รัสเซีย ยูเครน : ยูนิโคล่กลับลำ หลังถูกวิจารณ์หนัก ยุติธุรกิจในรัสเซียชั่วคราว

บริษัทแม่ของยูนิโคล่ตัดสินใจไม่เดินหน้าต่อและระงับการทำธุรกิจในรัสเซีย

ฟาสต์ รีเทลลิง (Fast Retailing) ธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ของญี่ปุ่นระบุว่าบริษัทต้องเผชิญหน้ากับ "ความท้าทายในการดำเนินการ" จาก "สถานการณ์ความขัดแย้งที่เลวร้ายลง" หลังรัสเซียเข้ารุกรานยูเครน

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทระบุว่าจะเดินหน้าเปิดให้บริการร้านค้าในรัสเซียต่อไป เนื่องจากสินค้าประเภทเครื่องแต่งกายเป็น "ของจำเป็นในชีวิต"

ทว่าตอนนี้บริษัทตัดสินใจระงับการให้บริการตามแบรนด์ใหญ่ระดับโลกรายอื่น ๆ

ฟาสต์ รีเทลลิง กล่าวว่า ยูนิโคล่ "ไม่สามารถดำเนินการต่อ" ในรัสเซียได้แม้บริษัทเคยออกมาสัญญาก่อนหน้าว่าจะจัดหาเครื่องนุ่งห่มให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง

"ยูนิโคล่ทำให้สาธารณชนในรัสเซียสามารถเข้าถึงเสื้อผ้าในชีวิตประจำวันได้ในช่วงที่ผ่านมา"

"อย่างไรก็ดี เราต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากมากมายในช่วงที่ผ่านมา ทั้งความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ และสถานการณ์ความขักแย้งที่เลวร้ายลง ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องระงับการให้บริการของเราชั่วคราว"

บริษัทยักษ์ใหญ่นานาชาติต่างถอยหนี

การที่รัสเซียบุกยูเครนนำไปสู่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจขาดใหญ่จากชาติในฝั่งตะวันตก และบริษัทจำนวนมากก็ออกมาระงับการค้าหรือไม่ก็ถอยห่างออกจากรัสเซีย

ล่าสุด 10 มี.ค. ริโอ ทินโต (Rio Tinto) กลายเป็นบริษัทเหมืองแร่รายใหญ่ที่ตัดสัมพันธ์ทางธุรกิจกับรัสเซีย ขณะที่โซนีและนินเทนโดของญี่ปุ่นระงับการส่งสินค้าเครื่องเล่นวิดีโอเกมไปยังรัสเซีย

บริษัทซัพพลายเออร์ผู้ผลิตเครื่องจักรในญี่ปุ่นอย่างฮิตาชิออกมาประกาศหยุดการส่งออกและระงับสายการผลิตเกือบทั้งหมดในรัสเซีย เว้นแค่เพียงโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าที่สำคัญไว้เท่านั้น ซึ่งเป็นการเดินตามรอยบริษัทสัญชาติอเมริกัน ทั้ง แคทเธอร์พิลลาร์(Caterpillar), 3เอ็ม (3M), เดียร์ (Deere) และ ฮันนี่เวลล์ (Honeywell)

"เราพิจารณาหลายส่วนประกอบกันรวมไปถึงสถานการณ์สายการผลิต" โฆษกของฮิตาชิกล่าว สะท้อนแนวทางเดียวกับของบริษัทแคทเธอร์พิลลาร์

หนังสือพิมพ์นิเคอิของญี่ปุ่นรายงานว่าฮิตาชิระงับการดำเนินงานในรัสเซียจากแรงกดดันของรัฐบาลยูเครน

ยักษ์ใหญ่ด้านสื่อบันเทิงอย่างโซนี ซึ่งได้ระงับการฉายภาพยนต์ในรัสเซียไปแล้วก่อนหน้านี้ ยังออกมาชะลอการเปิดตัวเกมแข่งรถใหม่อย่าง "Gran Turismo 7" ด้วย

บริษัทด้านอาหารและสินค้าในชีวิตประจำวันทั้ง เนสท์เล่, มอนเดลีซ, พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล และยูนิลีเวอร์ ได้ระงับการลงทุนในรัสเซียไปแล้ว แต่ชี้ว่าจะยังเดินหน้าจัดจำหน่ายสินค้าที่จำเป็นแก่ผู้บริโภคต่อไป

ฟาสต์ฟู้ดชะลอตัว

แมคโดนัลด์ แถลงเมื่อ 8 มี.ค.ว่าบริษัทจะปิดร้านชั่วคราวทั้ง 847 สาขาในรัสเซีย

ยักษ์ใหญ่ในวงการฟาสต์ฟู้ดกล่าวว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ซึ่งรวมไปถึงการจ่ายค่าแรงให้กับพนักงานในร้านอาหารในรัสเซียทั้ง 62,000 คนต่อไป คิดเป็นค่าใช้จ่ายราว 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (1,650 ล้านบาท) ต่อเดือน

"นี่เป็นสถานการณ์ที่ท้าทายและซับซ้อนสำหรับบริษัทระดับโลกอย่างเรา" เควิน โอซาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินกล่าว

บริษัทค้าปลีกด้านอาหารสัญชาติอเมริกันจำนวนมากทั้งสตาร์บัคส์, เป๊ปซี่โค และ โคคา-โคล่า ออกมาแถลงว่าพวกเขาจะหยุดธุรกิจบางส่วนหรือทั้งหมดในรัสเซียหลังจากที่ยูเครนที่รุกราน

รัสเซียขู่จะยึดเป็นของรัฐ

หนังสือพิมพ์ Izvestia รายงานว่ารัฐบาลรัสเซียได้รวบรวมรายชื่อของ 60 บริษัทต่างชาติที่อาจถูกเปลี่ยนเข้ามาเป็นทรัพย์สินสาธารณะของรัฐ (nationalisation) เพื่อตอบโต้กับมาตรการระงับการให้บริการของบริษัทเอกชนเหล่านั้น

หนังสือพิมพ์ดังกล่าวระบุว่าบริษัทเหล่านี้ที่รวมไปถึง แอปเปิล, อิเกีย, ไมโครซอฟท์, ไอบีเอ็ม, เชลล์, แมคโดนัลด์, ปอร์เช่ หรือ พอร์ช (Porsche), โตโยต้า และ เอชแอนด์เอ็ม อาจถูกยึดทรัพย์ และมีการนำ "ทีมบริหารภายนอก" เข้ามา

เป็นเรื่องไม่แน่ชัดว่าบริษัทที่ถูกโอนเข้ามาเป็นของรัฐจะสามารถขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเหล่านั้นได้อย่างไร

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "วิกฤตยูเครน"