สถาบันกษัตริย์ : เดอะ คราวน์ (The Crown) ซีซัน 4 นักวิจารณ์ในอังกฤษว่าอย่างไร

Olivia Colman as The Queen in Season Four

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, โอลิเวีย โคล์แมน แสดงเป็นสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองตั้งแต่ซีซัน 3 เป็นต้นมา

คำเตือน : บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของซีรีส์

เดอะ คราวน์ (The Crown) ซีรีส์ที่ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตและความรักของสมาชิกราชวงศ์ และประวัติศาสตร์การเมืองของสหราชอาณาจักรสมัยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง กลับมาสู่เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ในซีซันที่ 4 แล้ว และเป็นตอนที่หลายคนต่างรอคอยเพราะเป็นช่วงที่เจ้าหญิงไดอานา (แสดงโดย เอมมา คอร์ริน) จะทรงเริ่มเข้ามามีบทบาทในฐานะสมาชิกราชวงศ์วินด์เซอร์

ในซีซันนี้ เรื่องเริ่มที่ปลายช่วงทศวรรษ 70 โดยสมเด็จพระราชินีนาถ (นำแสดงโดย โอลิเวีย โคล์แมน) อยากให้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เริ่มหาคู่ครองของตัวเองได้แล้ว ขณะเดียวกันสหราชอาณาจักรก็มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ คือ มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ (นำแสดงโดยจิลเลียน แอนเดอร์สัน) เข้ามาทำหน้าที่และต้องการให้สหราชอาณาจักรกลับไปยิ่งใหญ่อีกครั้ง

บริบททางประวัติศาสตร์ในซีซันนี้เน้นที่ช่วงทศวรรษ 1980 ซึ่งมีส่วนผสมของทั้งพล็อตเรื่องที่เผ็ดร้อนและตัวละครที่ต่างก็มีจุดด้อยในตัวเองอย่างน่าสนใจ

The Crown

ที่มาของภาพ, Netflix/BBC

วิล กอมเพิร์ตซ์ บรรณาธิการศิลปะของบีบีซี บอกว่า เขาดูตอนที่ 1 ของซีซันนี้แล้วนึกว่ากำลังดูภาพยนตร์สร้างใหม่จากทีวีซีรีส์เสียดสีของอังกฤษเรื่อง "Spitting Image" แต่เป็นการแทนที่หุ่นเชิดด้วยนักแสดงที่เลียนแบบท่าทางของบุคคลในประวัติศาสตร์แบบแย่ ๆ แทน

เขาบอกว่า แอริน โดเฮอร์ตี แสดงเป็นเจ้าหญิงแอนน์ เหมือนกับเด็ก 6 ขวบที่แสนจะขี้งอน ส่วนโคล์แมน แสดงได้ยอดเยี่ยมจนกระทั่งเผยรอยยิ้มที่เห็นฟันซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเธอ ที่ทำให้ความทรงอำนาจในฐานะสมเด็จพระราชินีนาถ หายวับไปทันที

Olivia Colman as Queen Elizabeth II in Season Four of The Crown

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, โอลิเวีย โคล์แมน แสดงเป็นสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองตั้งแต่ซีซัน 2 เป็นต้นมา

กอมเพิร์ตซ์ บอกว่า แอนเดอร์สัน เป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมทั้งในเรื่อง "เพศศึกษา (หลักสูตรเร่งรัก)" (Sex Education) และ "The X-Files" แต่กลับทำได้ไม่ดีเลยในบทบาท แทตเชอร์ หรือ "หญิงเหล็ก" (Iron Lady)

"ดูเหมือนเธอถูกผู้กำกับสั่งให้เลียนแบบการขยับหัวของเต่า หันหัวซ้ายขวาไปมาตลอดมาเหมือนกับกำลังมองหาใบผักกาดหอม" กอมเพิร์ตซ์ ระบุ โดยบอกอีกว่า บางทีเธอพยายามทำท่าให้เหมือนแทตเชอร์จนบางทีแทบจะทนดูไม่ได้เลย

อย่างไรก็ดี เอเลนเนอร์ เบลย์ กริฟฟิธ เขียนในเว็บไซต์เรดิโอไทมส์ ว่า แอนเดอร์สัน มีท่าทางและรูปลักษณ์เหมือนแทตเชอร์โดยแท้ และนี่อาจจะทำให้เธอได้รับรางวัลเอมมี ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ของคนในแวดวงโทรทัศน์ เลย ด้วยซ้ำ

The Crown

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, จิลเลียน แอนเดอร์สัน เล่นเป็น มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ นายกรัฐมนตรี "สตรีเหล็ก" ของสหราชอาณาจักร

กริฟฟิธ บอกว่า ข้อติอย่างหนึ่งคือบทสนทนาในซีซัน 4 บางส่วนอาจจะ "เป๊ะ" และก็ใช้สัญลักษณ์มากเกินไป ทั้ง ๆ ที่กลุ่มนักแสดงที่มีความสามารถเช่นนี้ ผู้กำกับอาจจะให้นักแสดง "แสดง" ออกมา มากกว่าการไปบอกเล่าทุกอย่าง

แต่แล้ว กอมเพิร์ตซ์บอกว่า เจ้าหญิงไดอานา ซึ่งเริ่มเข้ามามีบทบาทในเรื่องเมื่อปี 1980 ก็ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น เขาบอกว่า คอร์ริน ทำได้ยอดเยี่ยมในการแสดงบางส่วนที่ทำพลาดได้ง่ายกว่าทำถูก ทั้งตอนที่เป็นเด็กนักเรียนหญิงในบ้านหลังโต ไปจนถึงตอนที่อยู่ในชีวิตสมรสที่ไร้ความรัก อ่อนแอเหนื่อยล้าจากโรคบูลิเมีย (โรคที่ทำให้กินมากเกินไปแล้วอาเจียนออก)

"นี่ไม่ใช่แค่การแสดงท่าทางและพูดให้เหมือนไดอานา ซึ่งคอร์รินก็ทำได้สำเร็จ แต่เป็นการสร้างตัวละครที่มีสามมิติ เป็นตัวตนที่ทำให้การกระทำของตัวละครอื่น ๆ น่าเชื่อถือขึ้นมาด้วย" กอมเพิร์ตซ์ ระบุ

บรรณาธิการด้านศิลปะบีบีซีบอกอีกว่า คอร์ริน น่าจะเตรียมตัวรับรางวัลด้านการแสดงเร็ว ๆ นี้ได้เลย เพราะเธอโด่นเด่นกว่านักแสดงคนอื่น ๆ เป็นได้ทั้งตอนที่เจ้าหญิงไดอานายังทรงเป็นเด็กวัยรุ่นที่เขินอายแต่ก็ชอบหว่านสเน่ห์ ไปจนถึงตอนที่ทรงเป็นบุคคลมีชื่อเสียงระดับนานาชาติและทรงกล้าพอที่จะรับมือกับการขู่เป็นเชิง ๆ จากเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง

The Crown

ที่มาของภาพ, NETFLIX

คำบรรยายภาพ, หลายคนต่างรอคอยซีซันนี้เพราะเพราะเป็นช่วงที่เจ้าหญิงไดอานา (แสดงโดย เอมมา คอร์ริน) จะทรงเริ่มเข้ามามีบทบาทในฐานะสมาชิกราชวงศ์วินด์เซอร์

กอมเพิร์ตซ์ บอกว่า น่ายินดีที่ได้เห็น เฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์ กลับมาในบทบาทของเจ้าหญิงมาร์กาเร็ต อีกครั้ง ซึ่งทำให้คนรอบข้างต้องสยบด้วยไหวพริบอันไร้ความปราณี

มีอยู่ตอนหนึ่งที่ย้อนอดีตกลับไปตอนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธยังทรงพระเยาว์ ซึ่งแสดงโดยแคลร์ ฟอย ขณะพระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปแอฟริกาใต้และทรงส่งพระราชสาส์นผ่านวิทยุไปยังประเทศในเครือจักรภพ กอมเพิร์ตซ์ บอกว่า ฉากดังกล่าวทำให้เราเห็นว่าโคลแมนแสดงเทียบกับฟอยไม่ได้เลย โดยนักแสดงรุ่นเด็กทำให้พระราชินีดูลึกลับไม่สามารถมีใครมองออกได้เลย

Claire Foy, who was excellent in season two, returns as the young Princess Elizabeth making an address to the Commonwealth

ที่มาของภาพ, Splash News

คำบรรยายภาพ, แคลร์ ฟอย เล่นเป็นสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ในซีซันแรก

กอมเพิร์ตซ์ บอกว่า ตอนที่โคลแมนต้องแสดงเป็นพระราชินีผู้เยือกเย็นเวลาโปรดเกล้าฯ ให้มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ เข้าเฝ้าเพื่อพูดคุยประเด็นท่าทีของสหราชอาณาจักรต่อนโยบายการแบ่งแยกผิวสีในแอฟริกาใต้ โคลแมนกลับแสดงออกมาอย่างโอนอ่อนผ่อนตามเกินไป ทำให้ความตึงเครียดของซีรีส์ลดลง เธอแสดงได้ดีตอนที่พระราชินีต้องจัดการกับบุตรและธิดาที่ดื้อซนเท่านั้น

บรรณาธิการด้านศิลปะบีบีซีบอกว่า บริบทของเรื่องจริงอย่างสงครามฟอล์กแลนด์ การชื่นชอบคามิลลา พาร์กเกอร์ โบวล์ส ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ขาขึ้นและลงของแทตเชอร์ หรือกรณีความคิดเห็นทางการเมืองที่หลุดออกมาจากสำนักพระราชวัง เป็นภูมิหลังที่ทำให้ความสัมพันธ์ของตัวละครที่จินตนาการขึ้นมาน่าติดตาม

The Crown

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, เฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์ กลับมาในบทบาทของเจ้าหญิงมาร์กาเร็ต