You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
รู้จัก "โนวีชอก" สารพิษทำลายประสาทที่ใช้วางยาอดีตสายลับรัสเซีย
เมื่อเดือน มี.ค. ปี 2018 อดีตนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของสหราชอาณาจักร ได้เผยต่อที่ประชุมสภาสามัญชนว่า กรณีที่นายเซอร์เก สกริปาล อดีตสายลับรัสเซียและบุตรสาวถูกลอบทำร้ายด้วยสารพิษนั้น ผลการตรวจสอบชี้ว่าสารเคมีดังกล่าวคือสารพิษทำลายประสาทกลุ่ม "โนวีชอก" (Novichok) ที่คิดค้นโดยสหภาพโซเวียต ซึ่งปกติแล้วจะถูกนำไปใช้เป็นอาวุธเคมี
การที่สารพิษดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับรัสเซีย ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้บงการใช้สารพิษลอบสังหารอดีตสายลับจะเป็นทางการรัสเซียเอง ซึ่งรัฐบาลสหราชอาณาจักรกำลังเรียกร้องให้รัสเซียชี้แจงภายในวันที่ 13 มี.ค. มิฉะนั้นจะถือว่ารัสเซียได้ "ใช้กำลังโดยผิดกฎหมาย" ในดินแดนของอังกฤษ ซึ่งทำให้ชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์จำนวนมากต้องตกอยู่ในอันตรายไปด้วย
ชื่อของสารพิษทำลายประสาท "โนวีชอก" มีความหมายว่า "ผู้มาใหม่" หรือ "เด็กใหม่" ในภาษารัสเซีย เป็นสารพิษกลุ่มที่พัฒนาขึ้นระหว่างช่วงทศวรรษ 1970-1980 เพื่อใช้งานเป็นอาวุธเคมี "รุ่นที่ 4"
ในปี 1999 เจ้าหน้าที่จากสหรัฐฯได้ค้นพบสารพิษนี้จำนวนหนึ่งในอุซเบกิสถาน ขณะเข้าตรวจสอบและทำลายโรงงานผลิตอาวุธเคมีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของสหภาพโซเวียต ทำให้พบว่าสารพิษกลุ่มโนวีชอกนั้นได้รับการออกแบบคิดค้นมาเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติตรวจพบร่องรอยได้โดยง่าย
สารพิษตัวหนึ่งในกลุ่มนี้คือโนวีชอก เอ-230 (Novichok-A-230) มีความเป็นพิษรุนแรงยิ่งกว่าก๊าซพิษซารินและสารพิษทำลายประสาทวีเอ็กซ์ (VX nerve agent) ที่ใช้ลอบสังหารพี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือราว 5-8 เท่า ทั้งยังเป็นสารเคมีที่ซับซ้อนยากต่อการพิสูจน์บ่งชี้หลังการใช้งานว่าเป็นสารชนิดใดกันแน่อีกด้วย
มีรายงานว่ารัสเซียได้ผลิตสารพิษโนวีชอก เอ-230 ในรูปแบบใหม่ออกมาอีก 2-3 ชนิดด้วยกัน โดยหนึ่งในจำนวนนั้นกองทัพรัสเซียได้อนุมัติให้ใช้งานเป็นอาวุธเคมีได้แล้ว
แม้สารพิษทำลายประสาทโนวีชอกส่วนใหญ่จะเป็นของเหลว แต่ก็มีบางชนิดที่อยู่ในรูปของแข็งและสามารถแปรรูปเป็นผงละเอียดเพื่อใช้โปรยหรือแพร่กระจายในอากาศได้ บางประเภทอยู่ในรูปของสารตั้งต้น 2 ชนิดที่มีพิษไม่ร้ายแรงนัก แต่เมื่อผสมกันเข้าก็จะทำปฏิกิริยากลายเป็นสารทำลายประสาทที่มีอันตรายถึงชีวิตในทันที ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้คนร้ายพกพาและซุกซ่อนอาวุธเคมีได้โดยสะดวก
ศาสตราจารย์แกรี่ สตีเฟนส์ ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเรดดิงของสหราชอาณาจักรชี้ว่า "ผู้ลงมือลอบสังหารเจาะจงใช้วิธีการนี้ เพราะสารตั้งต้น 2 ชนิดนั้นเป็นสารเคมีที่ไม่อยู่ในบัญชีต้องห้าม ทำให้แจกจ่ายเคลื่อนย้ายได้ง่าย ทั้งยังไม่เป็นอันตรายต่อตัวผู้นำส่งและพกพาอีกด้วย"
ทำอย่างไรเมื่อถูกสารพิษ ?
หากสารพิษโนวีชอกสัมผัสผิวหนังหรือมีการสูดดมเข้าไปในร่างกาย เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจะมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 30 วินาที - 2 นาที แต่ถ้าสัมผัสกับสารชนิดที่เป็นผงแป้ง อาการของพิษที่เป็นระบบอาจเกิดขึ้นช้ากว่า โดยในบางรายผู้ป่วยแสดงอาการหลังสัมผัสกับสารพิษไปแล้วถึง 18 ชั่วโมง
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าอาการของพิษจากสารกลุ่มโนวีชอกนั้น น่าจะเหมือนกับสารพิษทำลายประสาททั่วไป ซึ่งสารเคมีจะไปปิดกั้นการสื่อสารระหว่างระบบประสาทกับกล้ามเนื้อ ทำให้ระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายล้มเหลว รูม่านตาหดเล็ก ชักกระตุก น้ำลายยืด รวมทั้งเกิดอาการขั้นโคม่าเช่นระบบการหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตในที่สุด
อย่างไรก็ตาม สารพิษในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะทำให้หัวใจเต้นช้าลงและทางเดินหายใจถูกปิดกั้น จนเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตจากการขาดอากาศ สารกลุ่มโนวีชอกบางตัวยังถูกคิดค้นมาให้มีฤทธิ์ต้านทานยาแก้พิษที่ใช้กับสารทำลายประสาทตัวอื่น ๆ อีกด้วย
สำหรับการปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่ถูกสารพิษนี้ เจ้าหน้าที่ซึ่งสวมเครื่องป้องกันจะถอดเสื้อผ้าของผู้ป่วยออก แล้วชำระล้างร่างกายด้วยสบู่และน้ำรวมทั้งล้างตาของผู้ป่วยด้วยน้ำเปล่า ก่อนที่จะให้ออกซิเจนช่วยหายใจต่อไป
เกิดอะไรขึ้นหากร่างกายได้รับสารพิษทำลายประสาท ?
สมอง: ชักกระตุก หมดสติ และมีอาการโคม่า
ตา: รูม่านตาหดเล็กลง
ปอด: หายใจเป็นเสียงหวีดแหลม หายใจไม่ออก มีการหลั่งของเหลวในปอดมาก
หัวใจ: ความดันโลหิตสูงและหัวใจเต้นเร็วในตอนแรก แต่ภายหลังความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจจะลดต่ำลง
ระบบทางเดินอาหาร: คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง
ผิวหนัง: เหงื่อออกมาก
การเสียชีวิต: ผู้ได้รับสารพิษจะเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจหรือภาวะหัวใจหยุดเต้น (Cardiac arrest)