ความเหลื่อมล้ำทำให้คนก่อเหตุจลาจลได้เสมอ โดยไม่เกี่ยงชนชั้น อุปนิสัย หรือการศึกษา

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนมีพฤติกรรมต่อต้านสังคมแบบรวมหมู่ อย่างเช่นการลุกฮือขึ้นก่อเหตุจลาจล หรือบุกปล้นสะดมทำลายทรัพย์สินสาธารณะ ?

ทีมนักจิตวิทยาจากยูนิเวอร์ซิตี คอลเลจ ลอนดอน (UCL) ได้ทำการทดลองเพื่อค้นหาคำตอบในเรื่องดังกล่าว และพบว่าสาเหตุสำคัญที่เป็นปัจจัยหลักซึ่งผลักดันให้ผู้คนรวมกลุ่มกันใช้ความรุนแรง ได้แก่ความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมทางสังคมที่พวกเขามองว่าเป็นความอยุติธรรมที่ได้ประสบร่วมกัน

รายงานวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the Royal Society B: Biological Sciences ของราชสมาคมแห่งกรุงลอนดอน โดยศาสตราจารย์ แดเนียล ซี. ริชาร์ดสัน ผู้นำทีมวิจัยอธิบายว่า

"ในทางจิตวิทยาแล้ว การที่ฝูงชนร่วมกันก่อเหตุจลาจลจัดเป็นพฤติกรรมแบบทำร้ายตนเองอย่างหนึ่ง เพราะจะมีการเอาตนเองเข้าเสี่ยงอันตราย เช่นอาจได้รับบาดเจ็บหรือถูกจับกุม โดยแทบจะไม่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการกระทำเช่นนี้เลย"

ศ. ริชาร์ดสันยังบอกว่า การศึกษาทางจิตวิทยาในอดีตให้คำอธิบายถึงพฤติกรรมต่อต้านสังคมแบบรวมหมู่ไว้ 3 แนวทางด้วยกัน โดยแนวคิดแรกเชื่อว่าผู้ก่อเหตุจลาจลมีอุปนิสัยชอบใช้ความรุนแรง หรือที่เรียกว่ามี "สันดานอาชญากร" อยู่ในตัว แนวคิดที่สองเชื่อว่าอัตลักษณ์ทางสังคม (social identity) หรือภูมิหลังและการนิยามตัวตนที่ผู้ก่อเหตุจลาจลมีร่วมกัน เป็นสิ่งผลักดันให้พวกเขาลุกฮือขึ้นก่อเหตุรุนแรง

ส่วนแนวคิดที่สามนั้นมองว่า การรวมกลุ่มลักษณะนี้มาจากการรับรู้ถึงความขาดแคลนเชิงสัมพัทธ์ (relative deprivation) ซึ่งผู้คนกลุ่มหนึ่งมองเห็นช่องว่างจากการเปรียบเทียบระหว่างสิ่งที่พวกเขามี กับสิ่งที่ขาดแคลนแต่รู้สึกว่าตนเองสมควรจะได้รับ ทำให้เกิดการรวมกลุ่มใช้ความรุนแรง โดยผู้เข้าร่วมไม่จำเป็นต้องอยู่ในกลุ่มสังคมหรือมีอัตลักษณ์แบบเดียวกันเลยก็ได้

มีการทดลอง 19 ครั้งกับอาสาสมัคร 171 คน โดยแบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็นสองกลุ่มด้วยวิธีการสุ่ม แล้วให้แข่งขันกันเล่นเกมสร้างสวนสาธารณะในคอมพิวเตอร์ แต่ในระหว่างการแข่งขันผู้วิจัยจะเข้าแทรกแซง โดยช่วยโกงให้ทีมหนึ่งเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่เสมอ

ผลปรากฏว่าเมื่อสมาชิกของทีมที่ถูกโกงสังเกตเห็นความอยุติธรรมนี้ ต่างก็เริ่มเข้าไปรื้อทำลายสวนของฝ่ายตรงข้าม ทั้งที่การกระทำดังกล่าวยิ่งทำให้พวกเขาเสียเปรียบมากขึ้น เพราะต้องใช้เวลาสร้างสวนของตนเองนานขึ้นเป็นสองเท่า

ในการทดลองครั้งนี้ ทีมผู้วิจัยพบว่าการมีภูมิหลังเป็นสมาชิกของกลุ่มทางสังคมหรือการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง รวมทั้งอัตลักษณ์ส่วนบุคคล ไม่ได้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจร่วมกันใช้ความรุนแรงระหว่างสมาชิกในทีมแต่อย่างใด

"พฤติกรรมต่อต้านสังคมแบบรวมหมู่สามารถเกิดขึ้นได้ แม้ผู้ก่อเหตุรุนแรงแทบจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันในแง่ของภูมิหลังหรืออัตลักษณ์ทางสังคมเลยก็ตาม ผลการทดลองนี้จึงสนับสนุนแนวคิดที่ว่า การรับรู้ถึงความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมเป็นสาเหตุหลักของการก่อจลาจล ไม่ใช่เพราะอุปนิสัยที่เป็นอาชญากรของผู้ก่อเหตุ อย่างที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐมักเข้าใจกัน ซึ่งก็จะทำให้แก้ปัญหาความรุนแรงในการชุมนุมประท้วงไม่ได้ผล" ศ. ริชาร์ดสันกล่าวสรุป