โควิด-19 : วัคซีนจะส่งผลข้างเคียงต่อรอบเดือนและการเจริญพันธุ์ของผู้หญิงหรือไม่

คำบรรยายวิดีโอ, วัคซีนโควิดจะทำให้ประจำเดือนผิดปกติในระยะยาวหรือไม่

ฉีดวัคซีนต้านโควิดในระหว่างตั้งครรภ์ หรือในช่วงมีประจำเดือนได้ไหม แล้ววัคซีนจะทำให้ประจำเดือนผิดปกติ หรือส่งผลเสียต่อระบบเจริญพันธุ์ในระยะยาวหรือไม่ เหล่านี้คือคำถามที่กำลังสร้างความกังวลใจให้ผู้หญิงหลายคน

แม้ความผิดปกติของการมีประจำเดือนมักไม่ถูกระบุถึงในรายการของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 แต่ก็มีรายงานว่าผู้หญิงหลายคนเกิดความผิดปกตินี้ เช่น มีประจำเดือนมากผิดปกติ มีอาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรงผิดปกติ หรือประจำเดือนมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม แพทย์ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าวัคซีนต้านโควิดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติเหล่านี้ เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ

แต่ พญ.วิกี เมล นักภูมิคุ้มกันวิทยาการเจริญพันธุ์ จากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ โดยมีรายงานว่าผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนแล้ว หรือชายข้ามเพศที่รับฮอร์โมนเพื่อให้ร่างกายหยุดมีประจำเดือน แจ้งว่ามีเลือดออกหลังจากได้รับการฉีดวัคซีน

ด้วยเหตุนี้ พญ. เมล จึงสันนิษฐานว่าอาจมีการตอบสนองทางร่างกายเกิดขึ้น

ทำไมวัคซีนจึงอาจส่งผลกระทบต่อประจำเดือน

พญ. เมล ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันวิทยาและการเจริญพันธุ์ อธิบายเรื่องนี้ว่า อาจเป็นผลมาจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายตอบสนองต่อการได้รับวัคซีนต้านโควิด

"ประการแรกคือเรารู้ว่าระบบภูมิคุ้มกันมีผลต่อฮอร์โมนเพศ และฮอร์โมนเพศก็มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน...แน่นอนว่า ฮอร์โมนเพศควบคุมประจำเดือนของคุณ"

"ดังนั้นหากระบบภูมิคุ้มกันของคุณถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ไม่ว่าจากการได้รับวัคซีนหรือเพราะคุณติดเชื้อ คุณก็อาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ ซึ่งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเวลาและลักษณะของการมีประจำเดือน"

"ความเป็นไปได้อื่นคือ คุณอาจมีเซลล์ภูมิคุ้มกันอยู่มากที่เยื่อบุมดลูก... และความเป็นไปได้หนึ่งคือเซลล์เหล่านี้อาจได้รับผลกระทบจากการกระตุ้นตามปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจากการได้รับวัคซีน หรือการเจ็บป่วยทั่วไป ซึ่งอาจส่งผลต่อรอบเดือนของคุณ"

ผลกระทบชั่วคราว

พญ. เมล เชื่อว่าการฉีดวัคซีนต้านโควิดจะไม่ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อประจำเดือนและระบบการเจริญพันธุ์ของผู้หญิง

เธอชี้ว่า คนส่วนใหญ่ที่มีประจำเดือนผิดปกติหลังจากฉีดวัคซีนต้านโควิด รายงานว่ามีความผิดปกติอยู่ประมาณ 1-2 เดือน

นอกจากนี้ หลักฐานจากการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV) ซึ่งมีรายงานว่าทำให้รอบเดือนของผู้หญิงผิดปกตินั้น ก็เป็นผลข้างเคียงในระยะสั้น ๆ เท่านั้น

วัคซีนทำให้เป็นหมันได้ไหม

ปัจจุบันไม่มีข้อมูลการศึกษาใดที่บ่งชี้ว่าวัคซีนต้านโควิด-19 จะผลเสียต่อการเจริญพันธุ์ของผู้หญิงหรือผู้ชาย และบรรดาผู้เชี่ยวชาญก็ชี้ว่าไม่มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเช่นนั้น

ผู้หญิงถือภาพอัลตราซาวด์การตั้งครรภ์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้เชี่ยวชาญชี้ ไม่มีความเป็นไปได้ในทางชีววิทยาที่วัคซีนต้านโควิดในปัจจุบันจะส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิง

ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งสหราชอาณาจักร ระบุว่า "ไม่มีกลไกความเป็นไปได้ในทางชีววิทยาที่วัคซีนในปัจจุบันจะส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิง"

เช่นเดียวกับหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลกที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ พร้อมชี้ว่าข่าวลือเรื่องวัคซีนส่งผลกระทบต่อการเจริญพันธุ์เป็นเพียง "ความเชื่อผิด ๆ ที่พบได้บ่อย"

อันที่จริง มีหลักฐานว่า การไม่ฉีดวัคซีนต้านโควิดอาจมีความเสี่ยงมากกว่า เพราะมีความเป็นไปได้ว่าเชื้อไวรัสโคโรนาที่ก่อโรคโควิด-19 อาจส่งผลต่อการเจริญพันธุ์ นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้หญิงที่เข้าร่วมการทดลองวัคซีนชนิดนี้ได้ตั้งครรภ์หลังจากเข้าร่วมการทดลองแล้ว

ฉีดวัคซีนโควิดช่วงที่มีประจำเดือนได้ไหม

เว็บไซต์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เผยแพร่ข้อมูลจาก ศ. นพ.ยง ภู่วรวรรณ ว่า ผู้หญิงที่มีประจำเดือนหรือกำลังจะมีประจำเดือน สามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้ตามปกติ

ฉีดวัคซีนช่วงตั้งครรภ์ได้ไหม

ผู้หญิงตั้งครรภ์รับการฉีดวัคซีน

ที่มาของภาพ, Getty Images

ทางการสหรัฐฯ และอังกฤษต่างมีข้อแนะนำให้สตรีมีครรภ์เข้ารับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 โดยชี้ว่า ผู้หญิงกลุ่มนี้มีความเสี่ยงจะล้มป่วยรุนแรงหากติดเชื้อโดยที่ไม่ได้รับวัคซีน

สำนักบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (เอ็นเอชเอส) เผยเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ว่า เกือบ 20% หรือ 1 ใน 5 ของผู้ป่วยโควิดอาการวิกฤตคือหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน

ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ และราชวิทยาลัยพยาบาลผดุงครรภ์แห่ง สหราชอาณาจักร ระบุเรื่องการรับวัคซีนต้านโควิด-19 ของหญิงตั้งครรภ์เอาไว้ดังนี้

  • หญิงมีครรภ์สามารถรับวัคซีนต้านโควิดได้ในทุกช่วงของการตั้งครรภ์
  • วัคซีนต้านโควิดมีความปลอดภัย และไม่ส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ โดยการศึกษาข้อมูลจากการให้วัคซีนแก่สตรีมีครรภ์ 100,000 คนในอังกฤษและสกอตแลนด์ รวมทั้งอีก 160,000 คนในสหรัฐฯ ไม่พบผลเสียต่อทารกในครรภ์ และเด็กที่คลอดออกมา

ศาสตราจารย์ ลูซี แชปเปล หัวหน้าที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุขและการดูแลสังคมของสหราชอาณาจักรระบุว่า รัฐบาลแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ในสหราชอาณาจักรได้รับวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์ หรือบริษัทโมเดอนา พร้อมเผยว่า ข้อมูลมากมายเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนให้ผลลัพธ์ที่ดีมาก

ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (ซีดีซี) ระบุถึงเรื่อวัคซีนต้านโควิดสำหรับคนท้อง หรือกำลังให้นมบุตร ไว้ดังนี้

  • แนะนำการฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ หญิงที่กำลังให้นมบุตร หญิงที่กำลังพยายามมีบุตร หรือวางแผนจะมีบุตร
  • หญิงตั้งครรภ์สามารถรับวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (booster shot) ได้
  • ปัจจุบันมีหลักฐานยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนโควิดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้บ่งชี้ถึงประโยชน์จากการฉีดวัคซีนว่ามีมากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อการตั้งครรภ์