ชายชาวอินเดียที่ใช้งูเห่าสังหารภรรยาตัวเอง ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

เมื่อเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว สุรัจ คูมาร์ ชายอินเดียวัย 28 ปี ซื้องูเห่าอินเดีย หรืองูเห่าแว่น (​​spectacled cobra) ซึ่งเป็นงูพิษร้ายแรงที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง ด้วยเงิน 7,000 รูปี หรือราว 3,000 บาท

การซื้อขายงูเป็นเรื่องผิดกฎหมายในอินเดีย เขาจึงต้องไปแอบซื้อมาจากคนจับงูชื่อ สุเรช คูมาร์ จากรัฐเกรละทางตอนใต้ของอินเดีย

13 วันให้หลัง สุรัจเดินทางไปบ้านพ่อตาแม่ยายซึ่ง อุตรา ภรรยาของเขากำลังพักรักษาตัวอยู่หลังโดนงูแมวเซา (Russell's viper) กัด

งูแมวเซา เป็นสาเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตในอินเดียหลายพันรายต่อปี เธอถูกงูชนิดนี้กัดเข้าที่ขาขณะอยู่บ้าน อุตราต้องเข้ารับการผ่าตัด 3 ครั้งระหว่างอยู่โรงพยาบาลนาน 52 วัน

ตำรวจสืบสวนบอกว่า ในคืนวันที่ 6 พ.ค. 2563 ระหว่างที่อุตรากลับมาพักฟื้นต่อที่บ้าน สุรัจเอาน้ำส้มผสมยาสลบให้เธอกิน ก่อนจะเอางูเห่ายาว 152 เซนติเมตรไปวางบนตัวภรรยาที่กำลังหลับอยู่ หลังจากงูเลื้อยหนีไป สุรัจจึงต้องจับมันตรงแผ่นหนังบริเวณคอ หรือที่เรียกกันว่า แม่เบี้ย แล้วเอางูไปจ่อใกล้แขนซ้ายภรรยา

ในที่สุด งูเห่าก็กัดเข้าที่แขนอุตราถึง 2 ครั้ง ก่อนจะเลื้อยไปอยู่บนชั้นวางของในห้องนอนตลอดคืน หลังจากนั้น สุรัจก็เอาแก้วน้ำส้มไปล้าง ทำลายไม้ที่เขาใช้หยิบงู และก็ลบประวัติการโทรเข้า-ออกในมือถือของตัวเองทั้งหมด

เช้าวันต่อมา แม่ของอุตราบอกตำรวจว่าเจอลูกสาวนอนอ้าปากอยู่บนเตียงโดยแขนซ้ายห้อยลง โดยมีสุรัจอยู่ในห้องด้วย

เมื่อแม่ของอุตราถามว่าทำไมไม่เช็คดูว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า สุรัจบอกว่าไม่อยากจะรบกวนภรรยาที่กำลังนอนอยู่

ครอบครัวอุตรารีบพาเธอไปโรงพยาบาลแต่ก็สายไปแล้ว แพทย์บอกว่าเธอเสียชีวิตเพราะโดนวางยาพิษ ผลการชันสูตรศพพบว่าร่างกายเธอมีพิษงูเห่าและยาสลบอยู่ พิษงูเห่าสามารถทำให้คนเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเข้าไปทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานไม่ได้

ตำรวจจับกุมสุรัจเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2563 ฐานอาจเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตปริศนาของภรรยา และการพิจารณาคดีก็เริ่มต้นขึ้นหลังจากการสืบสวนนาน 78 วัน มีเอกสารข้อกล่าวหายาวกว่า 1,000 หน้า มีพยานมาให้การในศาลมากกว่า 90 คน รวมถึงแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลานด้วย

ฝ่ายอัยการใช้หลักฐานจากประวัติการโทรศัพท์ และการใช้อินเทอร์เน็ตของสุรัจ รวมถึงซากงูเห่าที่ขุดมาจากสนามหลังบ้าน ยาสลบที่พบในรถของครอบครัว นอกจากนี้ยังมีหลักฐานด้วยว่าเขาเป็นคนซื้องูแมวเซาที่กัดภรรยาในครั้งแรก

สุเรชให้การสารภาพว่าเขาขายงูให้สุรัจ ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลานบอกว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่งูเห่าจะเลื้อยเข้ามาในห้องนอนทางหน้าต่างที่ยกสูงขึ้น มีการจำลองฉากฆาตกรรมขึ้นมาใหม่ โดยใช้งูเห่าจริง คนจับงู และเอาเนื้อไก่ไปพันติดไว้กับหุ่นแทนเหยื่อ ผลการทดสอบออกมาว่า ระยะห่างของรอยกัดตรงกันกับที่พบบนร่างของอุตรา

ตำรวจสืบสวนพบว่า การใช้งูเห่าเป็นความพยายามครั้งที่ 3 ในรอบ 4 เดือนของสุรัจในการฆ่าภรรยา

เมื่อเดือน ก.พ. 2563 สุรัจซึ่งทำงานที่ธนาคารท้องถิ่น ไปซื้องูแมวเซามาจากสุเรชด้วยเงิน 10,000 รูปี หรือกว่า 4,400 บาท

วันที่ 27 ก.พ. สุรัจเอางูไปปล่อยไว้ในบ้าน และแกล้งบอกให้อุตราไปหยิบมือถือให้ แต่เธอไปเจอมันเข้าก่อนจะถูกฉก จึงร้องบอกให้แม่เรียกตำรวจมา หลังจากนั้น สุรัจก็ใช้ไม้หยิบงูมาเก็บไว้ เขาพยายามอีกครัังในวันที่ 2 มี.ค. คราวนี้วางยาสลบในขนมของภรรยาก่อน แล้วจึงปล่อยงูเข้าไปในห้องที่เธอนอนหลับอยู่

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น อุตราตื่นมาพร้อมกับตะโกนด้วยความเจ็บปวด แล้วสุรัจก็เอางูโยนออกนอกหน้าต่างไป พ่อของอุตราบอกว่า พวกเขาไม่ได้เคลือบแคลงสงสัยอะไรเพราะกรณีคนถูกงูกัดถือเป็นเรื่องปกติในรัฐเกรละ (ที่อินเดีย มีคนโดนงูกัดเสียชีวิตราว 6 หมื่นรายทุกปี)

ขณะที่ภรรยารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล สุรัจก็ยังค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องการจับงูและพิษงู นอกจากนี้ เขายังขอให้สุเรชติดต่อเขาด้วยหากว่าสามารถจับงูพิษได้อีก ตำรวจสืบสวนบอกว่าสุรัจเริ่มวางแผนฆ่าภรรยาหลังเธอคลอดลูกชายในปี 2019

พ่อของสุรัจเป็นคนขับรถสามล้อ ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน

2 ปีที่แล้ว เขาแต่งงานกับอุตราผ่านการช่วยเหลือของนายหน้าช่วยหาคู่แต่งงาน สินสอดที่เขาได้จากพ่อแม่ของอุตรามีทอง 768 กรัม รถยนต์ซูซูกิ และเงินสด 4 แสนรูปี หรือกว่า 1.7 แสนบาท นอกจากนี้ เขายังได้เงินเดือนละ 8,000 รูปี หรือกว่า 3,500 บาท "เพื่อไว้ดูแลลูกสาวของพวกเขา" ซึ่งมีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ด้วย

ตำรวจสืบสวนบอกว่า สุรัจคอยไปคุกคามขอเงินจากพ่อแม่ฝ่ายหญิงเพิ่มเพื่อจะเอาต่อเติมบ้านให้ดีขึ้นและเอาไปเป็นทุนการศึกษาสำหรับน้องสาวตัวเอง

"เขามุ่งมั่นที่จะฆ่าเธอ เอาเงินของเธอ แล้วก็ไปแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน เขาวางแผนทุกอย่างไว้อย่างพิถีพิถัน และก็ทำสำเร็จในการพยายามครั้งที่ 3" อาปุคัตตัน อาโชก หัวหน้าตำรวจสืบสวนในคดีนี้ กล่าว

โมฮันราจ โกปาลาริชนัน อัยการในคดีนี้บอกว่า ตอนศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต 2 โทษซ้อนซึ่งเป็นการตัดสินโทษที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย (double-life sentence) สุรัจไม่ได้แสดงท่าทีเสียใจแต่อย่างใด

"นี่เป็นหลักไมล์สำคัญของการสืบสวนของตำรวจในอินเดียที่อัยการสามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าสัตว์ถูกใช้เป็นอาวุธในการฆาตกรรม"