“เดอะคราวน์” ซีซัน 5 ยากแยกแยะ อันไหนเรื่องจริง-เรื่องแต่ง

ซีซัน 5 เผยให้เห็นความขัดแย้งในชีวิตสมรสของเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, ซีซัน 5 เผยให้เห็นความขัดแย้งในชีวิตสมรสของเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์
    • Author, โดย เคที แรซซอลล์
    • Role, บรรณาธิการข่าวศิลปวัฒนธรรม

ภาพยนตร์ชุดหรือซีรีส์อันโด่งดังของเน็ตฟลิกซ์ว่าด้วยราชวงศ์อังกฤษเรื่อง "เดอะคราวน์" (The Crown) ได้เดินทางมาถึงซีซัน 5 แล้ว โดยเตรียมจะออกอากาศในวันพุธที่ 9 พ.ย. ที่จะถึงนี้

เดอะคราวน์ซีซันล่าสุดซึ่งมีอยู่ 10 ตอนด้วยกัน ได้ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อนตั้งแต่ยังไม่เริ่มออกอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความสมจริงของการถ่ายทอดชีวิตบรรดาพระราชวงศ์ออกมาเป็นละคร ทำให้ทางเน็ตฟลิกซ์ต้องออกมาชี้แจงว่า เดอะคราวน์เป็นแค่เรื่องจริงที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์แนวดรามา โดยมีการแต่งเสริมเนื้อหาบางส่วน

บุคคลสำคัญอย่างเซอร์ จอห์น เมเจอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ และเดม จูดี เดนช์ นักแสดงอาวุโส ต่างออกมาตั้งคำถามถึงความถูกต้องแม่นยำของเนื้อเรื่อง จนท้ายที่สุดเน็ตฟลิกซ์ต้องเติมข้อความ "ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ในชีวิตจริง" ลงไปในโฆษณาโปรโมตซีซันใหม่ด้วย

บรรณาธิการข่าวศิลปวัฒนธรรมของบีบีซี ซึ่งได้ชมซีซัน 5 ของเดอะคราวน์แล้วทั้ง 10 ตอน แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นถกเถียงข้างต้นและสิ่งที่น่าสนใจในซีซั่นล่าสุดไว้ดังนี้

1. แยกแยะเรื่องจริง - เรื่องแต่งได้ยากมาก

ยิ่งเนื้อเรื่องดำเนินมาถึงยุคที่ใกล้กับช่วงเวลาปัจจุบันมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งยากจะแยกแยะว่าเรื่องใดเป็นข้อเท็จจริงและเรื่องใดเป็นการเสริมแต่งของผู้เขียนบทภาพยนตร์กันแน่

เดอะคราวน์ซีซัน 5 จับเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคทศวรรษ 1990 ขณะที่ควีนหรือสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง (รับบทโดย อิเมลดา สตอนตัน) ยังคงมีพระชนมพรรษาอยู่ในวัยราว 60 พรรษาตอนกลาง ซึ่งเป็นช่วงที่ชีวิตสมรสของเหล่าพระราชโอรสและพระราชธิดาล้มเหลวไม่เป็นท่า นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอเป็นนัยอ้อม ๆ ถึงเรื่องที่เจ้าชายฟิลิป พระราชสวามี อาจลอบมีสัมพันธ์ลับกับเลดีรอมซีย์ผู้อ่อนวัยกว่าถึง 32 ปีด้วย

โจนาธาน ไพรซ์ และ นาตาชา แม็กเอลโฮน สวมบทบาทเจ้าชายฟิลิป และเพนนี แนตช์บูลล์

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, โจนาธาน ไพรซ์ และ นาตาชา แม็กเอลโฮน สวมบทบาทเจ้าชายฟิลิป และเพนนี แนตช์บูลล์

ในภาพยนตร์ซีรีส์เรื่องนี้ เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ (รับบทโดย โจนาธาน ไพรซ์) ปฏิเสธว่าไม่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว แต่ก็ได้ยอมรับกับควีนในฉากหนึ่งว่า ความรักความผูกพันในชีวิตสมรสนั้น "จืดจาง" ลงไปอย่างมาก

แต่การที่เราไม่อาจทราบถึงข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับชีวิตส่วนพระองค์ได้ แถมภาพยนตร์ก็ดูสมจริงและน่าเชื่อถืออย่างยิ่งสำหรับผู้ชมส่วนใหญ่ ทำให้เนื้อหาของละครเข้าเติมเต็มและแทนที่ช่องว่างทางข้อมูลข่าวสาร จนอาจทำให้เรื่องแต่งถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องจริงไปได้ในที่สุด

2. เปิดเผยเรื่องราวที่ไม่มีใครทราบมาก่อนของอดีตนายกฯ ผู้น่าเบื่อ

จอห์น ลี มิลเลอร์ รับบทอดีตนายกรัฐมนตรี จอห์น เมเจอร์

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, จอห์น ลี มิลเลอร์ รับบทอดีตนายกรัฐมนตรี จอห์น เมเจอร์

เซอร์ จอห์น เมเจอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ออกมากล่าวโจมตีเนื้อหาของเดอะคราวน์ซีซั่น 5 ว่าเป็น "เรื่องเหลวไหลไร้สาระที่แฝงเจตนามุ่งร้าย" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่ละครได้นำเสนอว่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์พยายามทำทุกอย่างเพื่อบีบบังคับให้พระราชมารดาสละราชสมบัติ

ตัวของเซอร์ จอห์น เมเจอร์ เองนั้น เคยถูกล้อเลียนในละครหุ่นซีรีส์ทางโทรทัศน์เรื่อง Spitting Images มาแล้ว จนบุคลิกที่น่าเบื่อจืดชืดจนน่าขันของเขาติดตาติดใจผู้ชมทั่วสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉากที่เขาและภรรยานั่งกินถั่วลันเตา ซึ่งจัดเป็นอาหารค่ำที่แสนน่าเบื่อกันอย่างเงียบ ๆ

อย่างไรก็ตามในเดอะคราวน์ซีซั่น 5 ชีวิตอีกแง่มุมหนึ่งที่เต็มไปด้วยสีสันของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ (รับบทโดย จอนนี ลี มิลเลอร์) ได้รับการเปิดเผยให้ผู้ชมได้ทราบกันเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาได้รับการยกย่องนับถือจากควีนเป็นอย่างสูง โดยทรงถือว่าเขาเป็นตัวแทนของเสียงจากประชาชน และยังทำหน้าที่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ยในการหย่าร้างระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเจ้าหญิงไดอานาอีกด้วย

แม้จะมีฉากที่นางนอร์มา ภรรยาของเซอร์เมเจอร์ (รับบทโดย ฟลอรา มอนต์โกเมอรี) ยกจานอาหารค่ำมาให้เขาในตอนที่ 9 ของซีซั่นล่าสุด แต่ก็ไม่มีถั่วลันเตาในมื้อนั้น ซึ่งขัดกับภาพจำและมุกตลกที่ชาวอังกฤษคุ้นเคยกันมานาน

3. เอลิซาเบธ เดบิกกี คือดาวเด่นประจำซีซั่นอย่างแท้จริง

เอลิซาเบธ เดบิกกี สวมบทบาทเจ้าหญิงไดอานาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, เอลิซาเบธ เดบิกกี สวมบทบาทเจ้าหญิงไดอานาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เธอคือผู้รับบทไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ซึ่งเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบไปทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงที่ฟังดูลังเลและเจือปนด้วยเสียงลมหายใจ ซึ่งแสดงถึงความเป็นผู้ดีมีชาติตระกูล นอกจากนี้ การก้มศีรษะลงเล็กน้อยก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองผ่านแผงขนตางอนงาม ทรงผม เสื้อผ้า และบุคลิกต่าง ๆ ล้วนเหมือนกับเจ้าหญิงแห่งเวลส์พระองค์จริงไม่มีผิดเพี้ยน

อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงกับโดมินิก เวสต์ ผู้รับบทเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ซึ่งดูจะมีความสง่างาม ผ่าเผย มั่นใจ และหล่อเหลาเกินกว่าตัวจริงไปมาก ทำให้น่าเสียดายว่าผู้ชมคงยากที่จะคล้อยตามบทบาทการแสดงของเขา

4. ปรากฏกรณีอื้อฉาวของบีบีซีในเนื้อหาของซีซั่นใหม่

อิเมลดา สตอนตัน รับบทควีนในช่วงทศวรรษ 1990

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, อิเมลดา สตอนตัน รับบทควีนในช่วงทศวรรษ 1990

บีบีซีได้กลายเป็นตัวละครหนึ่งของเดอะคราวน์ซีซั่น 5 โดยปรากฏในตอนที่ควีนแสดงความเชื่อมั่นและยึดถือในการใช้บริการสื่อสารมวลชนกับบีบีซีเสมอมา รวมทั้งเรื่องราวของกรณีอื้อฉาวในการ "ล่อลวง" ให้ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ประทานสัมภาษณ์แก่รายการพานอรามา

แม้บีบีซีได้เคยแถลงว่าจะไม่นำบทสัมภาษณ์นี้มาออกอากาศซ้ำอีก แต่ภาพยนตร์ซีรีส์อย่างเดอะคราวน์ได้สร้างฉากการสัมภาษณ์ดังกล่าวขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ทั้งยังมีแนวโน้มว่าละครโทรทัศน์อื่น ๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับราชวงศ์อังกฤษก็จะทำแบบเดียวกัน

คาดการณ์ได้ว่าเดอะคราวน์ซีซั่นนี้จะสร้างความเจ็บปวดซ้ำให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรณีอื้อฉาวข้างต้น และจะเป็นเหตุผลข้ออ้างอย่างดีให้กับบรรดานักวิจารณ์ที่มองว่า ผู้สร้างภาพยนตร์ควรจะหยุดถ่ายทำเดอะคราวน์ซีซั่นใหม่ ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำไปตั้งนานแล้วก่อนหน้านี้

มีฉากหนึ่งแสดงถึงความทันสมัยที่มากับโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ซึ่งทำให้ควีนต้องทรงยอมเปลี่ยนเครื่องรับโทรทัศน์ในพระราชวังหลังจากทรงต่อต้านปฏิเสธมานาน โดยเจ้าชายวิลเลียมได้ตรัสโน้มน้าวพระทัยพระอัยกีว่า หากทรงเปลี่ยนมาติดตั้งจานดาวเทียม ก็จะสามารถทอดพระเนตรการแข่งม้าได้ทุกเวลา

5. ทุ่มทุนสร้างอย่างไร้ขีดจำกัดงบประมาณ

บรรดาผู้สวมบทบาทเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษในซีซัน 5

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, บรรดาผู้สวมบทบาทเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษในซีซัน 5

เชื่อกันว่าเดอะคราวน์ใช้งบประมาณในการผลิตถึงตอนละ 10 ล้านปอนด์ แม้ว่าปีเตอร์ มอร์แกน ผู้สร้างและผู้เขียนบทภาพยนตร์จะปฏิเสธตัวเลขประมานการดังกล่าวมาโดยตลอดก็ตาม

แต่ดูเหมือนว่าในซีซั่นล่าสุดนี้ ยังคงมีการทุ่มทุนสร้างสุดตัวแบบ "เงินไม่ใช่ปัญหา" กันอีกครั้ง โดยเห็นได้จากฉากจำลองพระราชวังและพระตำหนักต่าง ๆ อันหรูหราอลังการ รวมทั้งฉากจำลองพิธีส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนสู่จีน และฉากที่อาคาร Guildhall ของกรุงลอนดอน ซึ่งควีนมีพระราชดำรัสที่รู้จักกันดีเรื่อง "ปีแห่งหายนะ" (annus horibilis) นั่นเอง

มีฉากจำลองเรือยอชต์หลวงบริแทนเนีย ซึ่งปลดระวางไปในปี 1997 อยู่หลายฉาก ซึ่งผู้สร้างพยายามใช้เรือยอชต์นี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเสื่อมถอยของสถาบันกษัตริย์ ในขณะที่ควีนทรงเหินห่างจากประชาชนและโลกของความเป็นจริง กลายเป็นคนล้าสมัย และไม่มีความเกี่ยวข้องกับสังคมปัจจุบันมากขึ้นทุกขณะ

อย่างไรก็ตาม การใช้เรือยอชต์หลวงดังกล่าวเป็นเครื่องหมายที่สื่อและเน้นย้ำถึงความเสื่อมถอยของราชวงศ์อังกฤษ ดูเหมือนจะตั้งใจตอกย้ำกับผู้ชมจนเกินจริงมากไปหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่เห็นได้ชัดว่า รัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองนั้นยาวนานและได้รับการยกย่องสรรเสริญอย่างสูงจากผู้คนทั่วโลก

6. คนอังกฤษยึดติดอยู่กับอดีตมากเกินไปหรือเปล่า?

อิเมลดา สตอนตัน รับบทควีนทั้งขณะทรงงานส่วนพระองค์และเสด็จฯออกงานสาธารณะ

ที่มาของภาพ, Keith Bernstein/Netflix

คำบรรยายภาพ, อิเมลดา สตอนตัน รับบทควีนทั้งขณะทรงงานส่วนพระองค์และเสด็จฯออกงานสาธารณะ

เดอะคราวน์ทุกซีซั่นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสหราชอาณาจักรในสายตาชาวโลก แต่มันก็อาจจะเป็นแค่สิ่งที่ช่วยพิสูจน์ยืนยันความเชื่อเดิม ๆ เกี่ยวกับอังกฤษ ซึ่งฝังอยู่ในหัวของคนทั่วไปมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว

อังกฤษในภาพยนตร์ซีรีส์เรื่องเดอะคราวน์ เต็มไปด้วยภาพของสิ่งตระการตาสำหรับพระราชวงศ์และคนชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะอาหารหรูหราหรือชั้นเรียนที่อีตัน ส่วนชาวอังกฤษในภาพยนตร์เรื่องนี้ล้วนชื่นชอบการยิงปืนล่าสัตว์ และต่างก็เป็นผู้ดีมีมารยาทกันทั้งสิ้น

แม้ภาพลักษณ์ของอังกฤษที่ถูกสร้างขึ้นจากภาพยนตร์เรื่องนี้ สามารถจะทำให้ชาวโลกมองว่าสหราชอาณาจักรมีประวัติศาสตร์ที่หยั่งรากลึกมาอย่างยาวนาน แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ถูกมองได้ว่า คนอังกฤษส่วนใหญ่ยึดติดอยู่กับอดีตมากจนเกินไป

ฉากความตึงเครียดขัดแย้งในซีซั่น 5 ฉากหนึ่ง คือการพิจารณาว่าระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กับควีน ใครคือผู้ที่ตระหนักถึงความเป็นจริงของ "อังกฤษในยุคสมัยใหม่" ได้ดีกว่ากัน

แต่ไม่ว่าภาพลักษณ์ของประเทศจะออกมาดูคร่ำครึ หรือดูอนุรักษ์นิยมสุดโต่งเพราะภาพยนตร์เรื่องนี้หรือไม่ แต่ชาวอังกฤษคงต้องยอมรับว่า เดอะคราวน์ได้สร้างอิทธิพลทางวัฒนธรรมให้กับสหราชอาณาจักรอย่างมากในเวทีโลก

7. สะท้อนอารมณ์ซับซ้อนในความเป็นมนุษย์

โดมินิก เวสต์ รับบทเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ก่อนทรงขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, โดมินิก เวสต์ รับบทเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ก่อนทรงขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม

ตัวละครทุกบทบาทในเดอะคราวน์ล้วนมีบุคลิกภาพที่ซับซ้อน ซึ่งทำให้พวกเขามีความเป็นมนุษย์ที่สมจริงอย่างมาก ทักษะการเขียนบทภาพยนตร์ที่เยี่ยมยอด แสดงให้เห็นว่าผู้เขียนตกหลุมรักตัวละคร จนสามารถแสดงอารมณ์ที่ลึกซึ้งออกมาได้ในหลายแง่มุมเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ตัวละครเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ซึ่งปัจจุบันได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ชาร์ลส์ที่สามแล้ว มีเสียงวิจารณ์ว่าเรื่องราวของพระองค์ถูกบิดเบือนและถ่ายทอดออกมาอย่างไม่เป็นธรรมในซีรีส์ ทั้งในเรื่องความสัมพันธ์กับเจ้าหญิงไดอานา และการแสวงหาบทบาทที่มีความหมายกับชีวิตของพระองค์เอง ขณะดำรงพระยศเจ้าชายแห่งเวลส์

ไม่น่าแปลกใจว่าเดอะคราวน์ได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้คนทั่วโลกมาโดยตลอด คงมีเพียงกลุ่มรณรงค์ต่อต้านสถาบันกษัตริย์อย่างรุนแรงสุดโต่งเท่านั้น ที่สามารถจะอดใจทำเมินเฉย ไม่ดูและไม่ให้คำวิจารณ์กับซีรีส์เรื่องนี้ได้