You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
กินีจับตากลุ่มเสี่ยง 155 คน เร่งระงับเหตุแพร่เชื้อมรณะ “ไวรัสมาร์เบิร์ก”
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าทางการของประเทศกินีในแอฟริกาตะวันตก กำลังจับตาดูกลุ่มเสี่ยง 155 คนที่อาจได้รับเชื้อไวรัสมาร์เบิร์ก (Marburg) จากการสัมผัสและติดต่อกับคนไข้ผู้หนึ่งในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งขณะนี้คนไข้ดังกล่าวได้เสียชีวิตลงแล้ว
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของกินีแถลงยืนยันว่า กรณีการเสียชีวิตครั้งนี้เป็นการติดเชื้อไวรัสมาร์เบิร์กที่พบครั้งแรกในแอฟริกาตะวันตก ซึ่งทางการจะต้องเร่งหยุดยั้งการแพร่เชื้อที่อาจเกิดขึ้นแล้วอย่างรีบด่วน
ไวรัสมาร์เบิร์กเป็นเชื้อโรคร้ายแรงที่ทำให้เลือดออกภายในร่างกายคล้ายกับไวรัสอีโบลา โดยพบผู้ติดเชื้อเป็นครั้งแรกที่เมืองมาร์เบิร์กในประเทศเยอรมนีเมื่อปี 1967 และเคยเกิดการระบาดครั้งใหญ่จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 200 คนที่ประเทศแองโกลาเมื่อปี 2005
ค้างคาวผลไม้เป็นพาหะนำเชื้อไวรัสมาร์เบิร์กจากสัตว์มาสู่มนุษย์ ผ่านการล่าและรับประทานเนื้อสัตว์ป่า ทั้งยังสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสหรือแลกเปลี่ยนสารคัดหลั่งในร่างกาย ทำให้มีอาการเป็นไข้ ปวดศีรษะและกล้ามเนื้อ เลือดออกภายใน และอาเจียนเป็นเลือดจนถึงแก่ชีวิตได้
ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวัคซีนที่สามารถรักษาและป้องกันการติดเชื้อชนิดนี้ แพทย์ทำได้เพียงแนะนำให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมาก ๆ และรักษาแบบประคับประคองตามอาการ ซึ่งจะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับคนไข้ได้มากขึ้น
แพทย์หญิง มัตชิดิโซ โมเอที ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคแอฟริกาขององค์การอนามัยโลกบอกว่า ไวรัสมาร์เบิร์กสามารถจะแพร่กระจายเป็นวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว แต่ในขณะนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของกินีกำลังเร่งสกัดการระบาดที่อาจเกิดขึ้นไปแล้วอยู่ โดยพวกเขาทำงานตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้ว่องไว เนื่องจากเพิ่งผ่านพ้นการรับมือกับโรคอีโบลา ในเหตุระบาดที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเดียวกันเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
ภูมิภาค Gueckedou ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกินี ซึ่งเป็นแนวพรมแดนที่ติดต่อกับประเทศเซียร์ราลีโอนและไลบีเรีย ถือเป็นต้นกำเนิดการระบาดครั้งใหญ่ของโรคอีโบลาในแอฟริกาตะวันตก ระหว่างปี 2014-2016 และเริ่มกลับมามีการระบาดประปรายอีกครั้งในปีนี้
นายจอร์เจส คี-เซอร์โบ หัวหน้าเจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกในกินียืนยันว่า ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสมาร์เบิร์กรายที่สองในขณะนี้ แต่ได้กักตัวผู้มีความเสี่ยงจะติดเชื้อในระดับสูง 4 ราย และกลุ่มเสี่ยงที่เหลืออีก 151 รายที่บ้านแล้ว โดยแยกคนเหล่านี้ออกจากสมาชิกในครอบครัวเพื่อเฝ้าดูอาการเป็นเวลา 3 สัปดาห์ และจะมีแพทย์ไปเยี่ยมเพื่อตรวจดูอาการทุกวัน