You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
รัสเซีย ยูเครน : ทัพรัสเซียเริ่มขยับเข้าใกล้กรุงเคียฟอีกครั้ง ยอดสไนเปอร์อันดับโลกรุดช่วยยูเครน
ขบวนทัพรัสเซียซึ่งประกอบด้วยรถถังและยานยนต์ทหารหลายพันคัน เริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้งหลังหยุดชะงักไปเป็นเวลาหลายวัน โดยรายงานข่าวกรองของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขบวนทัพรัสเซียได้รุกคืบเข้าใกล้กรุงเคียฟ นครหลวงของยูเครนมากขึ้นราว 5 กิโลเมตร
ภาพถ่ายดาวเทียมจากบริษัท Maxar Technologies ของสหรัฐฯ ยังยืนยันว่า ฝ่ายรัสเซียมีการจัดขบวนทัพใหม่และเปลี่ยนรูปแบบการวางกำลังที่รอบนอกของกรุงเคียฟ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการเตรียมความพร้อมครั้งใหม่ เพื่อบุกเข้ายึดเมืองที่เป็นเป้าหมายสำคัญให้ได้
ภาพถ่ายดาวเทียมข้างต้นยังแสดงให้เห็นบริเวณที่เก็บเชื้อเพลิงของสนามบินอันโทนอฟถูกเผา ทั้งที่จุดดังกล่าวเคยเป็นที่ประจำการของกองกำลังรัสเซียในชานกรุงเคียฟ นอกจากนี้ยังมีภาพของขบวนรถทหารที่อยู่ทางตอนเหนือ จัดวางกำลังใหม่ใกล้เมืองลูเบียงกา (Lubyanka) อีกด้วย
หลายฝ่ายหวั่นเกรงว่าจะมีการระดมโจมตีกรุงเคียฟและเมืองสำคัญต่าง ๆ ครั้งใหญ่ในเร็ววันนี้ ในขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศตุรกี ยังคงไม่ประสบผลสำเร็จ โดยทั้งสองฝ่ายไม่อาจเห็นพ้องกันในเรื่องข้อตกลงหยุดยิงได้
ในช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ (11 มี.ค.) ยังมีรายงานว่ากองทัพรัสเซียเปิดแนวรบใหม่ทางตะวันตกของยูเครนเป็นครั้งแรก โดยมีการโจมตีที่เมืองลุตสก์ (Lutsk) และเมืองอิวาโน-ฟรานคิฟสก์ (Ivano-Frankivsk) ทางตะวันตกเฉียงเหนือ รวมทั้งที่เมืองนีโปร (Dnipro) ริมฝั่งแม่น้ำเนียเปอร์ (Dnieper) ซึ่งอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางตะวันออกของประเทศด้วย
กองทัพยูเครนระบุว่า ฝ่ายรัสเซียใช้การโจมตีระยะไกลที่มีความแม่นยำสูง ยิงขีปนาวุธเข้าใส่สนามบินทหารสองแห่งที่เมืองทางตะวันตกดังกล่าว โดยเมืองเหล่านี้ไม่เคยตกเป็นเป้าการโจมตีโดยตรงของกองทัพรัสเซียมาก่อน ต่างจากกรุงเคียฟและเมืองทางตะวันออกและทางใต้ของยูเครน ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกระดมโจมตีอย่างหนักหน่วงมาโดยตลอด
เมืองลุตสก์และเมืองอิวาโน-ฟรานคิฟสก์ ต่างก็อยู่ใกล้กับเมืองลวีฟ (Lviv) ซึ่งมีชาวยูเครนจำนวนมากอพยพไปพักพิงอยู่ชั่วคราวเพื่อหนีภัยการสู้รบ เนื่องจากเชื่อว่าพื้นที่ทางภาคตะวันตกมีความปลอดภัยมากกว่า
เหตุโจมตีทำให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานทำรองเท้าของเมืองนีโปร ทั้งยังมีการยิงโจมตีที่เฉียดเข้าใกล้โรงเรียนอนุบาลและอาคารที่อยู่อาศัยหลายแห่ง ทางการยูเครนระบุว่า เหตุโจมตีที่เมืองลุตสก์ยังทำลายโรงซ่อมบำรุงเครื่องบินไอพ่นแห่งหนึ่งไปด้วย
ยูเอ็นยอมประชุมฉุกเฉินเรื่องอาวุธชีวภาพตามคำขอรัสเซีย
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เตรียมเปิดการประชุมฉุกเฉินในวันนี้ (11 มี.ค.) ตามที่รัสเซียร้องขอ เพื่อพิจารณาข้อกล่าวหาของรัสเซียที่อ้างว่า สหรัฐฯ ให้ทุนสนับสนุนการพัฒนาอาวุธชีวภาพในยูเครน
ข้อกล่าวหาข้างต้นมีขึ้นหลังจากที่ทางการสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่า รัสเซียอาจใช้อาวุธเคมีหรืออาวุธชีวภาพในสงครามรุกรานยูเครน โดยมีเจตนาจัดฉากสร้างสถานการณ์เพื่อใส่ร้ายฝ่ายตรงข้าม
ด้านโฆษกหญิงของคณะผู้แทนรัฐบาลสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวถึงการเรียกประชุมฉุกเฉินในครั้งนี้ว่า "รัสเซียต้องการลวงโลกอีกครั้ง โดยใช้ที่ประชุมของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เป็นช่องทางแพร่กระจายข่าวบิดเบือน"
ก่อนหน้านี้รัฐบาลยูเครนปฏิเสธอย่างแข็งขันว่า ไม่มีการลักลอบพัฒนาอาวุธเคมีและชีวภาพภายในประเทศอย่างแน่นอน โดยประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ออกมาระบุว่า ข้อกล่าวหาของรัสเซียคือหลักฐานยืนยันว่าพวกเขามีแผนจะใช้อาวุธเคมีกับยูเครนเสียเอง ซึ่งอาจเป็นก๊าซแอมโมเนียหรือระเบิดฟอสฟอรัสก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เตือนให้ยูเครนทำลายเชื้อโรคที่มีอันตรายร้ายแรง ซึ่งอาจมีเก็บอยู่ที่ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ภายในประเทศให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้หลุดลอดออกมาและเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้หากศูนย์วิจัยทางชีววิทยาในยูเครนถูกโจมตี
ยอดสไนเปอร์อันดับโลกรุดช่วยยูเครน
บรรษัทแพร่ภาพและกระจายเสียงแห่งแคนาดาหรือซีบีซี (CBC) รายงานว่า อดีตทหารในกองทัพแคนาดาผู้หนึ่ง ซึ่งมีสมญานามในการรบว่า "วาลิ" (Wali) ได้เดินทางไปยูเครนเพื่อเข้าร่วมต่อสู้ต้านทานกองกำลังรัสเซียแล้ว โดย "วาลิ" นั้นเป็นมือปืนซุ่มยิงหรือสไนเปอร์ที่มีความแม่นยำเป็นอันดับต้นของโลก
รายงานของซีบีซีระบุว่า ก่อนหน้านี้วาลิเคยออกรบร่วมกับกองกำลังชาวเคิร์ดในอิรัก เพื่อต่อต้านกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลามหรือไอเอส ทั้งยังเคยออกรบในสงครามอัฟกานิสถาน ซึ่งเขาสร้างชื่อด้วยการยิงศัตรูที่อยู่ห่างออกไปถึง 3.2 กิโลเมตรเสียชีวิต
วาลิให้สัมภาษณ์กับซีบีซีว่า ขณะนี้เขาสู้รบอยู่ในยูเครนเคียงข้างทหารผ่านศึกชาวแคนาดาอีก 3 รายที่เดินทางไปด้วยกัน "ผมอยากจะช่วยพวกเขา เหตุผลมีอยู่ง่าย ๆ แค่นั้น ผู้คนที่นี่โดนยิงระเบิดใส่เพียงเพราะอยากเป็นชาวยุโรป ไม่ได้อยากเป็นคนรัสเซีย"
ปัจจุบันคาดว่ามีทหารอาสาสมัครจากต่างชาติถึง 20,000 ราย จากหลายสิบประเทศทั่วโลก เดินทางมาช่วยกองกำลังยูเครนต่อสู้กับฝ่ายรัสเซีย
เฟซบุ๊ก-อินสตาแกรม อนุญาตให้ใช้ถ้อยคำรุนแรงได้ชั่วคราว
เมตา (Meta) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม แถลงว่าจะเปลี่ยนกฎเกณฑ์เกี่ยวกับถ้อยคำรุนแรงในหลายประเทศเป็นการชั่วคราว เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ยูเครนถูกรุกราน
เมตาระบุว่าจะยอมให้มีการใช้ถ้อยคำรุนแรงได้ แม้ว่าปกติแล้วจะผิดกฎการใช้งานก็ตาม ตัวอย่างเช่นประโยคที่ว่า "ผู้รุกรานชาวรัสเซียจงตายซะ"
เมตาอนุญาตให้ผู้ใช้สื่อโซเชียลในหลายประเทศ กล่าวถ้อยคำสาปแช่งให้ตายกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ของเบลารุสได้ โดยประเทศที่ได้รับสิทธิพิเศษชั่วคราวดังกล่าวได้แก่ อาร์เมเนีย, อาเซอร์ไบจาน, เอสโตเนีย, จอร์เจีย, ฮังการี, ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, โปแลนด์, โรมาเนีย, สโลวาเกีย รวมทั้งรัสเซียและยูเครนด้วย
นอกจากนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กและอินสตาแกรมในประเทศข้างต้น ยังสามารถกล่าวถ้อยคำที่เรียกร้องให้ใช้ความรุนแรงกับทหารรัสเซียได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เมตาไม่อนุญาตให้เผยแพร่ข้อความที่เรียกร้องการก่อความรุนแรงต่อพลเรือนรัสเซีย
คุณมีคำถาม เราหาคำตอบ: ผลกระทบของสงครามในยูเครนต่อประเทศไทย
บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "วิกฤตยูเครน"
- การคว่ำบาตรคืออะไร ?
- วิถีการทูตจะสยบวิกฤตได้หรือไม่
- นาโตมีบทบาทอย่างไรในปัญหารัสเซีย-ยูเครน
- เขตห้ามบินคืออะไร ทำไมยูเครนจึงร้องขอ
- Swift คืออะไร เศรษฐกิจโลกสะเทือนไหม เมื่อตัดแบงก์รัสเซียออกจากระบบ
- ใครเป็นใครในมหาเศรษฐีรัสเซียที่ตกเป็นเป้าการคว่ำบาตร
- ใครเป็นใครในวงคนใกล้ชิดปูติน พวกเขามีหน้าที่อะไรในแผนบุกยูเครน