รัสเซีย ยูเครน : เว็บไซต์ข่าวโฆษณาชวนเชื่อ อาวุธของรัสเซียในยูเครน

The blurred out ID cards of two Moroccan men on a table next to two handguns and bullets

ที่มาของภาพ, Southern Front

คำบรรยายภาพ, มีการนำบัตรประจำตัวของชายชาวโมร็อกโกที่บีบีซีคุยด้วยไปวางไว้บนโต๊ะและบันทึกภาพไว้ในรายงานข่าว

หลังกองทัพรัสเซียบุกเข้ายึดเมืองแบร์ดยันสก์ของยูเครนได้ไม่ถึงสัปดาห์ สื่อออนไลน์หน้าใหม่ที่สนับสนุนทางการรัสเซียก็เริ่มปฏิบัติเผยแพร่ข่าวโฆษณาชวนเชื่อ

บริษัทผลิตสื่อดังกล่าว ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า "เซาธ์เทิร์น ฟรอนต์" (Southern Front) และอาจแปลเป็นไทยได้ว่าแนวรบด้านใต้ เผยแพร่ข่าวชวนเชื่อสนับสนุนประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผ่านทางยูทิวบ์ เทเลแกรม และเว็บไซต์ โดยมุ่งเป้าไปยังพื้นที่ที่รัสเซียเพิ่งเข้าไปยึดได้

ในวันแรกที่รัสเซียบุกยูเครน เซาธ์เทิร์น ฟรอนต์ ก็เริ่มโพสต์ข้อความ และทุกวันนี้มีนักข่าวเขียนเรื่องเผยแพร่เป็นประจำทุกวัน

บีบีซีค้นพบว่าเรื่องต่าง ๆ ที่เผยแพร่ไม่ได้เป็นไปตามความจริง

ย้อนไปเมื่อต้นเดือน มี.ค. นักข่าวของเซาธ์เทิร์น ฟรอนต์ อยู่ในที่เกิดเหตุในเมืองแบร์ดยันสก์ โดยรายงานว่าทหารรัสเซียสามารถต้านทานการโจมตีไว้ได้และได้สังหารชาวโมร็อกโก 2 คน นักข่าวคนนี้ระบุว่าชายสองคนเป็นทหารรับจ้าง แต่จริง ๆ แล้วดูเหมือนว่ามีการจัดฉากสิ่งที่เป็นองค์ประกอบบางอย่างในวิดีโอนั้น

Night vision footage of man holding a gun taken from report alleging a terror attack

ที่มาของภาพ, Southern Front

คำบรรยายภาพ, เซาธ์เทิร์น ฟรอนต์ อ้างว่าสามารถจับกุมชายชาวโมร็อกโกสองคนได้

รายงานดังกล่าวระบุว่าพบเอกสารแสดงถิ่นที่อยู่กับตัวผู้ถูกสังหาร แต่บีบีซีพบว่าชายคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ และสามารถคุยกับเขาได้ผ่านโซเชียลมีเดีย และที่จริงแล้วชายคนนี้เดินทางออกไปจากยูเครนไปโมร็อกโกตั้งแต่ก่อนรัสเซียจะบุกยูเครน

รายงานส่วนใหญ่จากสื่อเจ้านี้พยายามวาดภาพ "ชีวิตที่สงบสุข" ในพื้นที่ที่รัสเซียเข้ายึดครอง พยายามจะสร้างความชอบธรรมให้กับการบุกรุกรานของรัสเซีย

ในวิดีโอชิ้นหนึ่ง นักข่าวรายงานข่าวจากห้องสมุดแห่งหนึ่งโดยบอกว่าพบหนังสือที่มีสัญลักษณ์นาซีเยอรมนีอยู่ แต่กลับไม่มีการเผยแพร่ภาพนั้น ๆ เป็นหลักฐาน

Outside the public library in Enerhodar

ที่มาของภาพ, Southern Front

คำบรรยายภาพ, เซาธ์เทิร์น ฟรอนต์ อ้างว่ามีหนังสือสนับสนุนแนวคิดแบบนาซีในห้องสมุดแห่งนี้

จูเลีย สเมิร์นโนวา นักวิเคราะห์จากสถาบันเพื่อการเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ (Institute for Strategic Dialogue - ISD) บอกว่า สื่อเจ้านี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของรัสเซียในการเข้าครองพื้นที่ของยูเครน โดยพยายามวาดภาพพื้นที่เหล่านั้นว่าได้รับ "การปลดปล่อย" และกองทัพรัสเซียเป็น "ผู้พิทักษ์ปกป้อง"

ใครอยู่เบื้องหลัง "เซาธ์เทิร์น ฟรอนต์"

ไม่กี่ชั่วโมงหลังรัสเซียบุกยูเครน เซาธ์เทิร์น ฟรอนต์ ก็เริ่มต้นการเผยแพร่เนื้อหา โดยช่องเทเลแกรมโพสต์ข้อความแรกว่า "วลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศเริ่มต้นปฏิบัติการพิเศษเพื่อทำให้พื้นที่ในยูเครนปลอดทหารและลัทธินาซี"

จากที่มีผู้ติดตามแค่ 25 คนในตอนนั้น ขณะนี้ช่องเทเลแกรมของพวกเขามีคนติดตาม 23,000 คนแล้ว

Female presenter wearing black t-shirt bearing the letter "Z"

ที่มาของภาพ, Southern Front

คำบรรยายภาพ, ผู้รายงานข่าวของช่องมักใส่เสื้อที่มีตัวอักษร "Z" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สนับสนุนสงคราม

ในวันต่อมา มีการจดทะเบียบเว็บไซต์กับเซิร์ฟเวอร์ในรัสเซีย ก่อนที่จะไปใช้บริการเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทอเมริกัน Cloudflare ซึ่งอนุญาตให้ปิดบังตัวตนของเจ้าของได้

เว็บไซต์นี้ผลิตข่าวโดยพนักงานอายุน้อยที่เห็นได้ชัดว่าเป็นมือสมัครเล่นในไครเมีย และสาธารณรัฐที่แบ่งแยกดินแดนตัวเองในดอนบาส ส่วนใหญ่แล้ว การรายงานข่าวไม่ได้ใช้แหล่งข่าวในยูเครนเลย

ผู้รายงานข่าวคนหนึ่งที่บีบีซีแผนกภาษารัสเซียติดต่อไปบอกว่าพวกเขาทำงานให้แบบฟรี ๆ และไม่รู้ว่าใครเป็นคนให้ทุนเว็บไซต์นี้ บีบีซีได้สอบถามไปยัง "เซาธ์เทิร์น ฟรอนต์" ด้วย แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ

ดูเหมือนว่าองค์กรที่มีอิทธิพลซึ่งมีสายสัมพันธ์กับรัฐบาลรัสเซีย เป็นผู้ผลิตเนื้อหาบนเว็บไซต์ หลังจากดูวิดีโอหลายชิ้น บีบีซีสังเกตเห็นโลโก้ของคณะกรรมการผสมผสานรัสเซีย-ดอนบาส (Russia-Donbas Integration Committee) ซึ่งชี้ว่าอาจมีการถ่ายทำในห้องประชุมขององค์กร

เว็บไซต์ของคณะกรรมการผสมผสานรัสเซีย-ดอนบาส ระบุว่าจุดประสงค์ขององค์กรคือการสร้างความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและมนุษยธรรมกับดินแดนไครเมียที่ถูกรัสเซียยึดเข้าเป็นของตัวเอง และกับสาธารณรัฐที่แบ่งแยกดินแดนตัวเองในดอนบาส

The pro-Russian female mayor of Melitopol

ที่มาของภาพ, Southern Front

คำบรรยายภาพ, สื่อเจ้านี้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ในเชิงบวกต่อรัสเซียกับบุคคลหลายคน รวมถึงนายกเทศมนตรีเมลิโตโปลที่เพิ่งถูกแต่งตั้งและมีแนวคิดสนับสนุนรัสเซีย

ผู้นำสาธารณรัฐต่าง ๆ ในดอนบาส มีบทบาทสำคัญในองค์กรนี้ โดยผู้ประสานงานคืออังเดรย์ โคเซนโก อดีต ส.ส. ผู้ถูกทั้งสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปคว่ำบาตร

นอกจากนี้ เซาธ์เทิร์น ฟรอนต์ ก็ยังขยายอิทธิพลไปไกลเกินเว็บไซต์ตัวเอง เพราะบัญชีเทเลแกรมที่มีแนวคิดเดียวกันก็นำเนื้อหาเหล่านั้นไปเผยแพร่ต่อให้

รวม ๆ แล้ว ช่องทางเทเลแกรมเหล่านี้มีผู้ติดตามมากกว่า 80,000 คน แต่จากการสืบค้นของบีบีซี ผู้ติดตาม 1 ใน 3 น่าจะได้รับการว่าจ้างมาเพื่อทำให้ตัวเลขผู้ติดตามสูง

จากการวิเคราะห์โดย TG Stat ซึ่งติดตามข้อมูลในเทเลแกรม มีบัญชี 3 บัญชีที่มีผู้ติดตามมากขึ้นกว่า 1 หมื่นคนภายในชั่วข้ามคืนในวันที่ 29 มี.ค.

แม้ว่า เซาธ์เทิร์น ฟรอนต์ จะมีผู้ติดตามน้อย แต่ก็ได้รับแรงหนุนจากบล็อกเกอร์ที่มีผู้ติดตามหลายแสนคน รวมถึงหนังสือพิมพ์ที่สนับสนุนทางการรัสเซียอย่าง "Moskovsky Komsomolets"

The logo of the Russia-Donbas Integration Committee visible on the wall above two men conducting an interview

ที่มาของภาพ, Southern Front

คำบรรยายภาพ, หลังจากดูวิดีโอหลายชิ้น บีบีซีสังเกตเห็นโลโก้ของคณะกรรมการผสมผสานรัสเซีย-ดอนบาส (Russia-Donbas Integration Committee) ซึ่งชี้ว่าอาจมีการถ่ายทำในห้องประชุมขององค์กร

อย่างไรก็ดี เริ่มมีกระแสต่อต้านเกิดขึ้นแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักเคลื่อนไหวที่สนับสนุนยูเครนได้แฮ็กเว็บไซต์ของ เซาธ์เทิร์น ฟรอนต์ และโพสต์เรื่องที่ผู้นำใหม่ในเมืองเคอร์ซอนบอกว่าอยากให้รัสเซียผนวกดินแดน

อีกโพสต์หนึ่งที่โพสต์โดยแฮ็กเกอร์เตือนใครก็ตามที่ไปมีส่วนร่วมในการทำประชามติเรื่องอนาคตของภูมิภาคนี้ว่าจะถูกยูเครนลงโทษ

โพสต์ดังกล่าวเขียนว่า "ยินดีต้อนรับสู่นรก!"

แม้ว่าจะถูกแฮ็ก ไม่นานหลังจากนั้นเว็บไซต์กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

จูเลีย สเมิร์นโนวา นักวิเคราะห์จากสถาบันเพื่อการเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ บอกว่า หลังจากรัสเซียผนวกดินแดนไครเมียไปเมื่อปี 2014 สื่ออิสระหลายเจ้า ถูกขับไล่ออกจากพื้นที่

"ทางตอนใต้ของยูเครน มีแนวโน้มว่าทางการรัสเซียจะทำในลักษณะเดียวกันคือข่มขู่และจับกุมนักข่าวอิสระ พยายามปิดปากสื่ออิสระ และแทนที่พวกเขาด้วยช่องเนื้อหาโฆษณาชวนเชื่อ" สเมิร์นโนวา ระบุ