โควิด: “ฉันร้องไห้โฮ ตอนเข้าไปอยู่ที่ฟางชาง” ชาวจีนเล่าสภาพเลวร้ายในศูนย์กักโรคที่เซี่ยงไฮ้
ชาวจีนเผยสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายในศูนย์กักโรคโควิดของรัฐ ในนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งประชากรราว 25 ล้านคน กำลังเผชิญการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดตามนโยบาย "โควิดเป็นศูนย์" ของทางการ
นี่เป็นครั้งแรกที่นครเซี่ยงไฮ้บังคับใช้มาตรการที่มีความเข้มงวดเช่นนี้ จากที่ก่อนหน้านี้ได้ใช้แนวทางผ่อนคลายมากกว่าเมืองอื่น ๆ ของจีน
เกิดอะไรขึ้นในเซี่ยงไฮ้
ประชาชนในเมืองต้องอยู่แต่ภายในบ้านของตัวเอง โดยส่วนใหญ่ต้องสั่งอาหารและน้ำ กับรอคอยให้เจ้าหน้าที่ทางการนำผัก เนื้อสัตว์ และไข่ มาส่งให้
คลิปวิดีโอที่ส่งต่อกันในโซเชียลมีเดีย เผยให้เห็นสภาพชาวเมืองที่ไม่พอใจต่างโอดครวญว่าขาดแคลนอาหาร และมีเวชภัณฑ์ไม่เพียงพอ
นี่เป็นการล็อกดาวน์แบบทั้งเมืองครั้งแรกในนครเซี่ยงไฮ้ ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เมืองนี้จัดการกับอัตราการติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยการล็อกดาวน์เป็นพื้นที่ ซึ่งหมายถึงการล็อกดาวน์อาคารที่พักอาศัยขนาดใหญ่ที่มีคนพักอยู่หลายร้อยคนเป็นแห่ง ๆ แทนที่จะเป็นการล็อกดาวน์ทั้งเมือง ซึ่งดูจะใช้ได้ผลมาสักระยะหนึ่ง
แต่ในช่วงปลายเดือน มี.ค. นครเซี่ยงไฮ้เริ่มพบผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น โดยมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 2,500 คน ในวันที่ 27 มี.ค. เพียงวันเดียว
เซี่ยงไฮ้ได้ตัดสินใจประกาศล็อกดาวน์เป็นพื้นที่ โดยเริ่มจากเขตตะวันออกของเมืองก่อน จากนั้นไม่กี่วันต่อมาก็ล็อกดาวน์ในเขตตะวันตกของเมือง
แต่ในช่วงที่ผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ทางการนครเซี่ยงไฮ้ได้เลิกใช้แนวทางการเปิดเมืองครึ่งหนึ่ง แต่ให้ล็อกดาวน์ทั้งเมืองแทนตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.
อย่างไรก็ตาม อัตราการป่วยรุนแรงที่ต่ำ และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโควิดในการระบาดระลอกล่าสุดนี้ ทำให้ชาวเมืองหลายคนตั้งคำถามว่าการใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดเช่นนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นหรือไม่

