กัมพูชา : หนุ่มออทิสติกวัย 16 ถูกจับฐานโพสต์ข้อความหมิ่นผู้นำพรรคฮุน เซน

ที่มาของภาพ, Prum Chantha
- Author, เมค ดารา และ จอร์จ ไรท์
- Role, บีบีซี นิวส์
เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา วัยรุ่นที่มีภาวะออทิสซึมคนหนึ่งถูกจับกุมฐานเขียนข้อความทางแอปพลิเคชันเทเลแกรมที่ถูกกล่าวหาว่ามีเนื้อหาหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่พรรครัฐบาลกัมพูชา
นายกั๊ก โสวรรณ ฉาย วัย 16 ปี ถูกจองจำและยังไม่ได้พบหน้าครอบครัวนับแต่นั้น บรรดาผู้เชี่ยวชาญขององค์การสหประชาชาติต่างแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อคดีนี้ พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัวเขา
นายโสวรรณ ฉาย มีภาวะออทิสซึม โดยครอบครัวระบุว่า เขาแทบไม่พูดเลยจนกระทั่งอายุได้ 9 ขวบ เมื่อเข้าโรงเรียนเขามักถูกเพื่อนล้อ และต้องใช้เวลาพักเที่ยงอยู่ตามลำพัง เก็บกวาดขยะที่สนามเด็กเล่นเพื่อฆ่าเวลา
"เวลาเขาคุยกับเรา เขาจะพูดแค่คำสองคำ" นางปรุม จันทา แม่ของนายโสวรรณ ฉาย ซึ่งเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนกล่าว
"พอถึงเวลาอาหาร เขาจะลงมาแล้วกลับขึ้นห้องทันที"
แม้เป็นเด็กหนุ่มที่พูดไม่เก่ง แต่โสวรรณ ฉาย ได้พัฒณาความหลงใหลเรื่องการเมืองและประวัติศาสตร์ของกัมพูชา ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ตกทอดมาในตระกูลของเขา

ที่มาของภาพ, Prum Chantha
พ่อของเขาคือ กั๊ก กมเพียร์ ปัจจุบันถูกจำคุกอยู่ โดยก่อนก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นสมาชิกระดับสูงของพรรคกู้ชาติกัมพูชา (The Cambodia National Rescue Party หรือ CNRP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ถูกทางการกัมพูชาประกาศให้เป็นพรรคการเมืองผิดกฎหมาย และนายโสวรรณ ฉาย มักติดสอยห้อยตามพ่อของเขาไปร่วมกิจกรรมการเมืองของพรรคอยู่เสมอ
ความสนใจดังกล่าวดูได้จากในห้องนอนของนายโสวรรณ ฉาย ที่ถูกประดับไปด้วยธงของพรรค CNRP และภาพของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเขมร
ทว่าตอนนี้ ห้องนอนของเด็กวัย 16 ปีคนนี้คือคุกแคบ ๆ ที่เขาต้องอยู่ร่วมกับนักโทษอื่นอีกราว 20 คน และนับตั้งแต่ถูกจับกุมเขาก็ไม่ได้เห็นหน้าครอบครัวมาร่วม 3 เดือนแล้ว
นายโสวรรณ ฉาย ถูกจับกุมหลังจากมีปากเสียงกับผู้ใช้แอปพลิเคชันเทเลแกรมในห้องสนทนาหนึ่ง ไม่แน่ชัดว่าเนื้อหาการพูดคุยเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร แต่นางจันทา แม่ของเขาบอกว่าลูกชายพิมพ์ข้อความตอบโต้อย่างไม่พอใจกับผู้สนับสนุนพรรครัฐบาลคนหนึ่งที่เรียกนายกั๊ก กมเพียร์ สามีของเธอว่า "กบฏ"
ทนายความของนายโสวรรณ ฉาย ระบุว่า ชายคนดังกล่าวซึ่งเป็นชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในแคนาดา ได้ส่งข้อความที่ตอบโต้กันไปให้ทางการกัมพูชา
นางจันทาเล่าว่า ราวหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ก็มีตำรวจราว 20 นายเข้าปิดล้อมบ้านพักของครอบครัวพร้อมอาวุธปืนอาก้า เจ้าหน้าที่ 6 นายได้บุกเข้าไปในบ้านโดยไม่มีหมายจับ แล้วจับนายโสวรรณ ฉายใส่กุญแจมือ จากนั้นก็ลากตัวเขาขึ้นรถที่จอดรออยู่
เด็กหนุ่มวัย 16 ปี ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทผู้นำรัฐบาล เขาถูกตั้งข้อหาปลุกปั่น และหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่รัฐ และเผชิญโทษจำคุก 2 ปี
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายโสวรรณ ฉายถูกจับกุม
เมื่อเดือน ต.ค.ปีก่อน เขาถูกตำรวจจับกุมหลังจากปีนเข้าไปในสำนักงานใหญ่พรรค CNRP ที่ถูกทิ้งร้าง เพื่อเก็บธงของพรรคมาประดับห้องนอน เขาได้รับการปล่อยตัวในอีก 2 วันถัดมา หลังจากช่องเฟรช นิวส์ (Fresh News) ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลได้เผยแพร่ "คำรับสารภาพ" ที่นายโสวรรณ ฉายกล่าวขอคำขอโทษที่ "ก่อให้เกิดความวุ่นวาย"
จากนั้นในเดือน เม.ย. นายโสวรรณ ฉายได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการกะโหลกศีรษะแตก หลังจากชาย 2 คน บนรถจักรยานยนต์ ใช้ก้อนอิฐทุบหัวเขา ตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้ แต่การก่อเหตุแบบนี้มีลักษณะเดียวกับการทำร้ายผู้สนับสนุนฝ่ายค้านรายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

ที่มาของภาพ, Prum Chantha
พ่อของนายโสวรรณ ฉาย เป็นหนึ่งในสมาชิกฝ่ายค้านกว่า 150 คนที่ถูกพิจารณาคดีในทางลับด้วยข้อกล่าวหาว่าวางแผนโค่นล้มพรรครัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรีฮุน เซน หนึ่งในผู้นำที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดในโลก
ในช่วง 36 ปีที่อยู่ในอำนาจ นายฮุน เซน ได้ดำเนินมาตรการปราบปรามกลุ่มผู้เห็นต่างทุกรูปแบบ และสั่งจำคุกกลุ่มผู้ต่อต้านเขา โดยพรรค CNRP ถูกประกาศให้เป็นพรรคการเมืองนอกกฎหมายเมื่อปี 2017 ซึ่งทำให้กัมพูชากลายเป็นรัฐที่ปกครองโดยพรรคการเมืองเดียว
นางจันทา ซึ่งออกมาประท้วงเพื่อเรียกร้องให้ทางการกัมพูชาปล่อยตัวกลุ่มนักการเมืองฝ่ายค้านแบบสามีของเธอ เชื่อว่าลูกชายกำลังถูกมุ่งเป้าเล่นงานจากการที่พ่อแม่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรครัฐบาล
"ตอนนี้ฉันเสียทั้งเสาหลักของครอบครัวและลูกชาย...พวกเขาต้องการทำลายขวัญกำลังใจ และต้องการเชือดไก่ให้ลิงดู พวกเขาต้องการแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครมาทำอะไรได้ และหากใครกล้าแตะพวกเขา ก็จะต้องมีจุดจบแบบฉัน"
"แต่ฉันยังกล้าพูด แสดงความเห็น และประท้วงต่อไป" นางจันทา กล่าว
บีบีซีได้ติดต่อไปยังโฆษกกระทรวงยุติธรรมของกัมพูชาเพื่อขอความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ
แต่โฆษกตำรวจกรุงพนมเปญได้ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ข่าว Voice of Democracy เมื่อเดือน มิ.ย. ว่า การจับกุมและควบคุมตัวนายโสวรรณ ฉาย เป็นไปตามกฎหมาย
"ถ้าไม่มีการยุยงปลุกปั่นหรือหมิ่นประมาท ก็จะไม่มีใครจับกุมเขา ไม่อย่างนั้นผู้คนก็คงถูกจับกุมกันหมดแล้ว" โฆษกตำรวจกล่าว
อย่างไรก็ตาม นายจักร โสเพียบ ผู้อำนวยการศูนย์เพื่อสิทธิมนุษยชนของกัมพูชา ระบุว่า กรณีของนายโสวรรณ ฉาย แสดงให้เห็นถึง "การล่าแม่มด" ต่อสมาชิกฝ่ายค้าน และกลุ่มผู้สนับสนุน ตลอดจนญาติพี่น้องของพวกเขา "ที่ดูเหมือนจะไม่มีขอบเขต"
"กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า [รัฐบาล] ยอมทำทุกอย่างเพื่อปราบปรามการเห็นต่างและการวิจารณ์ทุกรูปแบบ เพื่อให้ได้กุมอำนาจต่อไป แม้ว่ามันจะหมายถึงการจำคุกเด็กผู้ทุพพลภาพ โดยไม่แยแสต่อสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างสิ้นเชิง"
นางมู ซกฮัว รองหัวหน้าพรรค CNRP ซึ่งลี้ภัยอยู่ในสหรัฐฯ ระบุว่า คดีของนายโสวรรณ ฉาย สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกไม่มั่นคงของพรรครัฐบาล โดยเฉพาะนายฮุน เซน
"ดิฉันคิดว่านี่คือคนที่ไม่มีความมั่นคงทางอารมณ์และทางจิตใจอย่างยิ่ง ซึ่งมันเป็นปัญหาของจอมเผด็จการทั้งหลาย" เธอกล่าว

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
นายสม โสกง ทนายความของโสวรรณ ฉาย เป็นเพียงคนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมวัยรุ่นรายนี้
"เขานอนไม่หลับ เขาจึงนั่งร้องเพลงทุกคืน และทำให้ผู้ต้องขังคนอื่นไม่พอใจ เราเกรงว่าพวกนั้นจะทำร้ายเขา" ทนายความบอก
นายโสกง ยังเผยด้วยว่า ที่ผ่านมาได้ขอให้ศาลพิจารณาเรื่องภาวะออทิสซึมนายโสวรรณ ฉาย ประกอบการประเมินคดีนี้ แต่คำร้องดังกล่าวถูกปฏิเสธ โดยอ้างว่าการยื่นคำร้องทำล่าช้าเกินไป แต่นายโสกงยืนยันว่าผู้พิพากษาทราบเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว
การพิจารณคดีของนายโสวรรณ ฉาย จะเริ่มขึ้นในวันที่ 29 ก.ย.นี้
นางจันทาเป็นหนึ่งในบรรดาชาวกัมพูชาหลายร้อยครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการมุ่งเป้าปราบปรามผู้เห็นต่างอย่างไร้ความปรานีของรัฐบาลกัมพูชา
ไล สานี วัย 21 ปี เป็นบุตรสาวของนายปาย เรน นักกิจกรรมของพรรค CNRP ที่ถูกจับกุมเมื่อเดือน ธ.ค. ฐานร่วมการเดินขบวนเรียกร้องให้ปล่อยตัวสมาชิกฝ่ายค้านคนอื่น ๆ ที่ถูกตั้งข้อหาลักษณะเดียวกัน
น.ส.สานี รู้จักนายโสวรรณ ฉาย เป็นอย่างดี โดยบรรยายว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มที่อ่อนโยนแต่กระตือรือร้น
"เขาชอบฟังเพลงเก่าและรักเพื่อนร่วมชาติ เขาแตกต่างไปจากเด็กคนอื่นซึ่งสนใจแต่เรื่องสนุก" เธอเล่า
แม้เป้าหมายของรัฐบาลในการข่มขู่ฝ่ายเห็นต่างจะชัดเจน แต่ น.ส.สานี บอกว่ามันอาจส่งผลในทางตรงข้าม
"เราไม่ค่อยได้เห็นประเทศอื่นทำแบบนี้กับผู้เยาว์" เธอบอก
"บางคนอาจกลัวและกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่คนอื่น ๆ ไม่ได้กลัว และอาจทำให้ประชาชนลุกฮือขึ้นต่อต้านมากยิ่งขึ้น"










