"ร็อกเก็ตแล็บ" ใช้เฮลิคอปเตอร์รับเครื่องยนต์จรวดกลางอากาศได้สำเร็จ แต่สุดท้ายประคองไว้ไม่ได้

Artwork of capture

ที่มาของภาพ, Rocket Lab

คำบรรยายภาพ, ภาพจำลองสถานการณ์ หากเฮลิคอปเตอร์สามารถรับและประคองเครื่องยนต์ขับดันจรวดไว้ได้สำเร็จ

บริษัทขนส่งอวกาศสัญชาติอเมริกัน "ร็อกเก็ตแล็บ" (Rocket Lab) ประสบความสำเร็จบางส่วนในการใช้เฮลิคอปเตอร์เข้ารองรับเครื่องยนต์ขับดันจรวด ขณะที่อยู่กลางอากาศเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก หลังจากที่จรวด "อิเล็กตรอน" (Electron) เสร็จสิ้นภารกิจนำส่งฝูงดาวเทียม และชิ้นส่วนของมันตกกลับสู่ชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วสูง

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การบินอวกาศ ที่สามารถใช้เฮลิคอปเตอร์บินเข้ารับเครื่องยนต์ขับดันจรวดขณะอยู่กลางอากาศได้สำเร็จ โดยเฮลิคอปเตอร์ Sikorsky S-92 ใช้สายเคเบิลที่มีตะขอขนาดใหญ่เกี่ยวร่มชูชีพของเครื่องยนต์จรวดไว้

คำบรรยายวิดีโอ, ชมเหตุการณ์นาทีสำคัญในภารกิจล่าสุดของร็อกเก็ตแล็บ
ข้าม X โพสต์ , 1
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์, 1

แต่น่าเสียดายว่าลักษณะของการแกว่งตัวที่เกิดขึ้นกับชิ้นส่วนจรวดดังกล่าว แตกต่างไปจากที่เคยทำการทดสอบมาก่อนหน้านี้ ทำให้เฮลิคอปเตอร์ประคองเครื่องยนต์ขับดันจรวดไว้ไม่ได้และต้องปล่อยตกทะเลไป

จรวดอิเล็กตรอนของร็อกเก็ตแล็บ ทะยานขึ้นจากฐานปล่อยที่คาบสมุทรมาเฮียของประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 3 พ.ค. ตามเวลาในประเทศไทย โดยใช้ชื่อภารกิจว่า "ไปที่นั่นและกลับมาอีกครั้ง" (There and Back Again)

Electron

ที่มาของภาพ, Rocket Lab

คำบรรยายภาพ, จรวด "อิเล็กตรอน" (Electron) ทะยานขึ้นจากฐานปล่อย

จรวดขนาดเล็กนี้นำส่งฝูงดาวเทียม 34 ดวง เข้าสู่วงโคจรของโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นมีดาวเทียมตรวจวัดมลภาวะจากแสงรบกวนรวมอยู่ด้วย

หลังจรวดอิเล็กตรอนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้สองนาทีครึ่ง จรวดขั้นที่ 1 ซึ่งเป็นส่วนของเครื่องยนต์ขับดันได้แยกตัวออก และตกกลับสู่ชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วกว่า 8,000 กม./ชม. ทำให้เกิดความร้อนสูงที่พื้นผิวภายนอกของเครื่องยนต์จรวดถึง 2,400 องศาเซลเซียส

เมื่อผ่านเข้าชั้นบรรยากาศโลกมาแล้ว หลังจากนั้นจะมีการกางร่มชูชีพเพื่อชะลอความเร็ว จนเฮลิคอปเตอร์สามารถบินเข้าเกี่ยวร่มชูชีพเพื่อรองรับชิ้นส่วนจรวดไว้ได้ ขณะมันตกลงมาด้วยความเร็วที่ลดลงเหลือ 35 กม./ชม.

เนื่องจากจุดประสงค์ของการใช้อากาศยานเข้ารองรับเครื่องยนต์ขับดันจรวด ก็เพื่อไม่ให้ตกลงในทะเลและเกิดความเสียหายจากน้ำเค็ม ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ ภารกิจในครั้งนี้ของร็อกเก็ตแล็บจึงยังไม่ประสบความสำเร็จโดยสมบูรณ์

ข้าม X โพสต์ , 2
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์, 2

นายปีเตอร์ เบ็ก ซีอีโอของร็อกเก็ตแล็บเคยกล่าวไว้ก่อนภารกิจครั้งนี้ว่า "การพยายามจะรับชิ้นส่วนจรวดขณะที่มันตกกลับสู่โลกไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ต่างจากการสนด้ายเข้ารูเข็มเล็กจิ๋ว หรือการเต้นรำด้วยความเร็วเหนือเสียง"

องค์การนาซาเคยทดลองใช้วิธีนี้มาแล้ว เพื่อรับยานอวกาศเจเนซิส (Genesis) ขณะที่ตกกลับสู่โลกเมื่อปี 2004 แต่ประสบความล้มเหลวเนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับร่มชูชีพ

Artwork of rentry

ที่มาของภาพ, Rocket Lab

คำบรรยายภาพ, ภาพจำลองขณะที่เครื่องยนต์ขับดันจรวดตกกลับสู่ชั้นบรรยากาศโลก