สหรัฐฯ ไม่พอใจรัสเซียยิงขีปนาวุธทำลายดาวเทียม หวั่นเศษซากพุ่งชนสถานีอวกาศนานาชาติ

สถานีอวกาศนานาชาติ

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, สถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station - ISS )

นายเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงประณามการกระทำของรัสเซีย ซึ่งได้ทดสอบยิงขีปนาวุธทำลายดาวเทียม จนเกิดเศษซากชิ้นส่วนจำนวนหลายแสนชิ้นโคจรไปรอบโลกด้วยความเร็วสูงว่า การกระทำดังกล่าว "เป็นอันตรายและไร้ความรับผิดชอบ" เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อดาวเทียมอื่น ๆ รวมทั้งสถานีอวกาศนานาชาติได้

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (15 พ.ย.) โดยรัสเซียได้ยิงขีปนาวุธจากพื้นโลก ตรงขึ้นไปทำลายดาวเทียมจารกรรม Kosmos-1408 ของรัสเซียเอง เป็นเหตุให้เกิดซากชิ้นส่วนของอุปกรณ์ที่ถูกทำลาย พุ่งกระจายออกไปในอวกาศหลายแสนชิ้น ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีเศษซากชิ้นส่วนที่สามารถติดตามวิถีโคจรได้ราว 1,500 ชิ้นเท่านั้น

วงโคจรของบรรดาขยะอวกาศความเร็วสูงเหล่านี้ อยู่ใกล้กับตำแหน่งของสถานีอวกาศนานาชาติที่ 420 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายใหญ่หลวงให้กับโครงสร้างของสถานีได้ ทำให้เหล่านักบินอวกาศ 7 คนที่ประจำการบนสถานีอวกาศนานาชาติในขณะนี้ ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันภัยฉุกเฉิน โดยเข้าไปหลบอยู่ชั่วคราวในยานแคปซูลโซยุซ (Soyuz) ซึ่งเป็นกระสวยอวกาศที่ใช้เดินทางไปกลับระหว่างโลกและสถานีอวกาศอยู่เป็นประจำ จนกว่ากลุ่มของซากชิ้นส่วนที่อาจเป็นอันตรายจะผ่านเลยไป

ขยะอวกาศ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพจำลองขยะอวกาศจำนวนมาก ซึ่งล้วนเป็นเศษซากจากสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์

ทีมนักบินอวกาศนานาชาติที่ต้องหลบภัยฉุกเฉิน ประกอบไปด้วยชาวอเมริกัน 4 คน ชาวเยอรมัน 1 คน และนักบินอวกาศของรัสเซียเองอีก 2 คน ซึ่งทำให้นายบิล เนลสัน ผู้บริหารขององค์การนาซากล่าวตำหนิว่า "คิดไม่ถึงเลยว่าชาติที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในด้านการบินอวกาศอย่างรัสเซีย จะทำให้เหล่านักบินอวกาศชาติต่าง ๆ ต้องเสี่ยงอันตราย ซึ่งก็รวมถึงคนของตนเองและชาวจีนในสถานีอวกาศของจีนด้วย"

อย่างไรก็ตาม องค์การอวกาศของรัสเซียหรือ Roscosmos ได้ออกมาแถลงตอบโต้ว่า เศษชิ้นส่วนจากการยิงขีปนาวุธทำลายดาวเทียมนั้น มีทิศทางการเคลื่อนที่ถอยออกห่างจากวงโคจรของสถานีอวกาศนานาชาติ และอันที่จริงสถานีก็อยู่ในเขตวงโคจรที่ปลอดภัยหรือ "กรีนโซน" อยู่แล้ว

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังระบุว่า การกระทำของรัสเซียชี้ว่าคำกล่าวอ้างเรื่องคัดค้านการติดอาวุธในห้วงอวกาศของรัสเซียนั้น เสแสร้งและไม่จริงใจอย่างยิ่ง ซึ่งสหรัฐฯ จะร่วมมือกับหุ้นส่วนและพันธมิตรชาติต่าง ๆ เพื่อตอบโต้การกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบของรัสเซียต่อไป

ทั้งนี้ เศษชิ้นส่วนจากซากขีปนาวุธและดาวเทียมที่ถูกยิงทำลาย จะยังคงโคจรอยู่ในห้วงอวกาศและเป็นภัยคุกคามต่อดาวเทียมอื่น ๆ รวมทั้งสถานีอวกาศนานาชาติไปอีกนานหลายปี โดยบางส่วนอาจพุ่งตกลงทำอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนบนพื้นโลกด้วย ส่วนประเทศที่มีศักยภาพในการยิงขีปนาวุธทำลายดาวเทียมจากพื้นโลกโดยตรง ปัจจุบันมีเพียงสหรัฐฯ รัสเซีย จีน และอินเดีย เท่านั้น