รัสเซีย ยูเครน : กษัตริย์เบลเยียมเปิดบ้านรับผู้ลี้ภัยยูเครน – เซเลนสกีวอนเยอรมนีโค่น “กำแพงรัสเซีย”

King Philippe of Belgium and Queen Mathilde of Belgium during the Te Deum Mass at the National Day on July 21, 2018 in Brussels, Belgium

ที่มาของภาพ, Getty Images

สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิป และสมเด็จพระราชินีมาตีลด์ แห่งเบลเยียม ตัดสินพระทัยเปิดบ้านให้ชาวยูเครนที่หนีภัยสงครามเข้าพัก โดยทางการเบลเยียมประเมินว่าจะมีผู้ลี้ภัยชาวยูเครนราว 200,000 คนหลั่งไหลเข้าประเทศในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

สำนักพระราชวังเบลเยียมยืนยันกับบีบีซีว่า จะเปิดบ้าน 2 หลังที่เป็นของสำนักงานทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ให้ผู้ลี้ภัยชาวยูเครนเข้าไปพักอาศัยได้ 3 ครอบครัว โดยบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่ในกรุงบรัสเซลส์ ส่วนอีกหลังอยู่ในแคว้นวอลลูน ทางตอนใต้ของประเทศ และหากมีความต้องการที่พักเพิ่มก็จะเปิดอาคารอีกหลังหนึ่งนอกเมืองหลวงให้กลุ่มผู้ลี้ภัยเข้าพัก

โฆษกสำนักพระราชวังเบลเยียม ระบุว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิป ทรงตัดสินพระทัยเรื่องนี้หลังจากได้ฟังคำบอกเล่าจากชาวยูเครน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก ที่พระองค์ได้พบระหว่างเสด็จเยือนศูนย์ลงทะเบียนผู้ลี้ภัยในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อ 16 มี.ค.

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ราชวงศ์เบลเยียมให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก โดยเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว ราชวงศ์ได้เปิดบ้านของสำนักงานทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ให้แก่ประชาชนที่บ้านเรือนเสียหายจากเหตุน้ำท่วมครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีของเบลเยียมเข้าพัก

ปัจจุบันมีผู้ลี้ภัยชาวยูเครนกว่า 10,000 คน ลงทะเบียนขอความช่วยเหลือจากทางการเบลเยียม ซึ่งมอบสถานะและความคุ้มครองชั่วคราวเพื่อให้คนเหล่านี้สามารถพำนักและทำงานในเบลเยียมได้เป็นเวลา 1 ปี

เซเลนสกีวอนเยอรมนีโค่น "กำแพงรัสเซีย"

Ukrainian President Volodymyr Zelensky addresses the German parliament in Berlin, Germany, 17 March 2022.

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ปธน. เซเลนสกี กล่าวปราศรัยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนี 17 มี.ค.

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ได้กล่าวต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนี เมื่อ 17 มี.ค. ว่ากำแพงเบอร์ลินรูปแบบใหม่กำลังก่อตัวขึ้นมาแบ่งแยกยุโรปออกจากเสรีภาพกับการกดขี่

ผู้นำยูเครนได้กล่าวขอบคุณเยอรมนีที่ให้ความช่วยเหลือแก่ยูเครน แต่ขณะเดียวกันก็แสดงความไม่พอใจที่ธุรกิจสัญชาติเยอรมันบางส่วนยังคงดำเนินการอยู่ในรัสเซีย โดยยกตัวอย่างโครงการท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 2 (Nord Stream 2) ซึ่งปัจจุบันถูกยกเลิกไปแล้วว่าเป็น "การฉาบปูนให้กำแพงแห่งใหม่" ที่แบ่งแยกยุโรป และชี้ว่า การที่เยอรมนียังลังเลใจที่จะให้ยูเครนเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) เปรียบดัง "อิฐอีกก้อน" ในกำแพงใหม่นี้

เขากล่าวต่อนายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ ของเยอรมนีว่า "คุณชอลซ์ครับ จงโค่นกำแพงแห่งนี้" ซึ่งเป็นการพูดซ้ำคำกล่าวครั้งประวัติศาสตร์ของอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐฯ เมื่อปี 1987 ที่ขอให้โซเวียตทำลายกำแพงเบอร์ลิน สัญลักษณ์ของการแบ่ง "โลกเสรี" กับ "โลกคอมมิวนิสต์" ในช่วงสงครามเย็น

รัสเซียถล่มที่หลบภัยคนนับพัน

SERGEI ORLOV

ที่มาของภาพ, SERGEI ORLOV

คำบรรยายภาพ, สภาเมืองมาริอูโปลเผยภาพโรงละครที่ถูกทิ้งระเบิดจนพังราบ

กองกำลังรัสเซียทิ้งระเบิดใส่โรงละครของเมืองมาริอูโปล ซึ่งมีพลเรือนราว 1,000 - 1,200 คน ใช้เป็นสถานที่หลบภัยตลอดช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการยูเครนยังไม่ทราบจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุครั้งนี้

สภาเมืองมาริอูโปลได้เผยแพร่ภาพถ่ายความเสียหายจากเหตุดังกล่าว ซึ่งแสดงให้เห็นซากโรงละครที่ถูกทำลายจนพังราบ แถลงการณ์ของสภาเมืองยังระบุว่า เครื่องบินของรัสเซียจงใจทิ้งระเบิดใส่ที่หลบภัยของพลเรือนที่อยู่กันอย่างสงบ "ด้วยเจตนาชั่วร้าย"

นายดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศของยูเครน กล่าวประณามการกระทำของกองกำลังรัสเซียว่าเป็น "อาชญากรรมสงครามที่น่าสยดสยองอีกครั้งหนึ่งในเมืองมาริอูโปล" ทั้งยังชี้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่ฝ่ายรัสเซียจะไม่รู้ ว่าโรงละครดังกล่าวเป็นสถานที่หลบภัยของพลเรือน

ก่อนหน้านี้บีบีซีได้รับรายงานว่า มีเด็กและคนชราจำนวนมากที่อาศัยหลบภัยในโรงละครดังกล่าว โดยพวกเขามีสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้าย ขาดแคลนอาหารและน้ำรวมทั้งสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ

ภาพถ่ายดาวเทียมของบริษัท Maxar Technologies ของสหรัฐฯ ซึ่งบันทึกไว้เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ยังเผยว่า ผู้ที่หลบภัยในโรงละครเมืองมาริอูโปล ได้เขียนตัวอักษรขนาดใหญ่เป็นคำว่า "เด็ก" ในภาษารัสเซีย ที่ทางเดินภายนอกโรงละคร โดยอาจหวังให้เครื่องบินรบรัสเซียมองเห็นจากทางอากาศและงดเว้นการโจมตี

IMAGE SOURCE, ALAMY

ที่มาของภาพ, ALAMY

คำบรรยายภาพ, ภาพของโรงละครเมืองมาริอูโปลก่อนเกิดสงคราม

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว RIA ของทางการรัสเซียรายงานว่า กระทรวงกลาโหมของรัสเซียได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลยูเครน โดยชี้ว่าการโจมตีโรงละครดังกล่าวไม่ใช่ฝีมือของตน

ขณะนี้ยังมีพลเรือนอีกราว 400,000 คน ติดอยู่ในวงล้อมการสู้รบที่เมืองท่ามาริอูโปล ทางการยูเครนคาดว่ามีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีเมืองแห่งนี้ไปแล้วกว่า 2,400 ราย

รัสเซียรับไม่ได้ ไบเดนเรียกปูติน "อาชญากรสงคราม"

รัฐบาลรัสเซียแถลงตอบโต้กรณีที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กล่าวเรียกประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียว่าเป็น "อาชญากรสงคราม" ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นวาทะที่ทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างชาติตะวันตกกับรัสเซียเพิ่มสูงขึ้นไปอีก

ทางการรัสเซียระบุว่า "สำนวนภาษาเช่นนี้เราไม่อาจยอมรับและให้อภัยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นคำเรียกขานที่มาจากประมุขของรัฐ ผู้ที่ประเทศของเขาได้ทิ้งระเบิดสังหารผู้คนมาแล้วหลายแสนทั่วโลก"

IMAGE SOURCE, REUTERS

ที่มาของภาพ, REUTERS

คำบรรยายภาพ, ไบเดนและปูตินเคยพบกันในการประชุมสุดยอดครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ผู้นำสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธที่จะเรียกนายปูตินว่าอาชญากรสงคราม หลังถูกนักข่าวชาวอเมริกันผู้หนึ่งตั้งคำถามว่า สมควรจะเรียกผู้นำรัสเซียเช่นนั้นได้แล้วหรือไม่

แต่ในเวลาต่อมาเมื่อถูกนักข่าวคนดังกล่าวท้าทายอีกครั้ง นายไบเดนจึงได้ตอบรับว่า "ผมคิดว่าเขาเป็นอาชญากรสงคราม"

เมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ที่กรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์ มีคำตัดสินให้รัสเซียยุติการโจมตีรุกรานยูเครนในทันที ทั้งยังห้ามไม่ให้กระทำการใด ๆ ที่จะยกระดับความขัดแย้งให้สูงขึ้นไปอีก โดยศาลโลกชี้ว่าข้ออ้างของรัสเซียที่รุกรานยูเครนเพื่อขัดขวางการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นั้น ไม่เป็นความจริงและขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ศาลโลกไม่มีอำนาจบังคับใช้คำตัดสินดังกล่าวกับรัสเซีย แต่ล่าสุดประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนออกมาชี้ว่า "ทั่วโลกควรยอมรับอย่างเป็นทางการได้เสียทีว่า รัสเซียได้กลายเป็นรัฐก่อการร้ายไปแล้ว"

ด้านประธานาธิบดีปูตินแถลงทางโทรทัศน์โดยกล่าวหาชาติตะวันตกว่า พยายามใช้คำโกหกเพื่อทำให้รัสเซียแตกแยกกันภายใน ทั้งยังกล่าวประณาม "คนทรยศ" ชาวรัสเซีย ซึ่งสมควรขจัดให้หมดสิ้นไป เพื่อให้ประเทศชาติเข้มแข็งขึ้น

"ไม่ว่าใครก็ตามโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวรัสเซีย ควรจะสามารถแยกแยะผู้รักชาติที่แท้จริงออกจากพวกสวะและคนทรยศ ถ่มน้ำลายใส่พวกมัน เหมือนกับถ่มแมลงวันที่บังเอิญบินเข้าปากออกมา"

ผู้นำรัสเซียยังกล่าวหาว่า ชาติตะวันตกอยู่เบื้องหลังการจุดชนวนความขัดแย้งในสังคม โดยมีเป้าหมายมุ่งทำลายประเทศรัสเซียเป็นหลัก

รัสเซียปล่อยตัวนายกเทศมนตรีเมืองเมลิโตโปล

หนึ่งในเจ้าหน้าที่ของทีมผู้ช่วยประธานาธิบดียูเครน เผยว่านายอิวาน เฟโดรอฟ นายกเทศมนตรีเมืองเมลิโตโปลทางตอนใต้ ซึ่งถูกกองกำลังรัสเซียจับตัวไปเมื่อ 5 วันก่อน ได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระแล้ว หลังทางการยูเครนตกลงแลกตัวเขากับเชลยศึก ซึ่งก็คือทหารเกณฑ์ชาวรัสเซีย 9 คน

เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวแถลงทางโทรทัศน์ว่า เชลยศึกที่กองทัพยูเครนควบคุมตัวไว้เหล่านี้ ล้วนเป็นชายหนุ่มที่มีอายุราว 18-19 ปีเท่านั้น ซึ่งที่จริงแล้วอาจเรียกได้ว่ายังเป็นเด็กอยู่

reuters

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ชาวเมืองเมลิโตโปลพากันออกมาประท้วงหลังนายกเทศมนตรีถูกจับตัวไป

ก่อนหน้านี้ชาวเมืองเมลิโตโปลพากันออกมาประท้วงตามท้องถนน หลังทหารรัสเซียบุก "ลักพาตัว" นายเฟโดรอฟอย่างอุกอาจ โดยลากตัวเขาออกมาจากที่ทำการหน้าจัตุรัสกลางเมือง และใช้ถุงพลาสติกครอบศีรษะของเขาไว้ด้วย ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนและผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) ต่างกล่าวประณามการกระทำของทหารรัสเซียว่า เป็นอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อประชาธิปไตย

ด้านกองทัพยูเครนเผยว่า ได้สังหารนายพลผู้บัญชาการกองกำลังรัสเซียเป็นคนที่ 4 แล้ว โดยพลโทโอเลก มิตจาเอฟ ถูกกองกำลังอาซอฟซึ่งเป็นของฝ่ายขวาในยูเครนสังหาร ในการสู้รบใกล้กับเมืองท่ามาริยูโปลเมื่อวานนี้

TELEGRAM/@PRAVDA_GERASHCHENKO

ที่มาของภาพ, TELEGRAM/@PRAVDA_GERASHCHENKO

บรรดานักวิเคราะห์เชื่อว่า มีนายพลผู้บัญชาการกองกำลังรัสเซียถึง 20 คน ที่ถูกส่งมาดำเนินปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ซึ่งหากรายงานข่าวนี้เป็นจริง ก็เท่ากับว่าผู้นำทางทหารระดับสูงของรัสเซียถูกสังหารไปถึง 1 ใน 5 แล้ว ซึ่งน่าสงสัยว่าเหตุใดผู้บัญชาการเหล่านี้จึงเข้าไปอยู่ในสถานที่เสี่ยงอันตรายในแนวหน้า

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่ายูเครนใช้งานข่าวกรองทางทหาร เพื่อเจาะจงมุ่งเป้าสังหารผู้บัญชาการระดับสูง นักบิน และผู้บังคับการหน่วยปืนใหญ่ของรัสเซียโดยเฉพาะ