สหรัฐฯ ประกาศสิ้นสุดปฏิบัติการ 20 ปีในอัฟกานิสถาน หลังถอนทหารชุดสุดท้ายออกภายในเส้นตายของตาลีบัน

เครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯ อพยพทหารและพลเรือนออกจากอัฟกานิสถาน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯ อพยพทหารและพลเรือนออกจากอัฟกานิสถานในวันสุดท้ายก่อนถึงเส้นตายที่กลุ่มตาลีบันตกลงไว้ภายในวันที 31 ส.ค.

สหรัฐอเมริกาประกาศสิ้นสุดปฏิบัติการทางทหารที่ยาวนานถึง 20 ปี ในอัฟกานิสถานอย่างเป็นทางการหลังจากอพยพทหารและพลเรือนกลุ่มสุดท้ายออกจากกรุงคาบูลแล้วในคืนวันที่ 30 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ภายในเส้นตายที่ตกลงไว้กับกลุ่มตาลีบัน

เครื่องบินลำเลียง C17 เที่ยวบินสุดท้ายของกองทัพสหรัฐฯ นำทหารและพลเรือน รวมทั้งนายรอสส์ วิลสัน ทูตสหรัฐฯ ประจำอัฟกานิสถาน ออกจากสนามบินนานาชาติฮามิด คาร์ไซ กรุงคาบูล ในเวลา 23.59 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งอยู่ภายในเส้นตายที่กลุ่มตาลีบันกำหนดให้สหรัฐฯ ถอนทหารออกภายในวันที่ 31 ส.ค.

ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่าหลังจากเที่ยวบินสุดท้ายบินออกจากสนามบิน สมาชิกกลุ่มตาลีบันพากันยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะ

พล.อ. เคนเนธ แมคเคนซี ผู้บัญชาการภูมิภาคเอเชียกลางและตะวันออกกลาง แถลงข่าวยืนยันว่าสหรัฐฯ ได้ถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานโดยสมบูรณ์แล้ว

"การถอนกำลังในคืนนี้ไม่เพียงเป็นการสิ้นสุดปฏิบัติการถอนทหาร แต่ยังถือเป็นการสิ้นสุดภารกิจในอัฟกานิสถานซึ่งยาวนานเกือบ 20 ปี นับตั้งแต่เริ่มต้นขึ้นหลังเหตุการณ์ 9/11 เมื่อปี 2001" พล.อ. แมคเคนซีกล่าวในการแถลงข่าว

ในระยะเวลาเกือบ 20 ปีของปฏิบัติการทางทหารในอัฟกานิสถาน มีทหารและพลเรือนอเมริกันเสียชีวิตไปทั้งหมด 2,461 ราย และกว่า 20,000 รายได้รับบาดเจ็บ ผู้เสียชีวิตกลุ่มล่าสุดคือทหาร 13 นายที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดโจมตีสนามบินในกรุงคาบูลเมื่อวันที่ 26 ส.ค.

ทหารตาลีบัน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทหารตาลีบันซึ่งนำชุด อุปกรณ์และอาวุธของทหารอเมริกันมาใช้ เข้ายึดและตรวจตราสนามบินนานาชาติในกรุงคาบูลหลังจากเที่ยวบินสุดท้ายของสหรัฐฯ เดินทางออกไป

นับตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. หรือหนึ่งวันก่อนที่ตาลีบันจะบุกเข้ายึดกรุงคาบูล สหรัฐฯ ได้ทำการอพยพพลเรือนกว่า 79,000 คน ออกจากสนามบินในกรุงคาบูล ประกอบด้วยชาวอเมริกัน 6,000 คน ส่วนที่เหลืออีก 73,503 คนเป็นชาวอัฟกันหรือพลเรือนสัญชาติอื่น ส่วนพลเรือนอัฟกันที่เคยสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ ก็จะได้รับวีซ่าพิเศษในการเข้าไปอยู่ในสหรัฐฯ

สรุปแล้ว ปฏิบัติการอพยพคนออกจากอัฟกานิสถานใช้เวลาทั้งหมด 18 วัน โดยสหรัฐฯ สามารถอพยพพลเรือนออกมามากกว่า 123,000 คน หรือวันละ 7,500 คนโดยเฉลี่ย

พล.อ. แมคเคนซีกล่าวว่าตอนเริ่มปฏิบัติการอพยพนั้น กองทัพสหรัฐฯ คิดว่าจะกองกำลังฝ่ายความมั่นคงของอัฟกันจะสามารถป้องกันกรุงคาบูลจากการยึดครองของตาลีบันไว้ได้นานหลายสัปดาห์ แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่คาด เพราะกลุ่มตาลีบันบุกเข้ายึดกรุงคาบูลได้ในวันถัดมาหลังจากเริ่มปฏิบัติการอพยพ

ทหารตาลีบันในเครื่องแบบทหารอเมริกันสวดมนต์บนพื้นสนามบิน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทหารตาลีบันในเครื่องแบบทหารอเมริกันสวดมนต์บนพื้นสนามบินในกรุงคาบูลหลังจากสหรัฐฯ ถอนทหารออกไปหมดแล้ว

นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่าการอพยพทหารและพลเรือนออกจากอัฟกานิสถานเป็น "ปฏิบัติการทางทหาร การทูตและมนุษยธรรมขนานใหญ่" ที่ท้าทายที่สุดที่สหรัฐฯ เคยเผชิญมา โดยสหรัฐฯ สามารถอพยพคนมากถึงกว่า 123,000 คนออกจากอัฟกานิสถานได้อย่างปลอดภัย

นายบลิงเคนสัญญาว่าสหรัฐฯ จะไม่ละทิ้งความพยายามในการช่วยเหลือผู้คนที่ต้องการเดินทางออกจากอัฟกานิสถาน

เขาบอกว่าแม้สหรัฐฯ จะไม่มีคณะทูตอยู่ในกรุงคาบูลแล้ว โดยย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในกรุงโดฮา แต่สหรัฐฯ จะ "ไม่ละความพยายาม" ในการช่วยเหลือชาวอเมริกันและชาวอัฟกันที่ถือพาสปอร์ตสหรัฐฯ ที่ต้องการเดินทางออกนอกประเทศ

"เราจะทำให้ตาลีบันรักษาคำมั่นเรื่องการเดินทางโดยอิสระ" นายบลิงเคนกล่าวในการแถลงข่าว

กลุ่มตาลีบันยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อฉลองชัยชนะ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทันทีที่เครื่องบินลำสุดท้ายของกองทัพสหรัฐฯ บินออกจากกรุงคาบูล กลุ่มตาลีบันก็ยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อฉลองชัยชนะ
line

สหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน

สหรัฐฯ บุกเข้าไปยังอัฟกานิสถานเมื่อเดือน ต.ค. ปี 2001 เพื่อกวาดล้างกลุ่มตาลีบัน ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าให้ที่พักพิงกับนายโอซามา บิน ลาเดน และสมาชิกกลุ่มอัลเคดา ซึ่งเชื่อมโยงกับการก่อเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11

จำนวนทหารสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถานมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อต่อสู้กับตาลีบัน โดยมีกองกำลังประจำการมากที่สุดเมื่อปี 2011 จำนวน 110,000 นาย

ในปี 2020 สหรัฐฯ มีกองกำลังประจำการในอัฟกานิสถานแค่ 4,000 นาย แต่ข้อมูลทางการก็มักไม่ได้รวมทหารที่เข้าร่วมปฏิบัติการพิเศษ หรือบางหน่วยที่ตั้งขึ้นชั่วคราว

คำบรรยายวิดีโอ, “ผมเคยช่วยกองทัพสหรัฐฯ ตอนนี้โปรดช่วยครอบครัวของผม”

นอกจากนี้ ก็มีทหารต่างชาติด้วยจากชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโตด้วย แต่สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ส่งทหารไปอัฟกานิสถานมากที่สุด

นาโตยุติปฏิบัติการสู้รบของตนอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2004 แต่ก็ยังคงทหาร 13,000 นายไว้ที่นั่นเพื่อช่วยฝึกทหารของกองกำลังความมั่งคงของอัฟกานิสถาน และช่วยเหลือในปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงที่ทำงานเป็นสัญญาจ้างจำนวนมาก โดยจากงานวิจัยของรัฐสภาสหรัฐฯ ระบุว่า ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2020 มีชาวอเมริกันในอัฟกานิสถานถึง 7,800 คน