พ่อมือใหม่มีลูกคนแรกอาจเจอภาวะสมองหดตัว

ที่มาของภาพ, Getty Images
คุณพ่อยุคใหม่ที่สามารถลางานมาช่วยภรรยาเลี้ยงลูกคนแรกที่เพิ่งคลอด อาจต้องเหน็ดเหนื่อยกับการเลี้ยงดูเด็กอ่อนมากเป็นพิเศษ ทำให้ร่างกายเกิดการปรับตัวเปลี่ยนแปลงไม่ต่างจากผู้เป็นแม่ ซึ่งล่าสุดทีมนักประสาทวิทยาจากสเปนและสหรัฐฯ ทำการศึกษาพบว่า ลูกคนแรกอาจทำให้สมองบางส่วนของพ่อหดตัวลงได้
มีการตีพิมพ์งานวิจัยดังกล่าวในวารสารการแพทย์ Cerebral Cortex หลังจากติดตามศึกษาคุณพ่อมือใหม่จำนวน 40 คน ทั้งที่อาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ และในกรุงมาดริดของสเปน โดยใช้เครื่องสแกนเอ็มอาร์ไอ (MRI) ตรวจดูสมองในช่วงก่อนภรรยาตั้งครรภ์และหลังคลอด เพื่อเปรียบเทียบหาความเปลี่ยนแปลงของปริมาตรเนื้อสมองสีเทาและสีขาว รวมทั้งการจัดเรียงตัวและการตอบสนองของเครือข่ายประสาทในสมอง
ผลปรากฏว่าคุณพ่อที่เพิ่งมีลูกคนแรก มีปริมาตรของเปลือกสมอง (cerebral cortex) ลดลงเล็กน้อยราว 1-2% ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ หรือเป็นลักษณะที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคุณพ่อแต่อย่างใด
การหดตัวลงของเนื้อสมองสีเทาในส่วนดังกล่าว มีอยู่เฉพาะในบริเวณเครือข่ายประสาทที่ทำงานอัตโนมัติขณะพักผ่อน (DMN) ซึ่งเชื่อมโยงกับการยอมรับความเป็นพ่อแม่และความอบอุ่นของครอบครัว ดังนั้นการหดตัวในลักษณะข้างต้นจึงเป็นผลมาจากความยืดหยุ่นของสมอง ซึ่งปรับการเชื่อมต่อและจัดเรียงเครือข่ายประสาทเสียใหม่ เพื่อให้สอดรับกับการทำหน้าที่พ่ออย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่มาของภาพ, Getty Images
ก่อนหน้านี้การวิจัยว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของสมองผู้ชายเมื่อรับบทบาทพ่อมักถูกมองข้าม หรือได้ผลการทดลองออกมาโดยไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่ผลการศึกษาในครั้งนี้สอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้าที่พบว่า สมองส่วนที่หดตัวลงเล็กน้อยมีความเกี่ยวข้องกับ "ความเข้าใจทางสังคม" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของระบบความทรงจำที่เป็นภาพ (visual memory system) จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก สอดคล้องกับผลการศึกษาเมื่อปี 2020 ซึ่งชี้ว่าบรรดาคุณพ่อจะสามารถทำงานต่าง ๆ โดยใช้ความทรงจำที่เป็นภาพได้ดีกว่าผู้ชายที่ยังไม่มีบุตร
ทีมผู้วิจัยกล่าวสรุปว่า "เปลือกสมองของพ่อที่มีลูกคนแรกหดตัวลงเล็กน้อย อาจแสดงถึงบทบาทสำคัญของระบบความจำที่เป็นภาพ ซึ่งเกิดการปรับตัวเพื่อให้พ่อมองเห็นทารกและตอบสนองต่อความต้องการของทารกได้อย่างว่องไวขึ้น เช่นเดียวกับที่แม่ตอบสนองต่อเสียงร้องของทารกได้รวดเร็วขึ้นเป็นพิเศษนั่นเอง แต่เรื่องนี้จะต้องมีการศึกษาทดลองเพิ่มเติม เพื่อหาหลักฐานยืนยันให้หนักแน่นขึ้นต่อไป"





