัญหาเรื่องการตีความและบังคับใช้

จากเหตุดังกล่าว มติชนออนไลน์รายงานว่า พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะสืบสวนหาตัวผู้เป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวว่าอยู่ในประเทศหรือนอกประเทศ เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550 ในการทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ มีความผิดจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกส่วนหนึ่งคือผู้ยุยงส่งเสริมปลุกปั่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี

ส่วนนายกรณ์ จาติกวณิช ในฐานะประธานสมาคมฟินเทคแห่งประเทศไทย เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวานนี้ (15 ธ.ค.) โดยระบุว่าประเด็นที่สร้างความกังวลมากที่สุดคือการมอบอำนาจให้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาลสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของประชาชนได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องขอหมายศาลก่อน จึงจะมีสิทธิตรวจเช็คข้อมูลประชาชน และการออกกฎหมายที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้ขนาดนี้ อาจสวนทางกับสิ่งที่ทีมเศรษฐกิจพยายามผลักดันให้เกิดระบบเศรษฐกิจดิจิทัล Thailand 4.0 และอาจกระทบต่อการตัดสินใจของนักลงทุน